‘คมนาคม’ ปั้นพื้นที่ ‘สถานีธนบุรี’ สู่ Medical District ผนึกศิริราช เปิดทางเอกชนร่วมลงทุน ลุยเฟสแรก 22 ไร่ ตั้งเป้าประมูลสิ้นปีนี้
“สรรเพชญ” ลงพื้นที่ “ย่านสถานีธนบุรี” ดันแลนด์มาร์กสุขภาพใจกลางกรุง เชื่อมรถไฟฟ้า 3 สาย วางโมเดล TOD พัฒนา “Medical Wellness Hub” ครบวงจร ทั้งศูนย์รักษาเฉพาะทาง–ที่พักผู้ป่วย–บุคลากร–อาคารจอดรถ 1,000 คัน ควบคู่ดูแลพนักงาน รฟท. กว่า 1,000 คน จัดที่อยู่อาศัยใหม่ 2 ไร่ เปิดรับฟังทุกฝ่ายก่อนสรุปแบบลงทุน คาดก่อสร้าง 3-4 ปี เร่งเดินหน้าให้เริ่มโครงการภายในรัฐบาลนี้
นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ร่วมกับผู้บริหารบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) เพื่อติดตามแนวทางพัฒนาพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) บริเวณย่านสถานีธนบุรี เมื่อวานนี้ (4 ส.ค. 2569) ว่า พื้นที่ย่านสถานีธนบุรี มีเนื้อที่รวมประมาณ 148 ไร่ ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของการรถไฟแห่งประเทศไทย เนื่องจากตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร เชื่อมต่อระบบรางหลายสาย ทั้งรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่เปิดให้บริการแล้ว รวมถึงรถไฟฟ้าสายสีส้มและรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อนที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง
นอกจากนี้ ยังอยู่ติดกับโรงพยาบาลศิริราช ศูนย์การแพทย์ชั้นนำของประเทศ จึงมีศักยภาพอย่างยิ่งในการศึกษาพัฒนาเป็นเมืองแห่งการแพทย์ (Medical District) เพื่อรองรับการขยายตัวของระบบบริการสาธารณสุข การวิจัย และนวัตกรรมทางการแพทย์ในอนาคต โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ เป็นการติดตามศักยภาพของพื้นที่ รับฟังข้อจำกัดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกำหนดทิศทางการพัฒนาในภาพรวม ซึ่งแนวคิดเบื้องต้นของ SRTA คือ การร่วมมือกับโรงพยาบาลศิริราช พัฒนาพื้นที่ระยะแรกประมาณ 22 ไร่ ให้เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมการแพทย์และการดูแลสุขภาพแบบครบวงจร (Medical Wellness Hub) เพื่อรองรับการขยายบริการด้านการแพทย์และสุขภาพในอนาคต

นายสรรเพชญ กล่าวต่อว่า เบื้องต้นมีแนวทางพัฒนาร่วมกับโรงพยาบาลศิริราช โดยกำลังหารือถึงรูปแบบการใช้ประโยชน์พื้นที่ให้สอดคล้องกับความต้องการของโรงพยาบาล เช่น ศูนย์รักษาโรคเฉพาะทาง อาทิ ศูนย์รักษาโรคมะเร็ง ศูนย์สุขภาพแบบครบวงจร ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ รวมถึงพื้นที่รองรับการดูแลสุขภาพของพนักงานการรถไฟ ทั้งนี้ รายละเอียดสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามผลการหารือกับคณะแพทย์ศิริราช เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการทางการแพทย์ในอนาคตมากที่สุด
สำหรับการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าว จะดำเนินการควบคู่ทั้งการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์และการยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงานการรถไฟที่อาศัยอยู่ในพื้นที่กว่า 318 ครัวเรือน หรือมากกว่า 1,000 คน โดยกระทรวงคมนาคมจะรับฟังความคิดเห็นจากทั้งพนักงานการรถไฟและโรงพยาบาลศิริราช เพื่อให้การพัฒนาเกิดความสมดุลและเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย เบื้องต้น จะกันพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ สำหรับสร้างที่พักอาศัยใหม่ในรูปแบบอาคารชุด เพื่อรองรับพนักงานการรถไฟ

นายสรรเพชญ กล่าวอีกว่า ในส่วนรูปแบบการลงทุน ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยมีแนวทางหลัก 2-3 รูปแบบ ได้แก่ การเปิดให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุนพัฒนาโครงการ ก่อนให้โรงพยาบาลศิริราชเช่าพื้นที่เพื่อบริหารจัดการ หรืออีกแนวทางหนึ่ง คือ เอกชนร่วมลงทุนกับศิริราชในการพัฒนาโครงการ ซึ่งยังต้องหารือร่วมกันทั้งสามฝ่ายเพื่อหาข้อสรุปที่เหมาะสมที่สุด ขณะเดียวกันยังไม่ได้ประเมินมูลค่าการลงทุนหรือรายได้ที่จะได้รับ เนื่องจากอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ
นายสรรเพชญ กล่าวว่า โครงการนี้เป็นการต่อยอดแนวคิดการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน (Transit Oriented Development : TOD) โดยนำศักยภาพของพื้นที่ที่เชื่อมโยงระบบคมนาคมและบริการทางการแพทย์มาพัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อสร้างศูนย์สุขภาพแห่งใหม่ที่เดินทางสะดวกและรองรับความต้องการของประชาชนในอนาคต ซึ่งได้มอบหมายให้ SRTA จัดทำรายละเอียดและแผนการพัฒนาให้แล้วเสร็จ พร้อมตั้งเป้าหมายเปิดประมูลให้ได้ภายในสิ้นปีปฏิทินนี้ หากขั้นตอนการศึกษาต่าง ๆ แล้วเสร็จตามแผน แม้ยังไม่สามารถรับปากได้ว่าจะดำเนินการทันกำหนด แต่จะเร่งผลักดันให้เร็วที่สุด และอย่างน้อยต้องเริ่มต้นกระบวนการภายใต้รัฐบาลชุดปัจจุบัน

รายละเอียดของโครงการยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากต้องรอข้อเสนอจากโรงพยาบาลศิริราชว่าจะต้องการใช้พื้นที่ในรูปแบบใด ไม่ว่าจะเป็นศูนย์รักษาโรคเฉพาะทาง ศูนย์สุขภาพ หรือบริการทางการแพทย์ด้านอื่น ๆ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดองค์ประกอบของโครงการในระยะต่อไป” นายสรรเพชญ กล่าว
นายสรรเพชญ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับพื้นที่ที่เหลืออีกประมาณ 19 ไร่ นอกเหนือจากการสร้างที่พักอาศัยให้กับพนักงานรถไฟแล้วนั้น จะพัฒนาเป็น Wellness Center, Medical Center, อาคารพักผู้ป่วยและญาติผู้ป่วย, ที่พักบุคลากรทางการแพทย์ของศิริราชและศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ อาคารจอดรถรองรับได้ประมาณ 1,000 คัน รวมถึงสวนสาธารณะสำหรับประชาชน อย่างไรก็ตาม แนวคิดดังกล่าวยังเป็นเพียงแผนแม่บทที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามข้อเสนอของภาคเอกชนและโรงพยาบาลศิริราช
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า การพัฒนาพื้นที่จะต้องไม่กระทบต่อคุณภาพชีวิตของพนักงานการรถไฟ โดยได้รับข้อเสนอจากผู้อยู่อาศัยในพื้นที่เกี่ยวกับความเพียงพอของที่จอดรถ สิทธิในการใช้ที่จอดรถ รวมถึงการยกระดับสิทธิการรักษาพยาบาลให้สามารถเชื่อมโยงกับโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งข้อเสนอทั้งหมดจะถูกนำไปประกอบการออกแบบโครงการ และจะต้องมีการรับฟังความคิดเห็นร่วมกัน
ทั้งนี้ คาดว่าโครงการจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3-4 ปี โดยพื้นที่ 22 ไร่ จะดำเนินการเป็นเฟสแรกทั้งหมด ขณะที่พื้นที่ส่วนอื่นของการรถไฟ เช่น พื้นที่ตลาดด้านหน้า ยังอยู่ระหว่างสัญญาเช่า ซึ่งจะทยอยพัฒนาในระยะถัดไปหลังสัญญาสิ้นสุดในปี 2571 โดยขั้นตอนต่อจากนี้ SRTA จะต้องจัดทำรายละเอียดโครงการและหารือร่วมกับโรงพยาบาลศิริราชเพื่อกำหนดรูปแบบการพัฒนา องค์ประกอบของโครงการ และรูปแบบการลงทุนให้ชัดเจน ก่อนเปิดให้ภาคเอกชนเข้าร่วมลงทุน โดยยืนยันว่าจะเร่งผลักดันให้เกิดความคืบหน้าโดยเร็วที่สุด เพื่อให้โครงการสามารถเริ่มต้นได้อย่างเป็นรูปธรรมภายในรัฐบาลชุดปัจจุบัน
