รฟฟท. พร้อมเดินรถ ARL 100% เริ่ม 1 ก.พ. 70 จ่อลงนาม รฟท. ภายในสิ้นปีนี้ เล็งดึงบุคลากรจากเอกชน 354 คนทำงานต่อเนื่อง
รฟฟท. ยืนยันมีความพร้อมบริหารเดินรถไฟฟ้า Airport Rail Link 100% เริ่มตั้งแต่ 1 ก.พ. 70 หลังล่าสุด บอร์ด รฟท. ไฟเขียวหลักการจ้าง พร้อมเร่งสำรวจทรัพย์สิน-ระบบ-ภารกิจทั้งหมด ก่อนลุยจัดทำแผนปฏิบัติการให้ทันก่อนรับงานจริง เร่งขั้นตอน TOR-ลงนามสัญญาจ้างให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ คาดสัญญาปีต่อปี เบื้องต้นถึงสิ้นปีงบ 70 ส่วนบุคลากรวางกรอบ 354 คน จ่อดึงคนเดิมของเอกชนเข้าร่วมงาน
พล.อ.อ. คงศักดิ์ จันทรโสภา กรรมการ และรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (MD) บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) หรือผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมเข้ารับจ้างบริหารการเดินรถและซ่อมบำรุงรถไฟฟ้า Airport Rail Link ว่า ตามที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ทำข้อตกลงกับบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด เพื่อให้เอกชนดำเนินงานต่ออีก 4 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 – 31 ม.ค. 2570 นั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2569 ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท. ได้อนุมัติหลักการให้ รฟท. ว่าจ้าง รฟฟท.เข้ามาบริหารการเดินรถและซ่อมบำรุง Airport Rail Link ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2570 เป็นต้นไป

สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ รฟท. และ รฟฟท.จะต้องเข้าพื้นที่เพื่อสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สิน รวมถึงสภาพระบบและองค์ประกอบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่สัปดาห์นี้ เพื่อให้ รฟฟท. มีข้อมูลเพียงพอสำหรับจัดทำแผนการบริหารจัดการก่อนเข้ารับช่วงดำเนินงานจริง ซึ่ง รฟฟท. เป็นผู้รับจ้าง จึงต้องรอให้ รฟท.ในฐานะผู้ว่าจ้างเป็นผู้เรียกเข้าไปหารือและดำเนินการตามขั้นตอน โดย รฟฟท.ต้องการให้กระบวนการเกิดขึ้นโดยเร็ว เนื่องจากจำเป็นต้องมีเวลาในการจัดทำแผนปฏิบัติการ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินรถไฟ Airport Rail Link
ทั้งนี้ รฟฟท. ต้องการให้กระบวนการต่าง ๆ มีความชัดเจนโดยเร็ว โดยคาดว่าภายใน ต.ค. 2569 น่าจะมีข้อมูลที่ครบถ้วนเพียงพอสำหรับนำไปจัดทำแผนปฏิบัติการ ทั้งเรื่องบุคลากร งบประมาณ การเดินรถ การซ่อมบำรุง และขั้นตอนด้านใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน ขั้นตอนหลังจากได้รับข้อมูลจากการสำรวจแล้ว รฟท. จะจัดทำ TOR และลงนามสัญญา โดยคาดว่า กระบวนการจะใช้เวลาไม่เกินประมาณ 2 เดือน และต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2569 เพื่อให้มีเวลาเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มรับงานในวันที่ 1 ก.พ. 2570

พล.อ.อ. คงศักดิ์ กล่าวยืนยันว่า รฟฟท.มีความพร้อมในการเดินรถ 100% ซึ่งการดำเนินงานของ Airport Rail Link มีลักษณะบางส่วนที่ง่ายกว่าสายสีแดง เนื่องจากระบบ Airport Rail Link เป็นระบบอัตโนมัติ ขณะที่รถไฟฟ้าสายสีแดงเป็นระบบที่มีพนักงานขับรถ ทำให้การควบคุมความเร็ว การเบรก และการจอดเทียบชานชาลาต้องอาศัยทักษะของผู้ขับ ส่วน Airport Rail Link มีระบบควบคุมที่ช่วยให้ขบวนรถจอดตามตำแหน่งที่กำหนด
ส่วนรูปแบบสัญญาจ้างนั้น ปัจจุบัน รฟฟท.รับจ้าง รฟท.บริหารเดินรถไฟฟ้าสายสีแดงในลักษณะสัญญาปีต่อปี ดังนั้นการเข้ารับจ้างบริหาร Airport Rail Link ในเบื้องต้น ก็คาดว่าจะใช้หลักการเดียวกัน โดยในปี 2570 จะเหลือระยะเวลาประมาณ 8 เดือน หรือนับตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. – 30 ก.ย. 2570 จึงมีแนวโน้มที่จะจัดทำสัญญาจ้างในช่วง 8 เดือนแรกก่อน จากนั้นเมื่อสิ้นสุดเดือน ก.ย. 2570 จึงพิจารณาสัญญาในระยะต่อไป โดยจะแยกการบริหารระหว่างรถไฟสายสีแดงกับ Airport Rail Link ออกจากกัน เนื่องจากเป็นงานคนละระบบและมีรายละเอียดการดำเนินงานแตกต่างกัน

พล.อ.อ. คงศักดิ์ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกัน ที่ประชุมบอร์ด รฟท. ยังมีมติอนุมัติหลักการเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยอนุมัติให้ รฟฟท.เข้ามาดำเนินงานภายใต้กรอบกำลังคน 354 คน ดังนั้น รฟฟท.จะดำเนินการบริหารบุคลากรสำหรับ Airport Rail Link ภายใต้กรอบ 354 คน แต่ยังไม่สามารถระบุรายละเอียดได้ว่า จะจัดสรรกำลังคนสำหรับงานเดินรถ งานสถานี งานควบคุมระบบ และงานซ่อมบำรุงในสัดส่วนเท่าใด เนื่องจากต้องเข้าไปสำรวจข้อมูลหน้างานจริงก่อน รวมถึงต้องประเมินรูปแบบการจ้างงานและการบริหารจัดการในแต่ละส่วน
สำหรับกรอบกำลังคน 354 คน เป็นกรอบใหม่สำหรับ Airport Rail Link แยกจากกำลังคนที่ รฟฟท. ใช้ในการบริหารรถไฟฟ้าสายสีแดง โดย รฟฟท. จะรับบุคลากรสำหรับ Airport Rail Link เพิ่ม โดยแนวทางเบื้องต้น รฟฟท.มีแผนจะใช้บุคลากรเดิมของบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด เข้ามาร่วมดำเนินงาน เนื่องจากเป็นผู้ที่มีประสบการณ์และคุ้นเคยกับระบบอยู่แล้ว ทั้งนี้ รูปแบบการจ้างงานยังอยู่ระหว่างการหารือ หากบุคลากรเดิมสมัครใจเข้ามาทำงานกับ รฟฟท.ไม่ครบตามจำนวน ก็จะเปิดรับบุคลากรจากภายนอกเพิ่มเติม พร้อมจัดการฝึกอบรมให้เหมาะสมกับประเภทงาน เนื่องจากพนักงานแต่ละตำแหน่งมีระยะเวลาในการฝึกอบรมแตกต่างกัน

ทั้งนี้ บุคลากรจำนวน 354 คนนั้น รฟฟท.ประเมินในเบื้องต้นว่า น่าจะเพียงพอต่อการดำเนินงาน ในส่วนของการเตรียมบุคลากร รฟฟท.จะประเมินจากภารกิจจริง ทั้งจำนวนสถานี การเดินรถ ห้องควบคุม และงานซ่อมบำรุง หากบางส่วนจำเป็นต้องจ้างผู้รับเหมาภายนอก หรือ Outsource ก็ต้องประเมินจำนวนบุคลากรที่ต้องใช้ ขณะเดียวกัน หากในอนาคต รฟฟท.ต้องดำเนินงานบางส่วนด้วยตนเอง ก็ต้องประเมินกำลังคนเพิ่มเติมเช่นกัน ขณะที่ จำนวนบุคลากรที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ จะพิจารณาตามสถานีและลักษณะงาน โดยจากการดำเนินงานในปัจจุบันของเอกชน พบว่า แต่ละสถานีมีบุคลากรประมาณ 4-5 คนต่อกะ และมีการทำงาน 3 กะ ซึ่ง รฟฟท. มีแนวทางที่จะใช้รูปแบบการบริหารของเอกชนเป็นฐานในเบื้องต้น ก่อนประเมินอีกครั้งว่าสามารถดำเนินการได้ครบถ้วน ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพหรือไม่
พล.อ.อ. คงศักดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุวงเงินได้ เนื่องจาก รฟฟท.ยังไม่ได้รับข้อมูลรายละเอียดของทรัพย์สิน ระบบ และภารกิจที่จะต้องรับผิดชอบทั้งหมด โดยจะต้องเข้าไปสำรวจและประเมินข้อมูลก่อน จากนั้นจึงจะสามารถจัดทำประมาณการงบประมาณและแผนบริหารจัดการได้ ส่วนขบวนรถที่จะนำมาให้บริการ Airport Rail Link นั้น จะยังคงใช้ขบวนรถและระบบเดิม ขณะที่การจัดหารถไฟฟ้าหรือการลงทุนเพิ่มเติม หากในอนาคตมีความจำเป็น เป็นเรื่องที่ รฟท.ในฐานะผู้ว่าจ้างจะต้องเป็นผู้พิจารณา

นอกจากนี้ รฟฟท. ยังต้องดำเนินการขอใบอนุญาตการประกอบกิจการขนส่งทางรางจากกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เนื่องจากมีข้อกำหนดและกฎหมายของเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยปัจจุบัน รฟฟท.ได้รับมอบพันธกิจจาก รฟท.ให้บริหารเดินรถสายสีแดงเป็นระยะเวลา 3 ปี และเมื่อพันธกิจดังกล่าวสิ้นสุดลงจะต้องต่ออายุหรือการขออนุญาตใหม่ให้สอดคล้องกับกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถประกอบกิจการการเดินขบวนรถไฟสายสีแดง และรถไฟฟ้า Airport Rail Link ได้
สำหรับค่าจ้างบริหารเดินรถไฟฟ้าสายสีแดงตามสัญญาล่าสุดของปี 2570 อยู่ที่ 594 ล้านบาท โดยจำนวนดังกล่าว เป็นกรอบการจ้างเดินรถ ขณะที่การเบิกจ่ายเป็นไปตามค่าใช้จ่ายจริง โดยหากค่าใช้จ่ายด้านเงินเดือนอยู่ที่จำนวนเท่าใด ก็เบิกจ่ายตามจำนวนจริง ส่วนค่าใช้จ่ายด้านการซ่อมบำรุงเป็นงบประมาณอีกส่วนหนึ่ง แยกออกจากค่าจ้างบุคลากร
