ขสมก.พลิกโฉม 50 ปี ปักธงเปลี่ยนรถเมล์สันดาปเป็น EV 100% ภายในปี 71 ลดต้นทุน-ลดมลพิษ

“พิพัฒน์” ประกาศก้าวใหม่ ขสมก. ครบรอบ 50 ปี เดินหน้าปฏิวัติรถเมล์กรุงเทพฯ สู่พลังงานไฟฟ้า 100% ภายในปี 71 เร่งรับมอบ EV ชุดแรก 1,520 คัน ภายใน พ.ค. 70 พร้อมจัดหาเพิ่มอีก 800 คัน ลดมลพิษ PM2.5 ควบคู่ลดต้นทุนเชื้อเพลิง-ซ่อมบำรุง ส่วนค่าโดยสาร พร้อมหารือคลังออกแบบมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ครบรอบ 50 ปี ว่า ได้ตอกย้ำบทบาทของ ขสมก. ในฐานะขนส่งสาธารณะที่อยู่คู่การเดินทางของประชาชนมาอย่างยาวนาน พร้อมประกาศก้าวสำคัญสู่การพลิกโฉมระบบรถโดยสารสาธารณะยุคใหม่ ด้วยการนำรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (EV) รุ่นใหม่เข้ามายกระดับการให้บริการ ควบคู่การพัฒนาเทคโนโลยี ระบบบริการ และบุคลากร เพื่อสร้างการเดินทางที่สะดวก ปลอดภัย เชื่อมต่อ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ ขสมก. ได้มีนโยบายเปลี่ยนรถโดยสารจากระบบสันดาป ทั้งรถที่ใช้น้ำมันและก๊าซ มาเป็นรถพลังงานไฟฟ้า (EV) ทั้งหมด เพื่อก้าวเข้าสู่การใช้พลังงานสะอาดและช่วยลดปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยความคืบหน้าการจัดหารถ EV ชุดแรกจำนวน 1,520 คันนั้น ขสมก.จะทยอยรับมอบ 3 ระยะ แบ่งเป็น สิ้นเดือน มี.ค. 2570 จำนวน 500 คัน, สิ้นเดือน เม.ย. 2570 จำนวน 500 คัน และสิ้นเดือน พ.ค. 2570 จำนวน 520 คัน รวม 1,520 คัน

สำหรับการจัดหารถเมล์ EV ดังกล่าว เพื่อทยอยทดแทนรถโดยสารระบบสันดาปเดิม อย่างไรก็ตาม รถเมล์ EV จำนวน 1,520 คันนั้น ยังไม่เพียงพอต่อการปรับปรุงการให้บริการ ดังนั้นรัฐบาลจึงสนับสนุนให้ ขสมก.จัดหารถ EV เพิ่มอีก 800 คัน โดยคาดว่าจะได้รับรถภายใน ธ.ค. 2570 และตั้งเป้าภายในสิ้นปี 2571 รถโดยสารของ ขสมก.ที่ให้บริการประชาชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลจะเปลี่ยนเป็นรถ EV 100% ทั้งหมด

สิ้นปี 2571 รถเมล์ของ ขสมก.ที่ออกมาให้บริการผู้โดยสารในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะเป็นรถ EV ทั้งหมด 100%” นายพิพัฒน์ กล่าว

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า การเปลี่ยนมาใช้รถ EV นอกจากลดการปล่อยมลพิษแล้ว ยังช่วยลดภาระต้นทุนของ ขสมก. โดยเฉพาะค่าซ่อมบำรุงและต้นทุนพลังงาน เนื่องจากรถส่วนหนึ่งเป็นระบบเช่า ซึ่งเมื่อรถมีปัญหาไม่จำเป็นต้องแบกรับภาระการซ่อมในลักษณะเดิม ขณะที่ต้นทุนพลังงานไฟฟ้ามีความผันผวนน้อยกว่าน้ำมันและก๊าซ ส่วนอัตราค่าโดยสารสำหรับประชาชน ยืนยันว่า การช่วยอุดหนุนกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ยังอยู่ระหว่างหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อออกแบบกลไกช่วยเหลือให้เหมาะสม หลังรถเมล์ร้อนทยอยหมดไป

ทั้งนี้ ขสมก. อยู่ระหว่างจัดทำข้อมูลการใช้บริการ เพื่อให้สามารถแยกกลุ่มผู้โดยสารและออกแบบมาตรการช่วยเหลือได้ตรงกลุ่มมากขึ้น โดยบทบาทของ ขสมก. และระบบขนส่งสาธารณะ ไม่ได้มุ่งแสวงหากำไรจากประชาชน แต่ต้องทำหน้าที่ให้บริการและช่วยลดภาระค่าเดินทาง โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย ขณะเดียวกันการลดต้นทุนการดำเนินงานจะช่วยลดจำนวนเงินที่ภาครัฐต้องเข้ามาสนับสนุนในอนาคต

ด้านนายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการ ขสมก. กล่าวว่า ปัจจุบัน ขสมก. ยังอยู่ภายใต้แผนฟื้นฟู และจะเดินหน้าตามแนวทางที่กำหนดไว้ โดยคาดว่าหากโครงการจัดหารถโดยสารไฟฟ้าใหม่แล้วเสร็จ จะช่วยให้สถานะทางการเงินของ ขสมก.ดีขึ้น โดยภาวะขาดทุนจะลดลง และมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น เนื่องจากรถใหม่จะเข้ามาแทนรถโดยสารระบบสันดาปที่มีต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าซ่อมบำรุงสูง