“สิริพงศ์” นั่งหัวโต๊ะวางแผนคมนาคมสงขลา เชื่อมสนามบินหาดใหญ่–เมืองสงขลา–แหล่งท่องเที่ยว–ชายแดน พร้อมเร่งรถโดยสาร EV เปิดวิ่งรอบเมืองหาดใหญ่และเส้นทางหาดใหญ่–สทิงพระ ต.ค.นี้ หวังเพิ่มทางเลือกการเดินทาง ดันเศรษฐกิจ การค้า และท่องเที่ยวภาคใต้
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการคมนาคมขนส่ง ก่อนเข้าร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2569 พร้อมด้วยนายธนชัย สินธุไพร ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายคชศักดิ์ ศิริรัตน์มานะวงศ์ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายผดุงศักดิ์ สรุจิกำจรวัฒนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ร่วมคณะ โดยมีนายประทีป อุ่ยเจริญ ปลัดจังหวัดสงขลา หัวหน้าส่วนราชการ และพี่น้องประชาชน ให้การต้อนรับ ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลา จังหวัดสงขลา
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า จังหวัดสงขลา เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญทางเศรษฐกิจของภาคใต้ มีศักยภาพทั้งด้านการค้า การท่องเที่ยว การคมนาคม การศึกษา และการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน กระทรวงคมนาคม พร้อมขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งในทุกมิติ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง เพิ่มความสามารถขนส่งสินค้าทางการเกษตรได้สะดวกขึ้น รวมถึงเชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยว นำไปสู่การสร้างอาชีพ สร้างโอกาสทางการค้า การลงทุน และกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับประชาชนในพื้นที่
สำหรับการลงพื้นที่วันนี้ได้รับฟังรายงานภาพรวมการจัดระเบียบโครงข่ายและระบบขนส่งสาธารณะ โดยสำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลา กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ปัจจุบันเส้นทางรถโดยสารหมวด 1 ในพื้นที่จังหวัดสงขลา มีทั้งสิ้น 4 เส้นทาง เชื่อมต่อโครงข่ายการขนส่งภายในพื้นที่สำคัญของจังหวัด อาทิ อำเภอเมืองสงขลา อำเภอหาดใหญ่ ส่วนรถโดยสารหมวด 2 และ 3 มีเส้นทางเชื่อมโยงหลากหลายจังหวัดเกือบทั่วทุกภูมิภาค ตลอดจนเชื่อมต่อไปยังจังหวัดที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่ทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ ในส่วนของรถโดยสารหมวด 4 ปัจจุบันมีมากกว่า 60 เส้นทาง ครอบคลุมระหว่างอำเภอในจังหวัดสงขลา
ทั้งนี้ สำนักงานขนส่ง ได้กำหนดปรับปรุงเส้นทางรถโดยสารประจำทางหมวด 4 ภายในจังหวัด เพื่อให้เชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยวและเชื่อมต่อการขนส่งหลายรูปแบบให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม โดยเส้นทางที่อยู่ระหว่างการอนุมัติ ได้แก่ เส้นทางเชื่อมสถานีขนส่งจังหวัดสงขลา – ท่าอากาศยานหาดใหญ่ เส้นทางท่าอากาศยานหาดใหญ่ – อำเภอเมืองสงขลา เส้นทางท่าอากาศยานหาดใหญ่ – สถานีรถไฟหาดใหญ่และบ้านเกาะใหญ่ อำเภอกระแสสินธุ์ และช่วงสงขลาแหลมสนอ่อน – ถนนนวมินทร์ท่าสะอ้าน – บ้านเกาะยอ สำหรับเส้นทางที่อยู่ระหว่างกำหนดปรับปรุงเส้นทางใหม่ ได้แก่ ปรับปรุงเพิ่มช่วงหาดใหญ่ – วัดพะโค๊ะ – บ้านเกาะใหญ่ และหาดใหญ่ – ถนนนวมินทร์ท่าสะอ้าน – แหลมสนอ่อน เพื่อเชื่อมต่อเขตเศรษฐกิจและรองรับท่าเรือสำราญในอนาคต
นอกจากนี้ สำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลา ยังได้ประสานความร่วมมือกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เพื่อยกระดับมาตรฐานการขนส่งมวลชนที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ในการให้บริการในเส้นทางรอบเมืองหาดใหญ่ และเส้นทางหาดใหญ่ – สทิงพระ โดยรถบัสไฟฟ้า ซึ่งจะเริ่มเดินรถในช่วงเดือนตุลาคมนี้ และอีกหนึ่งในภารกิจเร่งด่วนสำคัญคือ การดำเนินการตามมาตรการช่วยเหลือประชาชนในกลุ่มขนส่งที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ข้อมูล ณ วันที่ 23 สิงหาคม 2569) มีผู้ประกอบการยื่นคำขอทั้งสิ้น 475 ราย เพื่อขอรับเงินเยียวยาให้กับรถทั้งหมด 4,947 คัน วงเงินขอรับการเยียวยา 13,616,777 ล้านบาท
ทั้งนี้ นายสิริพงศ์ ได้กำชับให้ ขบ. ยกระดับและพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ ด้วยการปรับปรุงเส้นทางเดินรถโดยสารประจำทาง จัดทำระบบรถเชื่อมต่อ (Feeder) แก้ไขจุดอับการเดินทางที่ไม่ครอบคลุม ซึ่งจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทาง และตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเตรียมพร้อมในการรองรับการเติบโตของเมืองและประชากรที่จะเพิ่มขึ้น จากการขยายโครงข่ายรถไฟทางคู่และระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail) ในอนาคต พร้อมเน้นย้ำให้เร่งอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่มาติดต่อรับบริการ โดยเฉพาะเรื่องการที่ประชาชนที่ไม่ผ่านคุณสมบัติโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งเดินทางมายื่นขอตรวจสอบสิทธิ์การถือครองกรรมสิทธิ์ยานพาหนะ เพื่อให้ประชาชนสามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประกอบการยื่นอุทธรณ์ และรักษาสิทธิ์ของตนเองต่อไป
นายสิริพงศ์ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับแนวทางการดำเนินโครงการระบบขนส่งมวลชนทางราง ในจังหวัดสงขลา กรมการขนส่งทางราง ได้นำเสนอภาพรวมโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ สายใต้ ระยะที่ 2 ระยะทางประมาณ 502 กิโลเมตร ซึ่งอยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการ ทั้งนี้ ขั้นตอนหลังจากคณะรัฐมนตรีอนุมัติแล้ว การรถไฟแห่งประเทศไทย จะดำเนินการเข้าสู่ขั้นตอนจัดทำร่างเงื่อนไขการประกวดราคา (TOR) ต่อไป เบื้องต้นคาดว่าจะแบ่งงานก่อสร้างเป็น 3 ช่วง ได้แก่ ช่วงชุมพร – สุราษฎร์ธานี ช่วงสุราษฎร์ธานี – ชุมทางหาดใหญ่ และช่วงชุมทางหาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์ ในส่วนของแผนพัฒนาระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail) เบื้องต้นคาดว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย จะสามารถดำเนินการจัดจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาทบทวนรายละเอียดความเหมาะสมและออกแบบในปี 2570 – 2571 ทั้งนี้ ได้กำชับให้หน่วยงานดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะเรื่องขั้นตอนระเบียบ กฎหมาย และต้องมุ่งถึงประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ รวมถึงให้มุ่งเน้นการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมในจังหวัดสงขลาเป็นภาพเดียวกัน เพื่อเชื่อมระบบขนส่งมวลชนในทุกมิติทั้งทางราง ทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ เพิ่มทางเลือกในการเดินทางให้ประชาชน รองรับการเติบโตของเมือง เศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวในระยะยาวต่อไป
นอกจากนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้ ครั้งที่ 1/2569 โดยที่ประชุมได้มติเห็นชอบกรอบการดำเนินงานของคณะกรรมการฯ โดยมีขอบเขตการดำเนินงานเพื่อศึกษาความต้องการ ความคิดเห็น ความคาดหวัง และข้อกังวลของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการพัฒนาภาคใต้ การกำหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมาย ยุทธศาสตร์ แนวทาง แผนงาน และโครงการสำคัญ สำหรับจัดทำแผนแม่บทบูรณาการการพัฒนาภาคใต้ที่มีความสมดุล เหมาะสมกับพื้นที่ สอดคล้องกับทิศทางประเทศ รองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย กลไกการขับเคลื่อน การบูรณาการหน่วยงาน และระบบติดตามประเมินผล ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ จะมีการประชุมเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อติดตามผลและให้ข้อเสนอแนะจากการรวบรวมข้อมูลของที่ปรึกษา เวทีภาคประชาชนและการประชาสัมพันธ์ของ SEC WATCH และความคิดเห็นจากผู้แทนหน่วยงาน อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้คณะกรรมการฯ ต้องนำเสนอกรอบการดำเนินงานเพื่อขออนุมัติงบประมาณจากคณะรัฐมนตรีก่อน ซึ่งเมื่ออนุมัติแล้วจะใช้ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 12 เดือน เพื่อสรุปแผนฉบับสมบูรณ์เสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป
นายสิริพงศ์ กล่าวในช่วงท้ายว่า “กระทรวงคมนาคม จะดำเนินงานเชิงรุกในการติดตามและผลักดันนโยบายต่าง ๆ สู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ต้องดำเนินงานตามแผนงานอย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และทุกภาคส่วนในพื้นที่ เพื่อให้การพัฒนาระบบขนส่งและโครงข่ายคมนาคมในจังหวัดสงขลามีความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด”