DMT เผยผลสำเร็จโครงการ “ทำนาลดคาร์บอน” ต้นแบบความร่วมมือภาครัฐ เอกชน และชุมชน สู่เกษตรคาร์บอนต่ำ

ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT เผยผลสำเร็จโครงการ “ทำนาลดคาร์บอน ยกระดับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต” พร้อมผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ทั้งการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผลผลิตข้าวคุณภาพ และความร่วมมืออันแข็งแกร่งระหว่างภาคเอกชน ภาครัฐ และชุมชนเกษตรกร ที่ร่วมกันสร้างต้นแบบเกษตรคาร์บอนต่ำในพื้นที่ตำบลวัดยม อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ก่อนจะหว่านเมล็ดพันธุ์ลงแปลงนา ทีมงาน DMT เริ่มจากการหารือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่ดูแลพื้นที่ ทั้งตัวแทนสำนักงานเกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานเกษตรอำเภอบางปะอิน และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับบริษัท เนทซีโรคาร์บอน จำกัด และเกษตรกรต้นแบบ เพื่อร่วมกันวางแผน รับฟังความคิดเห็น และกำหนดแนวทางดำเนินโครงการให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่จริง เพื่อให้โครงการเกิดประโยชน์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ก่อนเริ่มฤดูกาลเพาะปลูกอย่างเป็นทางการ

เมื่อทุกอย่างพร้อม “บิ๊กบอส” ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย กรรมการผู้จัดการ DMT ก็ชวนผู้บริหาร และพนักงานจิตอาสา DMT ลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเกษตรกร ช่วยกันหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมปทุมธานี 1 ท่ามกลางบรรยากาศ ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความหวัง เพราะนี่ไม่ใช่แค่การปลูกข้าว แต่คือการเริ่มต้นของการสร้างต้นแบบการเกษตรคาร์บอนต่ำที่ทุกคนมีส่วนร่วม

ระหว่างการเพาะปลูก DMT ไม่ได้ปล่อยให้เกษตรกรเดินหน้ากันเพียงลำพัง ทีมงานยังแวะเวียนลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งติดตามการเจริญเติบโตของต้นข้าว ตรวจสอบการบริหารจัดการน้ำตามแนวทาง Alternate Wetting and Drying (AWD) หรือการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง พร้อมบันทึกข้อมูลผ่านเทคโนโลยีติดตามภาคสนาม เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามหลักเกณฑ์การประเมินคาร์บอนเครดิต ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของโครงการ

ผ่านไปกว่า 4 เดือน ก็ถึงวันที่ทุกคนรอคอย เมื่อผู้บริหาร พนักงานจิตอาสา หน่วยงานภาครัฐ และเกษตรกร กลับมารวมตัวกันอีกครั้งในแปลงนา เพื่อร่วมลงแขกเก็บเกี่ยวผลผลิต ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักไม่แพ้วันหว่านเมล็ดพันธุ์ เพราะความสำเร็จครั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจกันมาตลอดฤดูกาล

จับเข่าคุยกับ “บิ๊กบอส” DMT หลังเสร็จภารกิจ ได้ความว่า สิ่งที่บริษัทภูมิใจไม่ใช่เพียงการได้ผลผลิตจากแปลงนา แต่คือการได้เห็นความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน ภาครัฐ และชุมชน เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมพิสูจน์ว่าการทำเกษตรก็สามารถเป็นอีกกลไกหนึ่งในการร่วมแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้

ผลลัพธ์ที่ได้ก็น่าปลื้มไม่น้อย โดยแปลงนาขนาด 20 ไร่ สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวเปลือกได้ 11.60 ตัน และหลังผ่านกระบวนการแปรรูป ได้ข้าวสารรวมประมาณ 5.9 ตัน ซึ่ง DMT นำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ข้าวสารภายใต้ชื่อ “ข้าว Green Way” พร้อมบรรจุในรูปแบบบรรจุภัณฑ์สูญญากาศ เพื่อช่วยรักษาคุณภาพและยืดอายุการเก็บรักษา ก่อนนำไปต่อยอดใช้ในกิจกรรมเพื่อสังคมของบริษัท และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตของเกษตรกร

แต่เรื่องราวของโครงการไม่ได้จบลงแค่วันเก็บเกี่ยว เพราะหลังรถเกี่ยวข้าวออกจากแปลง ทีมงานยังเดินหน้าต่อด้วยการรวบรวมฟางเข้าสู่กระบวนการหมัก แทนการเผาตอซังและฟางข้าว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญที่ช่วยลดปัญหาฝุ่น PM2.5 ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพิ่มอินทรียวัตถุในดิน และเตรียมความพร้อมสำหรับการเพาะปลูกในฤดูกาลถัดไป

สำหรับผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อม ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของโครงการ โดยการบริหารจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง (AWD) ที่มีการปล่อยน้ำออกจากแปลงนา 2 รอบ สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เฉลี่ย 0.35-0.55 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อไร่ และเมื่อรวมกับการลดการใช้ปุ๋ยเคมี ทำให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เฉลี่ย 0.87 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อไร่ คิดเป็นคาร์บอนเครดิตประมาณ 17.44 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ตามหลักเกณฑ์การคำนวณมาตรฐาน Premium T-VER (T-VER-P-METH-13-08)

ชาว DMT บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า โครงการนี้อาจเป็นเพียงแปลงนาขนาด 20 ไร่ แต่เป็นก้าวเล็ก ๆ ที่สะท้อนให้เห็นว่า เมื่อภาคเอกชน หน่วยงานภาครัฐ และชุมชน จับมือกันอย่างจริงจัง ก็สามารถสร้างต้นแบบการเกษตรคาร์บอนต่ำที่เกิดผลลัพธ์ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้จริง พร้อมร่วมส่งต่อผืนดินที่อุดมสมบูรณ์ อากาศที่สะอาด และคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนรุ่นต่อไป