‘คมนาคม’ เชิญชวนประชาชน ชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ-ลงนามถวายพระพรในหลวง ร.10 ‘ พระบารมีดุจร่มฟ้า ปกเกล้าแดนไทย’ รูปแบบออนไลน์

“คมนาคม” เชิญชวนประชาชนชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พร้อมร่วมลงนามถวายพระพรในหลวง ร.10 เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 69 พรรษา 28 ก.ค. 64 “พระบารมีดุจร่มฟ้า ปกเกล้าแดนไทย” ในรูปแบบออนไลน์

รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม ระบุว่า เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่ 28 ก.ค. 2564 หน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติขึ้น เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการด้วยพระวิริยะอุตสาหะ และเพื่อเชิดชูพระเกียรติคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงน้อมนำ สืบสาน พระราชดำริ และพระราชกรณียกิจของพระบรมราชชนกและพระบรมราชชนนี ตลอดจนพระราชปณิธานอันแน่วแน่มั่นคงที่ทรงบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่อาณาประชาราษฎร์ และพัฒนาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรือง นำมาซึ่งความร่มเย็นเป็นสุขของพสกนิกรทั่วทั้งแผ่นดิน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ทั้งนี้ จากพระอัจฉริยภาพและพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย กระทรวงคมนาคม จึงได้จัดนิทรรศการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 69 พรรษา 28 กรกฎาคม 2564 “พระบารมีดุจร่มฟ้า ปกเกล้าแดนไทย” ในรูปแบบนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ ออนไลน์ ผ่านทาง www.blesshismajesty.com หรือ www.mot.go.th หรือ Facebook ประชาสัมพันธ์กระทรวงคมนาคม ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยกระทรวงคมนาคม ขอเชิญชวนประชาชนร่วมชมนิทรรศการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 69 พรรษา 28 ก.ค. 2564 “พระบารมีดุจร่มฟ้า ปกเกล้าแดนไทย” ในรูปแบบนิทรรศการออนไลน์ และร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

สำหรับนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ ออนไลน์นั้น แบ่งเป็น 3 หมวดหลัก ประกอบด้วย

1.นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ นำเสนอพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ พระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระมหากรุณาธิคุณในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของประเทศ จำนวน 10 เรื่อง ได้แก่

  1. บุญบารมีบุพชาติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 10 แห่งพระราชวงศ์จักรี เมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2559 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อ พ.ศ. 2562 พระองค์เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2495
  2. ธ องอาจสง่าเมือง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสำเร็จการศึกษาวิชาการทหารชั้นสูงที่วิทยาลัยวิชาการทหารดันทรูน เครือรัฐออสเตรเลีย จากนั้นทรงศึกษาต่อ ณ โรงเรียนเสนาธิการทหารบก มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรแห่งสหราชอาณาจักร ตามลำดับ ทรงเริ่มรับราชการทหารเมื่อ พ.ศ. 2518 ทรงพัฒนากิจการด้านการทหารและความมั่นคงของประเทศให้ก้าวหน้าเป็นลำดับ ทรงนำความรู้และประสบการณ์ทั้งด้านยุทธวิธี ยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยจากต่างประเทศมาถ่ายทอดและประยุกต์ใช้
  3. ทรงเชี่ยวชาญเรื่องการบิน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็น “นักบิน” ที่เปี่ยมด้วยพระปรีชาชาญ ทรงขับอากาศยานหลากหลายแบบทั้งอากาศยานทหารและอากาศยานพาณิชย์ ด้านการบินทหาร ทรงศึกษาหลักสูตรวิทยาการการบินของกองทัพบกและกองทัพอากาศ ตลอดจนเสด็จพระราชดำเนินไปทรงศึกษาเทคนิคการบินจากสหรัฐอเมริกา ทรงพระกรุณาปฏิบัติหน้าที่ครูการบินของกองทัพอากาศไทย และทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายกิตติบัตรครูฝึกการบินเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูงด้านการบินพาณิชย์ ทรงสำเร็จหลักสูตรและทรงได้รับใบอนุญาตนักบินพาณิชย์จากกรมการขนส่งทางอากาศ ทรงได้รับใบ Certified Aircraft Type Boeing 737-400 และทรงสำเร็จหลักสูตรกัปตันของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
  4. ทั่วปฐพินพระราชทานสุข ในยามที่บ้านเมืองเกิดภัยทุกข์ร้อน ล้วนอยู่ในพระเนตรพระกรรณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยงานในพระองค์เร่งบรรเทาทุกข์เพื่อให้เกิดความสุขทุกพื้นที่ เช่น เมื่อเกิดภัยพิบัติ ถุงยังชีพพระราชทานจะไปถึงยังพื้นที่ประสบเหตุอย่างรวดเร็วเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย และยิ่งทวีความรุนแรงทุกขณะ
  5. ทรงพัฒนาทุกการศึกษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนับสนุนการศึกษาของประชาชน ทั้งการศึกษาในระบบและนอกระบบ ตั้งแต่ระดับพื้นฐานจนถึงสายวิชาชีพขั้นสูง เนื่องจากเป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้ผู้เรียน “มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง มีคุณธรรม มีงานทำ มีอาชีพ ตลอดจนเป็นพลเมืองที่ดี” ทรงพระราชดำริให้เยาวชนของประเทศได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียม ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งโรงเรียนทั่วทุกภาคของประเทศ ปัจจุบันทรงรับโรงเรียนไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ 15 แห่ง
  6. ทรงเปิดเส้นทางการขนส่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสนพระราชหฤทัยในการพัฒนาเส้นทางคมนาคมขนส่งของประเทศ ในอดีตเมื่อครั้งทรงรับราชการทหาร ได้เสด็จพระราชดำเนินไปในที่ที่ยังไม่มีทางสัญจร เพื่อทรงคุ้มกันเจ้าหน้าที่จากกรมทางหลวงในการก่อสร้างถนน แม้เป็นพื้นที่อันตรายที่มีผู้ก่อการร้าย เช่น เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2520 ทรงร่วมลาดตระเวนบริเวณฐานปฏิบัติการบ้านสมเด็จใหม่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ จวบจนปัจจุบัน ทรงสนับสนุนการพัฒนาเส้นทางคมนาคมขนส่งของประเทศอย่างต่อเนื่อง
  7. ทรงจรรโลงคุณภาพชีวิตทั่วถิ่นที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งโครงการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนหลากหลายโครงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมอาชีพให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ เช่น พ.ศ. 2563 พระราชทานโครงการโคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง ที่ทรงสืบสานแนวพระราชดำริหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่อย่างเป็นรูปธรรม
  8. ทรงเปรมปรีดิ์อุปถัมภ์ทุกศาสนา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพุทธมามกะและอัครศาสนูปถัมภก ทรงส่งเสริมและสนับสนุนทุกศาสนาในประเทศได้เผยแผ่หลักธรรมคำสอนอย่างกว้างขวาง แม้ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 อันเป็นขัตติยโบราณราชประเพณีครั้งสำคัญแห่งราชอาณาจักร ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้คณะบุคคลทุกศาสนาเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงานพระราชพิธี และทรงเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกศาสนาได้มีส่วนร่วมแสดงความจงรักภักดี และบำเพ็ญพระราชกุศล อุทิศถวายสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชในหลายโอกาส ตลอดจนเสด็จพระราชดำเนินไปในการพิธีสำคัญของศาสนาต่างๆ เป็นประจำทุกปี
  9. ทรงก้าวหน้าการต่างประเทศ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงกระชับสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศอย่างแน่นแฟ้น ทั้งการเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการ และทรงรับพระราชอาคันตุกะ และแขกของประเทศอย่างสมพระเกียรติ ด้านการทูต ทรงให้ความสำคัญกับพิธีถวายพระราชสาส์นตราตั้งและอักษรสาส์นตราตั้ง โดยเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย ตลอดจนพระราชทานพระราชดำรัสและกำลังใจแก่คณะเอกอัครราชทูตไทยประจำต่างประเทศให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างดีที่สุด
  10. ทรงร่วมใจจิตอาสา “เราทำความดีด้วยหัวใจ” ด้วยพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรวมใจจิตอาสาทั่วประเทศ จนเกิดความก้าวหน้าของโครงการจิตอาสาพระราชทาน ปัจจุบันได้แผ่ขยายการทำความดีอย่างกว้างขวางและลงลึกอย่างมีคุณภาพ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดหลักสูตรฝึกอบรมจิตอาสา 904 เพื่อผลิตวิทยากรและครูฝึกจิตอาสาที่สามารถ “เป็นเบ้า เป็นแม่พิมพ์” เป็นต้นแบบการประพฤติปฏิบัติตนเป็นจิตอาสาที่ดี และกระจายการฝึกอบรมรุ่นต่อไปทั่วประเทศ ตลอดจนมีการต่อยอดขยายผล ตั้งศูนย์ฝึกโรงเรียนจิตอาสา 904 บางเขน กรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เขตบางเขน เพื่อสร้างเยาวชนและประชาชนจิตอาสา เป็นรากฐานของคนดีที่ทำประโยชน์เพื่อแผ่นดิน

2.นิทรรศการบุรพวิถี ศรีรัตนโกสินทร์ แสดงภาพถ่ายทางประวัติศาสตร์ที่สวยงาม ทรงคุณค่าและหาชมได้ยาก สะท้อนวิวัฒน์และการพัฒนาการคมนาคมของไทยทั้งทางบก ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ ประกอบด้วย สถานีรถไฟกรุงเทพ, ถนนสนามไชย, ถนนราชดำเนินกลาง, สถานีรถไฟปากคลองสาน, สะพานหันคลองโอ่งอ่าง, สนามบินดอนเมือง, สะพานพุทธยอดฟ้า, สะพานจุฬาลงกรณ์ จ.ราชบุรี, ท่าเรือกรุงเทพ, สะพานพระราม 6, รางรถไฟศาลายา จ.นครปฐม, อุโมงค์รถไฟ จ.นครศรีธรรมราช, แยกสามยอด, สะพานมัฆวานรังสรรค์, สะพานเฉลิมยศ 45

3.นิทรรศการทศมราชาปกหล้าคมนาคมไทย เป็นนิทรรศการประชาสัมพันธ์โครงการสำคัญของกระทรวงคมนาคม ภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร สืบสานพระราชปณิธานในการพัฒนาประเทศ และคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน จำนวน 9 เรื่อง ประกอบด้วย นิทรรศการ 5 เรื่อง ได้แก่1.ทศมราชาปกหล้าคมนาคมไทย 2.วิถีวัฒนา ปวงประชาสุขเกษม 3.พระมหากรุณาธิคุณ เกื้อหนุนรถไฟไทย 4.พระบารมีแผ่ไพศาล น่านน้ำไทยพัฒนา 5.น่านฟ้าพิพัฒน์ ด้วยพระอัจฉริยภาพ และสื่อมัลติมีเดีย 4 เรื่อง ได้แก่1.วีดิทัศน์วิถีวัฒนา ปวงประชาสุขเกษม 2.วีดิทัศน์พระมหากรุณาธิคุณ เกื้อหนุนรถไฟไทย 3.วีดิทัศน์พระบารมีแผ่ไพศาล น่านน้ำไทยพัฒนา 4.วีดิทัศน์น่านฟ้าพิพัฒน์ ด้วยพระอัจฉริยภาพ