SJWD โชว์ฟอร์มปี 68 ทำกำไรสุทธิ 1,172.1 ล้านบาท พุ่งแรง 50.3% เตรียมจ่ายปันผลงวดครึ่งปีหลังอัตรา 0.30 บาทต่อหุ้น ชูกระแสเงินสดแข็งแกร่ง มุ่งลด SG&A คาด Q1/69 โตต่อเนื่อง
“บมจ.เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์” หรือ SJWD โชว์ฟอร์มเด่น ไตรมาส 4/68 ทำกำไรสุทธิ 266.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จาก SG&A และต้นทุนดอกเบี้ยที่ลดลง รับรู้ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้น รวมถึงธุรกิจที่เติบโตได้ดี หนุนผลงานปี 68 มีกำไรสุทธิ 1,172.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.3% เมื่อเทียบกับกำไรจากการดำเนินงานปีที่ผ่านมา พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากงวดครึ่งปีหลัง 2568 อัตรา 0.30 บาทต่อหุ้น ชูนโยบาย ให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ถือหุ้น โดยในรอบปี 2568 ได้ดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืน พร้อมทั้งจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้น และสะท้อนถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ขณะที่ไตรมาส 1/2569 มุ่งรักษาโมเมนตัมการเติบโตต่อเนื่อง คาดธุรกิจคลังสินค้าห้องเย็นและคลังสินค้าทั่วไปทำผลงานได้ดี โชว์กระแสเงินสดจากการดำเนินงานแข็งแกร่ง

ดร.เอกพงษ์ ตั้งศรีสงวน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SJWD หนึ่งในผู้นำการให้บริการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนแบบครบวงจรในอาเซียน เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2568 สามารถทำกำไรสุทธิ 266.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และมีรายได้รวม 6,256.4 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นมาจากการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ต้นทุนดอกเบี้ยที่ลดลงจากการปรับโครงสร้างแหล่งเงินกู้ การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทในเครือ รวมถึงภาพรวมการดำเนินงานของธุรกิจต่าง ๆ ที่เติบโตได้ดี
โดยธุรกิจที่เติบโตได้ดีในไตรมาส 4/2568 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ประกอบด้วย (1) ธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ในต่างประเทศ มีรายได้ 1,132 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.2% จากรายได้ที่เพิ่มเติมจากการดำเนินงานในภูมิภาค โดยเฉพาะประเทศเวียดนาม ฟิลิปินส์ และลาว (2) คลังสินค้าทั่วไป มีรายได้ 328.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.3% จากการให้บริการบริหารคลังสินค้าและโลจิสติกส์แบบครบวงจรแก่บริษัท บี.กริม แคเรียร์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท แคเรียร์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งล่าสุดได้ย้ายพื้นที่มายังคลังสินค้าแห่งใหม่ และปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ผ่านเข้า-ออกท่าเรือแหลมฉบังที่เพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อความต้องการเช่าพื้นที่คลังสินค้า (3) คลังสินค้าห้องเย็น มีรายได้ 321.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.5% เนื่องจากมีความต้องการเช่าพื้นที่จัดเก็บอาหารทะเลและอาหารสดเพิ่มขึ้น โดยมีอัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ย 74.5% ในไตรมาส 4/2568 และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในไตรมาส 1/2569 (4) การขนส่งหลายรูปแบบ มีรายได้ 269.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.3% จากปริมาณขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น (5) คลังสินค้าอันตราย มีรายได้ 152.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.8% (6) ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์ มีรายได้ 124.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.9% (7) ธุรกิจขนย้าย มีรายได้ 96.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.0% และ (8) ธุรกิจห้องเก็บของส่วนตัวให้เช่าและขนส่งงานศิลปะ มีรายได้ 93.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 172.1%
จากผลการดำเนินงานดังกล่าว ส่งผลดีต่อภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2568 มีกำไรสุทธิ 1,172.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.3% เมื่อเทียบกับกำไรจากการดำเนินงานในช่วงเดียวกันของปีก่อน หากไม่รวมกำไรพิเศษจากการลงทุนใน SWIFT ที่ราคาต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรม อย่างไรก็ตาม หากนับรวมกำไรพิเศษดังกล่าวบริษัทฯ ยังคงมีกำไรสุทธิปี 2568 เพิ่มขึ้น 4.7% ซึ่งมาจาก SG&A ที่ลดลงกว่า 350 ล้านบาท การควบคุมต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทในเครือ ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 25,380.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงความแข็งแกร่งจากความหลากหลายของบริการโลจิสติกส์และซัพพลายแบบครบวงจรและการกระจายการลงทุนในภูมิภาคอาเซียน
ล่าสุด ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัทฯ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 จึงมีมติเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 เพื่ออนุมัติจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2568 ที่อัตรารวม 0.40 บาทต่อหุ้น โดยบริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลแล้วเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2568 ที่อัตรา 0.10 บาทต่อหุ้น คงเหลือที่จะจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีหลัง 2568 ที่อัตรา 0.30 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงิน 532.96 ล้านบาท กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 30 เมษายน 2569 และจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 20 พฤษภาคม 2569

ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน SJWD กล่าวว่า ในรอบปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ถือหุ้น โดยได้ดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืน 34,494,500 หุ้น คิดเป็นมูลค่ารวม 297,730,765 บาท พร้อมทั้งจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้น ซึ่งสะท้อนถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและบริหารกระแสเงินสดอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ในปีนี้ บริษัทฯ มุ่งรักษาโมเมนตัมการเติบโตอย่างต่อเนื่องในไตรมาส 1/2569 ทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีปัจจัยบวกจากธุรกิจคลังสินค้าห้องเย็นที่คาดว่าจะมีรายได้เติบโตดี เนื่องจากมีอัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 74% เป็น 85% ในปัจจุบัน และคาดว่าอัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยในไตรมาส 1/2569 จะอยู่ที่ระดับ 80% ส่วนธุรกิจคลังสินค้าทั่วไปมีโอกาสขยายการรับงานเพิ่มขึ้นจากบริษัท บี.กริม แคเรียร์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท แคเรียร์ (ประเทศไทย) และลูกค้าอื่นๆ
ขณะที่การดำเนินงานของบริษัทร่วมทุน ได้แก่ บริษัท รุ่ยหยุน อินเตอร์เนชั่นแนล ซัพพลายเชน (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อให้บริการขนส่งข้ามแดนแก่สินค้าควบคุมอุณหภูมิและสินค้าทั่วไปในเส้นทางไทย-จีน เช่น ผลไม้ ,ผักสด, สินค้าอิเล็กทรอนิกส์, ชิ้นส่วนยานยนต์ คาดว่าจะมีรายได้เติบโตก้าวกระโดดจากกว่า 20 ล้านบาท เป็น 100 ล้านบาทภายในปีนี้ ส่วนบริษัท แอลฟาอินดัสเทรียล โซลูชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุน วางแผนพัฒนาคลังสินค้าอีกไม่ต่ำกว่า 4 โครงการ มีพื้นที่รวมประมาณ 150,000 ตารางเมตร และมีแผนในการขายคลังสินค้าที่พัฒนาแล้วเสร็จหลายโครงการให้แก่กองทรัสต์ภายในไตรมาส 4/2569 ซึ่งจะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรมายังบริษัทฯ
ทั้งนี้ ในปี 2569 บริษัทฯ วางงบลงทุน (ไม่รวม M&A) ไม่เกิน 1,000 ล้านบาท ตลอดจนวางแผนลด SG&A อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับลดต้นทุนดอกเบี้ยผ่านการชำระคืนหุ้นกู้บางส่วนที่ครบกำหนดและการปรับโครงสร้างแหล่งเงินกู้ ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมาบริษัทฯ มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานกว่า 2,500 ล้านบาท สะท้อนถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง แสดงถึงศักยภาพในการขยายธุรกิจ พร้อมสร้างมูลค่าสูงสุดแก่ผู้ถือหุ้น