‘ไทยสมายล์บัส’ เปิดฉากใช้ ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ จ่ายค่ารถเมล์ 23 เส้นทางแล้ววันนี้ ครบ 124 เส้นทางภายใน 15 มิ.ย.นี้

“ไทยสมายล์บัส” เปิดฉากใช้ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” จ่ายค่ารถเมล์ ประเดิม 23 เส้นทางแล้ววันนี้ ครบทั้งหมด 124 เส้นทาง ภายใน 15 มิ.ย.นี้ ตั้งเป้าดึงผู้โดยสารเพิ่มวันละ 2.5 แสนคนต่อวัน ขึ้นแท่น No.1 มีผู้โดยสารใช้บริการมากที่สุด ด้าน ขบ. ชวนผู้ประกอบการรถโดยสาธารณะทั่วไทย ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40”

วันนี้ (28 พ.ค. 2569) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด และสุทธิรักษ์ พาทรัพย์มา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ร่วมเปิดตัวโครงการ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เดินทางกับรถเมล์ไฟฟ้า ไทย สมายล์ บัส” คิกออฟเปิดรับชำระค่าโดยสาร ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของรถเมล์ไฟฟ้าในเครือ TSB

นายพิพัฒน์ เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคม มีเป้าหมายชัดเจนในการมุ่งเน้นลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะให้ประชาชนทุกกลุ่ม สามารถเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะที่มีคุณภาพ และมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น นอกจากนี้ ยังขับเคลื่อนมาตรการลดค่าครองชีพช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ทั้งนี้ จากความร่วมมือกับไทย สมายล์ บัสนั้น มีความพร้อมที่จะเปิดให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ใช้สิทธิบนรถเมล์โดยสารพลังงานไฟฟ้า และให้เริ่มนำร่องระยะแรก จำนวน 23 เส้นทาง ตั้งแต่วันนี้ (28 พ.ค. 2569) เป็นต้นไป จากนั้นจะขยายไปในเส้นทางอื่น ๆ ให้ครอบคลุมทั่วกรุงเทพ – ปริมณฑล ครบ 124 เส้นทางภายในวันที่ 15 มิ.ย. 2569 ต่อไป

ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า เความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างมาก เพราะไม่เพียงช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง แต่ยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันให้กับประชาชน พร้อมกับช่วยกระตุ้นให้เกิดการใช้รถขนส่งสาธารณะพลังงานสะอาดมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะมีผลต่อการลดปัญหาการจราจร และคุณภาพอากาศในเมืองไปพร้อมกันด้วย

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทั่วประเทศประมาณ 14 ล้านคน โดยในจำนวนนี้เป็นผู้ถือบัตรฯ ที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร ประมาณ 5 แสนคน ซึ่งได้รับค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ วงเงิน 750 บาทต่อเดือน อย่างไรก็ตาม ในอนาคต องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จะทยอยรับมอบรถเมล์พลังงานสะอาดในช่วงปลาย มี.ค. 2570 เป็นต้นไปจนครบ 1,520 คันในระยะเวลาต่อไป เพื่อทดแทนรถเมล์ร้อนของ ขสมก.

อย่างไรก็ตาม ในปีหน้าจะทำให้ในเขตพื้นที่ กทม. และปริมณฑลไม่มีรถเมล์ร้อนราคา 8 บาท แล้วจะต้องไปใช้บริการรถเมล์ปรับอากาศพลังงานไฟฟ้า ในราคาเริ่มต้น 15 บาทนั้น ดังนั้น กระทรวงการคลังจึงอยู่ระหว่างศึกษาปรับรูปแบบการสนับสนุนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยจะออกแบบสัดส่วนเงินสนับสนุนให้สอดคล้องกับการใช้งานของผู้ถือบัตร อาทิ เพิ่มสัดส่วนวงเงินสำหรับการเดินทางภาคขนส่งให้มากกว่า 750 บาทต่อเดือน เป็นต้น โดยการดำเนินงานส่วนนี้ คาดว่าจะมีความชัดเจนหลังโครงการไทยช่วยไทยพลัส

ขณะที่ นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลผู้ประกอบการขนส่ง กล่าวว่า โครงการนี้เป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยได้เข้าถึงบริการรถขนส่งสาธารณะ และสร้างโอกาสการเดินทางที่เชื่อมต่อกันเป็นโครงข่าย เพื่อให้คุณภาพชีวิตของผู้เดินทางดีขึ้น ตามแนวทางการยกระดับการขนส่งให้ปลอดภัย มีมาตรฐานใหม่ และทันสมัยเพื่อประชาชน

นอกจากนี้ ขบ. ยังได้ดำเนินการขับเคลื่อนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพด้านการเดินทางของประชาชนควบคู่ไปด้วย โดยขอเชิญชวนผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งผู้ประกอบการรายเดิมสามารถยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ได้จนถึงวันที่ 30 ก.ย. 2569 และผู้ประกอบการรายใหม่สามารถลงทะเบียนที่ธนาคารกรุงไทยได้จนถึงวันที่ 31 ก.ค. 2569

ด้านนางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด (TSB) กล่าวว่า ระยะแรกจะนำร่องให้ใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐก่อนใน 23 เส้นทาง ผู้โดยสารสามารถสังเกตป้ายหน้ารถจะระบุว่า “รถคันนี้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” โดยวิธีการชำระให้แจ้งใช้สิทธิกับบัสโฮสเตสบนรถเมล์ พร้อมแสดงบัตรประชาชนเพื่อชำระค่าโดยสาร คิดตามระยะทาง 15 – 20 – 25 บาท อีกทั้ง หลังจากนี้บริษัทจะเร่งดำเนินการติดตั้งระบบรับชำระค่าโดยสารผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้แล้วเสร็จครอบคลุม 124 เส้นทางภายในวันที่ 15 มิ.ย. 2569

สำหรับปัจจุบัน TSB มีรถโดยสารจำนวน 2,250 คัน วิ่งให้บริการจำนวนประมาณ 1,700 คัน โดยการรับชำระค่าโดยสารผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น TSB ได้ลงทุนจัดซื้อเครื่องหัวอ่านบัตร EDC จำนวน 3,000 เครื่อง มูลค่าเกือบ 100 ล้านบาท ทั้งนี้ TSB คาดหวังว่า เมื่อเปิดให้สามารถชำระค่าโดยสารผ่านบัตรสวัสดิการได้ครบทุกเส้นทาง หรือ 124 เส้นทาง จะมีผู้โดยสารมาใช้บริการ TSB เพิ่มมากขึ้นประมาณ 2.5 แสนคนต่อวัน จากปัจจุบันผู้โดยสารอยู่ที่ประมาณ 3.8 แสนคนต่อวัน รวมเป็นประมาณ 6.3 แสนคนต่อวัน ซึ่งจะทำให้ TSB ครองสัดส่วนอันดับ 1 เป็นผู้ให้บริการรถเมล์ที่มีผู้โดยสารใช้บริการมากที่สุด

สำหรับ 23 เส้นทางนำร่อง ประกอบด้วย

  1. 1-17(187) หมู่บ้านเอื้ออาทรคลอง 3 – อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
  2. 1-23(524) หลักสี่ – สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (ถนนบรมราชชนนี)
  3. 1-5(39) รังสิต – อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
  4. 2-4(30) วัดปากน้ำ นนทบุรี – สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ สายใต้ (พระปิ่นเกล้า)
  5. 2-48(122) แฮปปี้แลนด์ – สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร)
  6. 3-15 เคหะบางพลี – สถานีรถไฟฟ้าเอกมัย
  7. 3-3(11) สวนหลวง ร.9 – สถานีรถไฟฟ้าสนามกีฬาแห่งชาติ
  8. 3-37(12) ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – สถานีรถไฟฟ้าสนามไชย
  9. 3-45(77) พระราม 3 – สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์
  10. 3-6(25) โรงเรียนปทุมคงคาสมุทรปราการ – สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (เอกมัย)
  11. 4-1(6) ท่าเรือพระประแดง – บางลำพู
  12. 4-10L(42L) วงกลมเสาชิงช้า – ท่าพระ (วนซ้าย)
  13. 4-13(75) พุทธบูชา – หัวลำโพง
  14. 4-21(120) สมุทรสาคร – แยกบ้านแขก
  15. 4-36(7) โรงเรียนศึกษานารีวิทยา – หัวลำโพง
  16. 4-40L(56L) วงกลมธนบุรี – บางลำพู (วนซ้าย)
  17. 4-44(80A) วปอ.11 – สวนหลวงพระราม 8
  18. 4-46(84) วัดไร่ขิง – สถานีรถไฟฟ้ากรุงธนบุรี
  19. 4-50(123) อ้อมใหญ่ – ท่าราชวรดิฐ
  20. 4-63(547) หมู่บ้านเอื้ออาทรศาลายา – ถนนตก
  21. 4-8(35) เคหะธนบุรี – บางลำพู
  22. 39 ตลาดไท – อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
  23. S3(559) รังสิต – สวนสยาม – ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (ทางด่วน)