เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เดินเกมปรับพอร์ตสู่ความสมดุล กระจายความเสี่ยง–เสริมความยืดหยุ่น ผ่านพอร์ตสินทรัพย์หลากหลาย ดันอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์เชื่อมนิคมอุตสาหกรรม ผสานพลังพาณิชยกรรมระดับพรีเมียม ตั้งเป้ารายได้ 15,045 ล้านบาทในปีงบฯ 2569

บริษัทต่อยอดความแข็งแกร่งจากคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้า พื้นที่บริหารรวมแตะ 4 ล้านตร.ม. ขยายสู่ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ผ่านโครงการ อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ (ARAYA The Eastern Gateway) และแผนนิคมฯ ใหม่ในชลบุรี กลยุทธ์นี้ช่วยเติมเต็ม value chain ตั้งแต่การผลิตถึงโลจิสติกส์ สร้างรายได้ระยะยาวที่มั่นคงมากขึ้น
นายฮั่ว เตียง ลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ “FPT” กล่าวว่า บริษัทฯ มีความโดดเด่นในการเป็นแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ด้วยพอร์ตโฟลิโอที่มีสินทรัพย์หลากหลาย ทำให้สามารถเชื่อมโยงสินทรัพย์ และความเชี่ยวชาญได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อส่งมอบสินค้าและบริการคุณภาพสูง พร้อมด้วยประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าในระยะยาว
ยกระดับศักยภาพธุรกิจอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ เดินหน้าต่อยอดสินค้าและบริการครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่า
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านธุรกิจอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ ด้วยพอร์ตโฟลิโอสินทรัพย์คุณภาพ ทั้งศูนย์กระจายสินค้าและคลังสินค้า ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการรวมกว่า 4,000,000 ตารางเมตรภายในปีนี้ สะท้อนถึงประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการอุตสาหกรรมที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน

บริษัทฯ ยังต่อยอดความแข็งแกร่งสู่ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม เพื่อเสริมความครบวงจรของสินค้าและบริการตลอดห่วงโซ่คุณค่า ผ่านการพัฒนาโครงการ อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ (ARAYA The Eastern Gateway) ระบบนิเวศเมืองอุตสาหกรรมและนวัตกรรมแบบครบวงจร บนพื้นที่กว่า 4,600 ไร่ พร้อมแผนพัฒนานิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ในจังหวัดชลบุรี บนพื้นที่กว่า 2,200 ไร่
การขยายธุรกิจดังกล่าวจะช่วยเติมเต็มศักยภาพการดำเนินงาน รองรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างหลากหลาย ครอบคลุม และยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

พอร์ตโฟลิโออสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมระดับพรีเมียมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
บริษัทฯ ได้การผสานการดำเนินงานร่วมกับโครงการวัน แบงค็อก (One Bangkok) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัท ทีซีซี แอสเซ็ทส์ (ประเทศไทย) จำกัด และกลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด ผลักดันให้เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทยมีพอร์ตโฟลิโออสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมระดับพรีเมียมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งการผนึกกำลังครั้งนี้เป็นการผสานจุดแข็งและความเชี่ยวชาญของทีมงานในด้านการปล่อยเช่า การบริหารสินทรัพย์ และการสร้างความสัมพันธ์กับผู้เช่า ช่วยยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานที่ทำให้เกิดความคล่องตัว และเชื่อมโยงแนวทางในการดูแลผู้เช่าได้มากขึ้น
ขณะเดียวกัน ยังเป็นการตอกย้ำบทบาทของเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย ในการเป็นผู้ปลุกศักยภาพของโซนพระราม 4 ให้กลายเป็นทำเลทองของตลาดอาคารสำนักงานและรีเทล ปัจจุบัน บริษัทฯ บริหารจัดการอาคารสำนักงาน
เกรดพรีเมียมและรีเทลในทำเล CBD พื้นที่รวม 1,846,000 ตร.ม. ทั้งหมด 7 โครงการมิกซ์ยูส และ 10 อาคารสำนักงาน ซึ่งใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS และ MRT จำนวน 9 แห่ง สามารถรองรับความต้องการของบริษัทข้ามชาติและองค์กรชั้นนำของไทย

เสริมแกร่งการดำเนินงานด้วยทีมผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละธุรกิจ
เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต บริษัทฯ ได้วางโครงสร้างองค์กรใหม่ เพื่อผสานการดำเนินงานของธุรกิจพาณิชยกรรม อุตสาหกรรม และที่อยู่อาศัยให้เชื่อมโยงกันมากขึ้น รวมถึงเสริมระบบนิเวศ (ecosystem) ที่เชื่อมต่อแต่ละธุรกิจ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ โดยมีนายสมบูรณ์ วศินชัชวาล ดำรงตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย และนายวรวรรต ศรีสอ้าน ดำรงตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โครงการวัน แบงค็อก พร้อมด้วยนายเกรียงไกร โภคานุกรม ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน รวมถึงแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงในการขับเคลื่อนการเติบโตแต่ละธุรกิจ ดังนี้

1. นายวรวรรต ศรีสอ้าน – ธุรกิจรีเทล (Retail)
2. นายอุรเสฏฐ นาวานุเคราะห์ – ธุรกิจอาคารสำนักงานและโรงแรม (Office & Hotel)
3. นายพีระพัฒน์ ศรีสุคนธ์ – ธุรกิจอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ (Industrial & Logistics)
4. นางสาวกมลกาญจน์ คงคาทอง – ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม (Industrial Estate)
5. นายภวรัญชน์ อุดมศิริ – ธุรกิจที่อยู่อาศัยแนวราบ (Landed Residential)
6. นายวิทวัส คุตตะเทพ – ธุรกิจที่อยู่อาศัยแนวสูง (High-Rise Residential)
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทยมุ่งเน้นการรักษาคุณภาพของพอร์ตโฟลิโอและการดำเนินงานอย่างมีวินัย โดยคาดว่า ในปีงบการเงิน 2569 บริษัทฯ จะสามารถสร้างรายได้ถึง 15,045 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการผนึกกำลังการดำเนินงานของทุกกลุ่มธุรกิจเข้าด้วยกัน