’กรมทางหลวง‘ เปิดตัว ‘PHRAO MODEL’ ต้นแบบพื้นที่ดูดซับคาร์บอน หนุนเป้าหมาย Net Zero ปี 2050 เล็งขยายผลไป ‘ลำปาง’ กว่า 100 ไร่

“กรมทางหลวง” เปิดตัวโครงการ “Highways Carbon Sink : PHRAO MODEL” ต้นแบบการพัฒนาพื้นที่สงวนนอกเขตทางหลวงเป็นแหล่งดูดซับและกักเก็บคาร์บอนแห่งแรก นำร่อง @ อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ชูศักยภาพกักเก็บก๊าซเรือนกระจกกว่า 5.55 แสนกิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี พร้อมเดินหน้าขยายโมเดลสู่พื้นที่ทางหลวงทั่วประเทศ เล็งพื้นที่ “ลำปาง” ขับเคลื่อนสู่ ทางหลวงคาร์บอนต่ำ และสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของไทยในปี 2050

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2569 นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เป็นประธานเปิดกิจกรรมปลูกต้นไม้และเปิดตัวโครงการ “Highways Carbon Sink : PHRAO MODEL” ณ หมวดทางหลวงพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 1 เชียงใหม่ คณะผู้บริหารกรมทางหลวง ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน และสื่อมวลชน เข้าร่วมกิจกรรม

โครงการ “Highways Carbon Sink : PHRAO MODEL” เป็นโครงการต้นแบบในการนำพื้นที่สงวนนอกเขตทางหลวงที่มีศักยภาพมาพัฒนาเป็นพื้นที่สีเขียว เพื่อเพิ่มแหล่งดูดซับและกักเก็บก๊าซเรือนกระจก ควบคู่กับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาวะโลกร้อน และมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 พร้อมเตรียมขยายผลแนวคิดดังกล่าวไปยังหน่วยงานในสังกัดกรมทางหลวงทั่วประเทศ

ทั้งนี้ การดำเนินโครงการอยู่ภายใต้โครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (Low Emission Support Scheme : LESS) ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. โดยกรมทางหลวงได้สำรวจและวัดต้นไม้เดิมในพื้นที่สงวนนอกเขตทางหลวงบริเวณริมทางหลวงหมายเลข 1001 ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่อง จำนวน 1,008 ต้น ตามหลักเกณฑ์ทางวิชาการของ อบก. พบว่ามีศักยภาพในการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 555,577 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี พร้อมกันนี้ได้ดำเนินการปลูกต้นไม้เพิ่มเติมอีก 159 ต้น ซึ่งเมื่อเติบโตเต็มศักยภาพ คาดว่าจะสามารถกักเก็บก๊าซเรือนกระจกได้เพิ่มขึ้นประมาณ 1,510.5 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ กรมทางหลวงให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกมิติ ภายใต้แนวคิด Carbon Neutral Event อาทิ การส่งเสริมการเดินทางร่วมกัน (Carpool) การลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว การคัดแยกและบริหารจัดการขยะ การลดการใช้กระดาษด้วยระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์และ QR Code รวมถึงการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากการจัดกิจกรรม

นายปิยพงษ์ กล่าวต่อว่า กรมทางหลวงในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของประเทศ ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาทางหลวงควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยกรมทางหลวงได้ประกาศ ปฏิญญากรมทางหลวง มุ่งสู่ทางหลวงคาร์บอนต่ำและความยั่งยืน ภายในปี ค.ศ. 2040 เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 เพื่อเป็นกรอบในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการทางหลวงให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนเป้าหมายของประเทศในการมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี ค.ศ. 2050

“กิจกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมมาสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกรมทางหลวงที่ไม่ได้ให้ความสำคัญเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การเพิ่มพื้นที่สีเขียว และการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอีกด้วย”

อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวทิ้งท้ายว่า “PHRAO MODEL” จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการขยายผลแนวคิดการพัฒนาพื้นที่ดูดซับและกักเก็บคาร์บอนไปยังหน่วยงานอื่นในสังกัดกรมทางหลวงทั่วประเทศ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทยในระยะยาว และเป็นต้นแบบการบริหารจัดการพื้นที่ที่ผสานการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเข้ากับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล มุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) อย่างเป็นรูปธรรม เบื้องต้น เล็งเห็นว่า พื้นที่ของ ทล. ในจังหวัดลำปาง กว่า 100 ไร่ จะเป็นพื้นที่ที่จะดำเนินการต่อไปในอนาคต