ทช. ลุยเซ็นสัญญาจ้างก่อสร้าง 2 บิ๊กโปรเจกต์สะพาน “ข้ามทะเลสาบสงขลา & เชื่อมเกาะลันตา” มูลค่า 6,385 ล้าน คาดสร้างเสร็จพร้อมเปิดใช้ปี 72 ปั้นแลนด์มาร์คใหม่ภาคใต้ ช่วยร่นระยะเวลา ยกระดับการเดินทาง หนุนการค้า-การท่องเที่ยว

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วะนนี้ (31 ส.ค. 2569) ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามสัญญาจ้างก่อสร้าง โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา – ต.จองถนน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง และโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา ต.เกาะกลาง – ต.เกาะลันตาน้อย อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ ขับเคลื่อนสู่ระบบคมนาคมสีเขียว (Green Transport) เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ระหว่างกรมทางหลวงชนบท (ทช.) กับกิจการร่วมค้า CMC และบริษัท CHEC CONSTRUCTION (M) SDN.BHD สัญชาติมาเลเซีย
ทั้งนี้ รู้สึกยินดีและภาคภูมิใจอย่างมากที่ได้มาเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามสัญญาจ้างก่อสร้างโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา เชื่อมต่อไปยัง อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง และโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา ระหว่าง ต.เกาะกลาง ต.เกาะลันตาน้อย และพื้นที่เกาะลันตา จ.กระบี่ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมในพื้นที่ภาคใต้ อย่างไรก็ต่ม คาดว่า ทั้ง 2 โครงการดังกล่าว จะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2572

ด้านนายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) กล่าวว่า จากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ได้อนุมัติให้กระทรวงการคลังใช้แหล่งเงินกู้ต่างประเทศจากธนาคารโลก (World Bank) โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ 70:30 แบ่งออกเป็นเงินกู้จากธนาคารโลก 70% และเงินงบประมาณแผ่นดิน 30% เพื่อดำเนินโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา – ต.จองถนน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง และโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา ต.เกาะกลาง – ต.เกาะลันตาน้อย อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ ซึ่งแต่ละโครงการมีระยะเวลาดำเนินการ 1,080 วัน นับตั้งแต่วันแจ้งให้เริ่มปฏิบัติงาน
สำหรับโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา – ต.จองถนน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง ใช้งบประมาณในการก่อสร้างรวม 4,604 ล้านบาท จะช่วยเชื่อมโยงโครงข่ายการคมนาคมขนส่งให้เกิดความสมบูรณ์ เพิ่มศักยภาพในการเดินทางเชื่อมระหว่าง จ.พัทลุง กับ จ.สงขลา บรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน โดยช่วยลดระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร (กม.) หรือลดระยะเวลาในการเดินทางราว 2 ชั่วโมง ให้เหลือเพียงแค่ 10 นาที

นายพิชิต กล่าวต่อว่า สะพานดังกล่าวจะก่อสร้างเป็นสะพานขนาด 2 ช่องจราจร กว้างช่องจราจรละ 4 เมตร ไหล่ทางกว้างด้านละ 2.5 เมตร รูปแบบโครงสร้างสะพาน ประกอบด้วยส่วนของสะพานช่วงหลักที่มีความยาวช่วงสะพานยาวเป็นพิเศษ ยาวที่สุด 140 เมตร โดยรูปแบบสะพานช่วงหลักที่มีความเหมาะสมและเป็นไปตามข้อกำหนดช่องลอดของกรมเจ้าท่า (จท.) คือ สะพานแบบคานขึง
ขณะเดียวกัน ในส่วนของสะพานช่วงต่อเชื่อมทั้งสองข้างของสะพานช่วงหลัก มีรูปแบบเป็นสะพานคอนกรีตอัดแรงรูปกล่อง ช่วงความยาวสะพานประมาณ 40 เมตร รวมระยะทางราว 7 กม. ด้านโครงสร้างเสาสะพานหลักได้ออกแบบราวสะพานให้มีความสวยงาม โดยนำรูปแบบทางจิตกรรมมโนราห์ของท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ ทำให้สะพานแห่งนี้เป็นแลนด์มาร์คเพื่อเป็นการส่งเสริมเอกลักษณ์ของท้องถิ่นและสนับสนุนเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวได้อีกทางหนึ่งด้วย

นอกจากนี้ การดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลานั้น กรมทางหลวงชนบทและธนาคารโลก (World Bank) ยังได้ให้ความสำคัญในเรื่องการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมและผลกระทบโดยรอบบริเวณพื้นที่โครงการก่อสร้างซึ่งต้องดูแลเป็นพิเศษ ควบคู่กับการอนุรักษ์โลมาอิรวดี และฟื้นฟูสภาพแวดล้อมในบริเวณทะเลสาบสงขลา
อีกทั้ง ทช. ยังได้ร่วมมือกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พัฒนาเป็นโครงการต้นแบบในการพิจารณาแนวทางการดำเนินการก่อสร้างให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมสามารถดำเนินควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะโลมาอิรวดีที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศของทะเลสาบสงขลา รวมถึงยังได้หาแนวทางร่วมกับกรมประมง ในการสนับสนุนการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำบริเวณชายฝั่ง และการฟื้นฟูทรัพยากรประมง เพื่อให้โครงการก่อสร้างสอดรับกับวิถีชีวิต ตลอดจนส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนได้อย่างยั่งยืน

นายพิชิต กล่าวอีกว่า ในส่วนของโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา ต.เกาะกลาง – ต.เกาะลันตาน้อย อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ ใช้งบประมาณในการก่อสร้างรวม 1,781 ล้านบาท จะก่อสร้างเป็นสะพานขนาด 2 ช่องจราจร มีความกว้างของโครงสร้างสะพาน 13.50 เมตร ซึ่งโครงสร้างสะพานหลักออกแบบเป็นสะพานแบบคานขึง มีช่วงความยาวที่ยาวที่สุด 200 เมตร ส่วนโครงสร้างสะพานรอง ออกแบบเป็นสะพานแบบคอนกรีตอัดแรงรูปกล่อง ก่อสร้างโดยวิธีคานยื่นสมดุล รวมระยะทางทั้งสิ้น 2.240 กม.
โดยในปัจจุบันประชาชนและนักท่องเที่ยวต้องใช้แพขนานยนต์ข้ามไปยังเกาะลันตาน้อย ก่อนเดินทางผ่านสะพานสิริลันตาเข้าสู่เกาะลันตาใหญ่ ซึ่งแพขนานยนต์ไม่เพียงพอต่อปริมาณการเดินทาง ส่งผลให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวต้องใช้เวลานานในการรอข้ามฟากนานที่สุดราว 2-3 ชั่วโมง เมื่อสะพานก่อสร้างแล้วเสร็จ
จะช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางโดยเฉพาะในช่วงวันหยุดหรือเทศกาลจากเดิมต้องใช้เวลาราว 2-3 ชั่วโมง เหลือเพียง 2 นาที
นอกจากนี้ สามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลในจังหวัดกระบี่ได้อย่างรวดเร็วหากมีเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉิน ช่วยสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรบนเกาะที่มีอย่างจำกัด และเป็นเส้นทางสำหรับอพยพประชาชนในกรณีเกิดภัยพิบัติ สนับสนุนอำนวยความสะดวกด้านพาณิชยกรรม อุตสาหกรรม กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว พร้อมทั้งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินทางได้อย่างเต็มศักยภาพ
