“ภัทรพงศ์” Kick Off Seaplane สตูล เล็งสนามบินน้ำรัฐ เชื่อมหลีเป๊ะ–อันดามัน ดึงนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูง
คมนาคมเร่งปั้น Seaplane สตูลเป็นโมเดลสนามบินน้ำของรัฐ สั่งจังหวัดตั้งคณะทำงานศึกษาพื้นที่และความเป็นไปได้ให้เสร็จใน 30 วัน หวังเปิดเส้นทางใหม่รับนักท่องเที่ยวกลุ่มกำลังซื้อสูง ดันเศรษฐกิจท้องถิ่น
นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมหารือเพื่อขับเคลื่อนการศึกษาความเป็นไปได้ของการใช้อากาศยานขึ้นลงบนผิวน้ำ หรือ Seaplane ในพื้นที่จังหวัดฝั่งอันดามัน ณ โรงแรมซีซี รีสอร์ท ปากบารา อำเภอละงู จังหวัดสตูล โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้แทนส่วนราชการ ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ภาคการท่องเที่ยวจากจังหวัดสตูล ตรัง และพังงา รวมถึงผู้แทนชุมชนและประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมการประชุม

นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล และนโยบายของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้ความสำคัญกับการยกระดับโครงข่ายคมนาคม เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลาง “การท่องเที่ยวมูลค่าสูง” (High-Value Tourism) โดยมุ่งเชื่อมโยงการเดินทางอย่างไร้รอยต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลและพื้นที่เกาะสำคัญของฝั่งอันดามัน
สำหรับการประชุมครั้งนี้ ถือเป็นการ Kick Off การขับเคลื่อน Seaplane ในพื้นที่จังหวัดสตูล และจังหวัดฝั่งอันดามัน โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมมีนโยบายผลักดันอุตสาหกรรมการบินซีเพลนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยตั้งเป้าหมายให้เกิดความคืบหน้าและสำเร็จภายในปีนี้
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีบริษัทเอกชนซึ่งเป็นผู้ประกอบการสายการบิน (Operator) อยู่ระหว่างดำเนินการขอใบอนุญาตจุดขึ้นลงสนามบินน้ำ ซึ่งจะต้องผ่านขั้นตอนและกระบวนการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การจัดทำรายงาน IEE

อย่างไรก็ตาม กระทรวงคมนาคมมีแนวคิดที่จะผลักดันให้ ภาครัฐเร่งศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งสนามบินน้ำ หรือจุดขึ้นลงชั่วคราวที่จัดตั้งโดยหน่วยงานของรัฐ และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐ เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมทางอากาศรูปแบบใหม่ที่มีมาตรฐานและสามารถรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมในระยะยาว
“เป้าหมายสำคัญของเรา คือ การผลักดันให้เกิดการจัดตั้งพื้นที่ขึ้นลงของอากาศยานบนผิวน้ำโดยหน่วยงานของรัฐ เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมทางอากาศของประเทศที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยสากล ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูงเข้าสู่พื้นที่” นายภัทรพงศ์ กล่าว
นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า จังหวัดสตูลและจังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้ถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยว เนื่องจากมีเกาะและแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่มีศักยภาพและเป็นที่รู้จักในระดับโลก การพัฒนาสนามบินน้ำหรือจุดขึ้นลงชั่วคราว จึงจะช่วยเพิ่มโอกาสในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยว รวมถึงสามารถต่อยอดไปสู่ด้านสาธารณสุข การสร้างงาน สร้างรายได้ และยกระดับอุตสาหกรรมการบินของประเทศ

ทั้งนี้ ได้ขอให้จังหวัดและทุกภาคส่วนร่วมกันพิจารณาพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับเป็นจุดขึ้นลง โดยต้องสามารถเชื่อมโยงไปยังแหล่งท่องเที่ยวหรือเกาะสำคัญ เช่น เกาะหลีเป๊ะ ขณะเดียวกันต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและต้องไม่กีดขวางเส้นทางการคมนาคมขนส่งทางน้ำ รวมถึงต้องพิจารณาผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ยังได้ขอให้จังหวัดสตูล จัดตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ และริเริ่มโครงการต่อไป โดยขอให้มีองค์ประกอบจากทุกภาคส่วนของจังหวัด ทั้งหอการค้า สภาอุตสาหกรรม ภาคการท่องเที่ยว กรมเจ้าท่า หน่วยงานด้านการบิน หน่วยงานท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางและพื้นที่ที่เหมาะสม พร้อมให้รายงานผลการศึกษาเบื้องต้นมายังกระทรวงคมนาคม ภายใน 30 วัน
นายภัทรพงศ์ ย้ำว่า การริเริ่มโครงการจากจังหวัดและท้องถิ่นจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรม Seaplane มีความยั่งยืนและต่อเนื่องในระยะยาว เพราะเกิดจากความต้องการและความสนใจของคนในพื้นที่เอง การผนึกกำลังและบูรณาการของทุกหน่วยงาน และภาคประชาชน จะช่วยผลักดันให้สนามบินน้ำเกิดขึ้นได้รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและเศรษฐกิจโดยรวม
“การพัฒนาการท่องเที่ยวมูลค่าสูงจะสำเร็จและยั่งยืนได้ ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะเสียงสะท้อนและความต้องการของพี่น้องประชาชนและคนในพื้นที่ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ การกระจายรายได้สู่ชุมชน ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของฝั่งอันดามันอย่างยั่งยืน” นายภัทรพงศ์ กล่าว
ทั้งนี้ การผลักดัน Seaplane ในพื้นที่สตูล ถูกวางเป้าหมายให้เป็นโมเดล และอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงการเดินทางทางอากาศกับแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล โดยเฉพาะเกาะหลีเป๊ะและพื้นที่สำคัญของฝั่งอันดามัน หวังเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับจังหวัดและชุมชนในพื้นที่ต่อไป