กทพ. แจงกรณีพบการเข้าสืบค้นข้อมูลของ ขบ. ผิดปกติ ยันเป็นการใช้งานภายใต้ภารกิจติดตามผู้ค้างชำระค่าผ่านทาง พร้อมเร่งตรวจสอบร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจเช็กระบบ Log และเพิ่มมาตรการความปลอดภัยทันที ย้ำมีการกำกับเข้มตามมาตรฐาน ISO & กฎหมายไซเบอร์ หวังสร้างความโปร่งใส-ความเชื่อมั่นให้ประชาชน
รายงานข่าวจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ระบุว่า ตามที่ปรากฏข่าวเกี่ยวกับกรณีกระทรวงคมนาคมตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลของกรมการขนส่งทางบกที่มีลักษณะการเข้าสืบค้นข้อมูลผิดปกติและอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น กทพ. ได้รับทราบกรณีดังกล่าวและไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที
ทั้งนี้ กทพ. ขอเรียนว่า กทพ. เป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมที่ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ให้ใช้สืบค้นข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการปฏิบัติภารกิจตามกฎหมายในการติดตามเจ้าของรถที่ใช้ทางพิเศษแต่ไม่ชำระค่าผ่านทาง เพื่อดำเนินการตามกระบวนการบังคับใช้กฎหมายและการปรับเป็นพินัย
โดยสืบเนื่องจาก กทพ. มีกรอบระยะเวลาในการให้ผู้ใช้ทางพิเศษมาชำระค่าผ่านทางภายในกำหนด หากไม่ชำระภายในกำหนด กทพ. จะออกหนังสือขอให้ชำระค่าผ่านทางและการปรับเป็นพินัยตามลำดับ ซึ่งการเข้าถึงและใช้งานข้อมูลดังกล่าวดำเนินการภายใต้ขอบเขตอำนาจหน้าที่ ระเบียบ และเงื่อนไขที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดอย่างเคร่งครัด โดยใช้เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติราชการเท่านั้น

รายงานข่าวจาก กทพ. ระบุอีกว่า ภายหลังได้รับแจ้งจากกระทรวงคมนาคมและ ขบ. ว่า ได้ตรวจพบการใช้งานบัญชีผู้ใช้งาน (User Account) มีลักษณะการเข้าสืบค้นข้อมูลผิดปกติ กทพ. ได้ดำเนินการตามมาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศโดยทันที อาทิ การตรวจสอบข้อมูลการใช้งานของระบบ (Log) และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่
ขณะเดียวกัน จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบว่าบัญชีผู้ใช้งานดังกล่าวเป็นบัญชีที่ กรมการขนส่งทางบกอนุญาตให้ กทพ. ใช้สำหรับเข้าถึงข้อมูลตามภารกิจของหน่วยงานในการติดตามเฉพาะผู้ใช้ทางพิเศษที่ไม่ชำระค่าผ่านทาง และ กทพ. มีข้อกำหนดให้พนักงานจะต้องรีเซ็ตพาสเวิร์ดทุก 90 วัน อีกทั้ง กทพ. ผ่านการรับรองมาตรฐานสากลในด้านระบบการจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security Management System – ISMS) ตาม ISO/IEC 27001:2022 เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ช่วยยืนยันว่า กทพ. มีระบบการบริหารจัดการข้อมูลและการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ รวมถึง กทพ. ยังมีการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 ของสำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) โดยข้อเท็จจริงดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ตามกระบวนการของหน่วยงานเพื่อให้เกิดความชัดเจน โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ หากมีความคืบหน้า กทพ. จะแจ้งให้ประชาชนและสื่อมวลชนทราบผ่านช่องทางการสื่อสารของหน่วยงานโดยเร็ว
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า กทพ. ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการคุ้มครองข้อมูลและความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ พร้อมมีการทบทวนและยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยของระบบสารสนเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันความเสี่ยงและเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนผู้ใช้บริการ
