เปิดดีล “Gastech 2026” 3 วันแรก คาดมูลค่าเจรจาแผนลงทุนแตะ 4 หมื่นล้านดอลลาร์ ชู 7 ความร่วมมือบิ๊กพลังงานโลก ครอบคลุม LNG–ไฟฟ้า–ปิโตรเคมี–เดินเรือ
งาน Gastech 2026 เดินหน้าผลักดันการหารือด้านพลังงานระดับโลกสู่ข้อตกลงทางธุรกิจและการลงทุน โดยตลอด 3 วันแรกของการจัดงาน ได้มีการประกาศความร่วมมือเกิดขึ้นทั้งรูปแบบบันทึกความเข้าใจ (MOU) สัญญาซื้อขาย และแผนการลงทุนคิดเป็นมูลค่ารวม 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนบทบาทการเป็นพื้นที่เจรจาแลกเปลี่ยนและการสร้างความร่วมมือตลอดห่วงโซ่คุณค่าพลังงาน เพื่อรองรับความต้องการพลังงานหลากหลายรูปแบบ การขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนการเติบโตของ AI และเศรษฐกิจดิจิทัล

สำหรับข้อตกลงสำคัญที่เกิดขึ้นใน 3 วันแรกของการจัดงาน Gastech 2026 ได้แก่
· China Gas Holdings และ Venture Global LNG ประกาศข้อตกลงซื้อขาย LNG ปริมาณ 0.5 ล้านตันต่อปีจากสหรัฐอเมริกา เป็นระยะเวลา 20 ปี โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2573 เพื่อเสริมความมั่นคงด้านการจัดหา LNG ให้กับหนึ่งในตลาดพลังงานขนาดใหญ่ของโลก
· GE Vernova และ B.Grimm Power ลงนามข้อตกลงจัดหาเทคโนโลยีกังหันก๊าซและบริการระยะยาว เพื่อสนับสนุนกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งในโครงการเดิมและโครงการใหม่ ในประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย
· PETRONAS, PTTEP JDA และองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย (MTJA) ลงนามสัญญาแบ่งปันผลผลิตระยะเวลา 35 ปี และสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (Malaysia-Thailand Joint Development Area: JDA) เพื่อเพิ่มแหล่งจัดหาก๊าซธรรมชาติให้แก่ทั้งสองประเทศ
· Eni และรัฐบาลเซเนกัล ลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อประเมินศักยภาพแหล่งน้ำมันในแปลงสำรวจนอกชายฝั่งจำนวน 5 แปลง โดยมีเป้าหมายเพื่อขยายกำลังการผลิตพลังงานที่มีความมั่นคงและมีราคาที่เข้าถึงได้ภายในประเทศ
· รัฐซาราวัก สรุปการหารือร่วมกับ Indorama Ventures และพันธมิตรจากญี่ปุ่น เกี่ยวกับการลงทุนอุตสาหกรรมก๊าซธรรมชาติปลายน้ำและปิโตรเคมี มูลค่าประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเมืองบินตูลู ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างศักยภาพภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ และสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรในภูมิภาค
· Samsung Heavy Industries ปิดดีลซื้อขายการต่อเรือขนส่ง LNG และเรือบรรทุกน้ำมันดิบ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการขนส่งที่จำเป็นต่อการค้าพลังงานระหว่างประเทศ รวมมูลค่า 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
· Horacio Marín ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร YPF ประกาศแผนการลงนามในสัญญาซื้อขาย LNG จำนวน 2-3 ฉบับ สำหรับโครงการส่งออก Argentina LNG
นอกเหนือจากการเจรจาทางธุรกิจและกิจกรรมเชิงพาณิชย์ การประชุมระดับยุทธศาสตร์ภายในงาน Gastech ยังเดินหน้าขับเคลื่อนการหารือระดับสูงเกี่ยวกับอนาคตของความมั่นคง เสถียรภาพ และราคาที่เข้าถึงได้ของพลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในไฮไลท์การประชุมระดับรัฐมนตรีในหัวข้อ ‘Africa Takes Power: Control, Sovereignty and Growth’ ได้ร่วมสำรวจแนวทางที่ประเทศในทวีปแอฟริกาจะสามารถเปลี่ยนศักยภาพทางพลังงาน ให้กลายเป็นการเติบโตทางอุตสาหกรรม รวมถึงแนวทางขยายการเข้าถึงพลังงาน และการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในระยะยาว เยอูไค ซิมบาเนกาวี (Hon. Yeukai Simbanegavi) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพลังงานและการพัฒนากำลังไฟฟ้า ประเทศซิมบับเว กล่าวว่า “ก่อนหน้านี้ประเทศซิมบับเวพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากประเทศอื่น แต่เมื่อไม่นานมานี้เราได้ค้นพบน้ำมันทางตอนเหนือของประเทศ ขณะนี้เรากำลังทำงานร่วมกับนักลงทุน แต่ในขณะเดียวกันยังคงต้องมีการสร้างพันธมิตรเพิ่มเติม โดยเฉพาะการยกระดับโครงข่ายไฟฟ้าแห่งชาติ เพื่อให้นักลงทุนมีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้อย่างเต็มศักยภาพ”

การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานตลอดทั้งห่วงโซ่พลังงาน ยังเป็นประเด็นที่ผู้นำภาครัฐและผู้บริหารภาคพลังงานเน้นย้ำตลอดการประชุมระดับยุทธศาสตร์ โดย พอล มาร์สเดน (Paul Marsden) ประธานบริษัท Bechtel Energy ได้กล่าวในการเสวนาหัวข้อ ‘Building Energy Security: The Global Race to Deliver Natural Gas Infrastructure’ ว่า “ความสามารถในการคาดการณ์และวางแผนได้ มีความสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่ใช้เงินลงทุนสูง เนื่องจากเราจำเป็นต้องรู้ว่าก๊าซจะถูกผลิตขึ้นที่ไหนและเมื่อใด เพื่อให้สามารถเลือกลงทุนได้อย่างแม่นยำ เนื่องจากผู้คนทั่วโลกต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงที่ส่งมอบได้ตามเวลาและมีราคาที่เหมาะสม”
ประเด็นการระดมเงินทุนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานยังถูกหยิบยกขึ้นมาหารือในเวที “Advancing Sustainable Maritime Infrastructure and Fleet Capacity” ซึ่ง เจมส์ เซเกอร์ (James Sagar) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Hanwha Shipping กล่าวว่า “ธุรกิจเดินเรือเป็นการลงทุนระยะยาว จึงต้องวางแผนอย่างรอบคอบเพื่อรักษามูลค่าของสินทรัพย์ตลอดอายุการใช้งาน 20–30 ปี ทั้งเรื่องเงินทุน การทำงานร่วมกับฝั่งผู้ผลิตและผู้ซื้อ รวมถึงกฎระเบียบที่ต้องเอื้อให้มีการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมตลอดอายุของเรือ ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องเริ่มจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน”
ขณะที่ประเด็นด้านก๊าซธรรมชาติและมีเทน เป็นการเสวนาสำคัญในเวที “Capturing the Lost Opportunity: Driving Global Alignment on Methane Abatement Across Natural Gas Supply Chains” โดย อะเดเลเย ฟาลาเด(Adeleye Falade) กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Nigeria LNG กล่าวว่า “เราต้องเปลี่ยนมุมมองต่อมีเทน เพราะมีเทนทุกหนึ่งตันที่สูญเสียไป ไม่ได้หมายถึงเพียงปริมาณพลังงานที่หายไป แต่ยังเป็นมูลค่าทางธุรกิจที่สูญเสียไปด้วย เมื่อเราสามารถตรวจวัดปริมาณได้อย่างชัดเจน ก็จะเห็นได้ทันทีว่าการลดการสูญเสียมีความคุ้มค่าทางธุรกิจอย่างไร”

ด้าน ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า “Gastech 2026 เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการดึงงานระดับโลกที่สอดคล้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ และใช้เวทีดังกล่าวเป็นกลไกในการขับเคลื่อนและยกระดับอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง โดย Gastech เป็นเวทีที่รวมผู้นำอุตสาหกรรมพลังงาน นักลงทุน ผู้ให้บริการเทคโนโลยี และผู้พัฒนานวัตกรรมจากทั่วโลกไว้ในประเทศไทย พร้อมผู้เข้าร่วมกว่า 50,000 คน จากกว่า 150 ประเทศ และคาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 14,620 ล้านบาท สะท้อนบทบาทของงานในการเชื่อมโยงประเทศไทยเข้ากับ Ecosystem ของอุตสาหกรรมพลังงานโลก และเป็นพื้นที่ สำหรับการเชื่อมต่อทางธุรกิจ การลงทุน และเทคโนโลยีในเอเชีย
สำหรับประเทศไทย คุณค่าของงานแสดงสินค้าระดับโลกไม่ได้จำกัดอยู่เพียงมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นระหว่างการจัดงาน แต่คือการใช้เวทีเหล่านี้เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ ผ่านการนำเทคโนโลยีและองค์ความรู้ระดับโลกเข้ามา สร้างโอกาสทางธุรกิจ การลงทุน และเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ Global Value Chain งาน Gastech 2026 จึงเป็นงานตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยไม่ได้มีเพียงศักยภาพในการรองรับงานระดับโลก แต่สามารถเปลี่ยนงานแสดงสินค้าระดับโลกให้เป็นกลไกขับเคลื่อนอุตสาหกรรม และเชื่อมโยงเข้ากับเอเชียได้อย่างเป็นรูปธรรม”