อมตะซิตี้ ลาว จับมือ พีทีที ลาว ศึกษาพัฒนา EV Truck Park หนุนโลจิสติกส์สีเขียว เชื่อมการค้าไทย–ลาว–จีน

อมตะซิตี้ ลาว และบริษัท พีทีที (ลาว) จำกัด ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อร่วมศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนา EV Truck Park ภายในโครงการ “อมตะ สมาร์ท แอนด์ อีโค ซิตี้ นาหม้อ” แขวงอุดมไช และ “อมตะ สมาร์ท แอนด์ อีโค ซิตี้ นาเตย” แขวงหลวงน้ำทา สปป. ลาว รองรับการขนส่งด้วยรถบรรทุกไฟฟ้าบนเส้นทางเศรษฐกิจไทย–ลาว–จีน พร้อมวางรากฐานระบบโลจิสติกส์สีเขียวและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง ลดการปล่อยคาร์บอน และเสริมศักยภาพการแข่งขันของภูมิภาค สอดรับนโยบายรัฐบาล สปป. ลาว ในการขับเคลื่อนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

ดร.มโนทอง วงศ์สาย รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว (MOIC) เปิดเผยว่า ทางกระทรวงฯ พร้อมให้การสนับสนุนโครงการรถบรรทุกไฟฟ้า (EV Truck) และโครงการพัฒนาที่จอดรถบรรทุกไฟฟ้า (EV Truck Park) ของอมตะอย่างเต็มที่ เนื่องจากเป็นโครงการที่สอดรับกับนโยบายแห่งชาติในการเร่งขับเคลื่อนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อลดมลพิษจากการขนส่ง ยกระดับระบบโลจิสติกส์สีเขียว และใช้ประโยชน์จากศักยภาพด้านพลังงานหมุนเวียนของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

ทางรัฐบาล สปป. ลาว ยังได้ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเป็น 30% ภายในปี 2030 ควบคู่กับการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น ทั้งด้านสถานีอัดประจุไฟฟ้า ศูนย์บริการและบำรุงรักษา รวมถึงมาตรการสนับสนุนด้านการเงินและความร่วมมือทางเทคโนโลยี เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการขนส่ง ลดต้นทุนโลจิสติกส์ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ความร่วมมือครั้งนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการเชื่อมโยงการขนส่งด้วยรถบรรทุกไฟฟ้าเข้ากับระบบรถไฟลาว–จีน ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าในแนวระเบียงเศรษฐกิจ ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) และยกระดับบทบาทของ สปป. ลาว ในฐานะศูนย์กลางการเชื่อมโยงการขนส่งทางบกของภูมิภาค บนพื้นฐานของการเติบโตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน

นายวรงค์ ตังประพฤทธิ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมตะซิตี้ ลาว จำกัด กล่าวว่า การลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับบริษัท พีทีที (ลาว) จำกัด ถือเป็นก้าวสำคัญในการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ EV Truck Park เพื่อรองรับการขนส่งด้วยรถบรรทุกไฟฟ้าในพื้นที่ภาคเหนือของ สปป. ลาว ด้วยศักยภาพของอมตะในฐานะผู้พัฒนาเมืองอุตสาหกรรมและพื้นที่ยุทธศาสตร์ผสานกับความเชี่ยวชาญด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานของพีทีที ลาว เพื่อวางรากฐานระบบโลจิสติกส์สีเขียวบนเส้นทางเศรษฐกิจไทย–ลาว–จีน
“โครงการนี้มีเป้าหมายพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการขนส่งด้วยรถบรรทุกไฟฟ้า เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการขนส่งข้ามพรมแดน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนบทบาทของ สปป. ลาว ในการก้าวสู่ศูนย์กลางการเชื่อมโยงโลจิสติกส์และการลงทุนของภูมิภาค” นายวรงค์กล่าว

ด้านนายพีรเวท ณ ระนอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีทีที (ลาว) จำกัด กล่าวว่า ทางบริษัท พีทีที ลาว พร้อมนำองค์ความรู้ด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานมาร่วมศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ ทั้งในด้านเทคนิค การลงทุน และรูปแบบการดำเนินธุรกิจ เพื่อพัฒนาระบบการขนส่งที่เชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อ (Seamless Mobility) และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขนส่งพลังงานสะอาดของภูมิภาค
ภายใต้กรอบความร่วมมือ ทั้งสองฝ่ายจะร่วมศึกษาความเหมาะสมของพื้นที่ ประเมินศักยภาพทางเทคนิค วิเคราะห์รูปแบบการลงทุน และจัดตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อขับเคลื่อนโครงการ โดยอมตะซิตี้ ลาว เข้ามาสนับสนุนพื้นที่และการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐ ขณะที่พีทีที ลาว จะสนับสนุนด้านเทคโนโลยี ระบบพลังงาน และการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง

โครงการ EV Truck Park มีแนวคิดพัฒนาเป็นศูนย์บริการครบวงจรสำหรับรถบรรทุกไฟฟ้าบนเส้นทางขนส่งหลักของภูมิภาค รองรับระบบชาร์จไฟกำลังสูง (Ultra-fast Charging) พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ประกอบการและผู้ขับขี่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งระยะไกล ยกระดับความปลอดภัย และสนับสนุนการใช้งานรถบรรทุกไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์

ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของทั้งสององค์กรในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดและระบบโลจิสติกส์สมัยใหม่ เพื่อรองรับการเติบโตของการค้าและการลงทุนตามแนวระเบียงเศรษฐกิจไทย–ลาว–จีน พร้อมสนับสนุนบทบาทของ สปป. ลาว ในการก้าวสู่ศูนย์กลางการเชื่อมโยงการขนส่งและห่วงโซ่อุปทานสีเขียวของอาเซียน