19 ก.พ.นี้ กทพ.เปิดเวทีฟังเสียงเอกชนร่วมลงทุนสร้าง ‘ทางด่วนเชื่อมเกาะสมุย’ มูลค่า 7.4 หมื่นล้าน คาดตอกเสาเข็มปี 71 เปิดให้บริการปี 76

19 ก.พ.นี้ กทพ. เตรียมเปิดเวทีฟังเสียงเอกชนร่วมลงทุน ”ทางด่วนเชื่อมเกาะสมุย“ ระยะทาง 37 กม. มูลค่า 7.4 หมื่นล้าน เร่งขอไฟเขียว EIA ตั้งธงตอกเสาเข็มปี 71 เปิดให้บริการปี 76 คาดปีแรกมีรถใช้บริการกว่า 3 พันคัน ค่าผ่านทางเริ่มต้น 1,000 บาท สูงสุด 3,000 บาท

รายงานข่าวจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ระบุว่า ในวันที่ 19 ก.พ. 2569 กทพ. กำหนดจัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน (Opinion Hearing) เพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการ ตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย ณ โรงแรมคาร์ลตัน กรุงเทพฯ สุขุมวิท โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะเกี่ยวกับรูปแบบการร่วมลงทุน และนำข้อมูลไปปรับปรุงรายงานศึกษาโครงการให้มีความสมบูรณ์และสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและการลงทุนจริง ก่อนกำหนดรูปแบบการลงทุนและการดำเนินโครงการในระยะถัดไป โดยความคืบหน้าในขณะนี้ กทพ. อยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมโครงการและจะขออนุมัติรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) จากนั้น จะขออนุมัติดำเนินโครงการต่อไป คาดว่าจะสามารถเริ่มก่อสร้างโครงการได้ในปี 2571 และเปิดให้บริการโครงการในปี 2576

สำหรับโครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย มูลค่าลงทุนของโครงการรวม 74,044 ล้านยาท (รายการ ราคา ณ ปีฐาน 2568) แบ่งเป็น ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน มูลค่า  1,628 ล้านบาท โดยในการดำเนินงานจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินมีผู้ที่ได้รับผลกระทบจำนวน 277 แปลง เนื้อที่ดินที่ได้รับผลกระทบ ประมาณ 226,591 ตารางวา และสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับผลกระทบจำนวน 45 หลัง, ค่าก่อสร้าง มูลค่า 63,275 ล้านบาท, ค่าควบคุมงานก่อสร้าง มูลค่า 1,582 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและบำรุงรักษาโครงการ มูลค่า 7,559 ล้านบาท

ทั้งนี้ คาดการณ์ปริมาณจราจรและรายได้ค่าผ่านทางของโครงการตลอด 30 ปี โดยโครงการจัดเก็บค่าผ่านทางแยกตามประเภทของรถในอัตราเดียวกันตลอดทั้งโครงการ (Flat Rate) และกำหนดให้ปรับอัตราค่าผ่านทางทุก ๆ 5 ปี ตามอัตราเพิ่มของดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) อัตราค่าผ่านทาง ณ ปีที่เปิดให้บริการ (ปีงบประมาณ 2577) กล่าวคือ รถ 4 ล้อ ราคา 1,000 บาทต่อคัน, รถ 6–10 ล้อ ราคา 2,000 บาทต่อคัน และรถมากกว่า 10 ล้อ ราคา 3,000 บาทต่อคัน คาดว่าจะมีปริมาณจราจรที่ใช้โครงการ ณ ปีเปิดให้บริการ (ปีงบประมาณ 2577) จำนวน 3,049 คันต่อวัน คิดเป็นรายได้ค่าผ่านทาง 3.25 ล้านบาทต่อวัน และปริมาณจราจรในปีที่ 30 (ปีงบประมาณ 2606) เท่ากับ 10,339 คันต่อวัน คิดเป็นรายได้ ค่าผ่านทาง 14.11 ล้านบาทต่อวัน โดยมีรายได้ค่าผ่านทางรวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอด 30 ปี ประมาณ 80,108 ล้านบาท

รายงานข่าวจาก กทพ. ระบุต่อว่า แนวเส้นทางของโครงการ มีจุดเริ่มต้นโครงการ บริเวณ กม.14+500 ของทางหลวงหมายเลข 4142 ในพื้นที่ ต.ดอนสัก อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี แนวเส้นทางมุ่งหน้าทางทิศตะวันออกผ่านพื้นที่เกษตรกรรม สวนยางพารา และสวนปาล์ม ก่อนตัดผ่านทางหลวงหมายเลข 4142 บริเวณ กม.35+700 ในพื้นที่ ต.ควนทอง อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช จากนั้นแนวเส้นทางมุ่งหน้าทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านทางหลวงชนบทหมายเลข นศ.4004 ผ่านพื้นที่สวนปาล์มและผ่านอ่าวประทับ แล้วมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก ตรงไปยังเกาะสมุย

ทั้งนี้ หลบพื้นที่เหวในทะเลและหลบพื้นที่แนวเขตปะการัง โดยตัดผ่านแนวปะการังส่วนที่แคบที่สุด (กว้าง 170 เมตร) เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดกับแนวปะการัง และเข้าเชื่อมเกาะสมุยบริเวณเนินเขาแหลมสอ ก่อนผ่านพื้นที่โล่งสวนมะพร้าว และมีจุดสิ้นสุดโครงการเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 4170 บริเวณ กม.9+000 ในพื้นที่ ต.ตลิ่งงาม อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ระยะทางรวม 37.41 กิโลเมตร (กม.) อย่างไรก็ตาม เมื่อเปิดให้บริการแล้ว จะช่วยประหยัดเวลาเดินทางจากเดิม 1.5–3 ชั่วโมง เหลือเพียง 15-20 นาทีเท่านั้น

ขณะที่ ในส่วนของที่พักริมทาง (Rest Area) ทั้งทิศทางขาไป-ขากลับเกาะสมุย มูลค่า 175 ล้านบาทนั้น ประกอบด้วย พื้นที่ส่วนกลาง กิจกรรมเชิงพาณิชย์ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น ห้องน้ำสาธารณะ จุดจำหน่ายสินค้าและอาหาร และพื้นที่เช่าในรูปแบบ Drive-thru เป็นต้น เพื่อยกระดับการให้บริการและเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้อื่นๆ นอกเหนือจากรายได้ค่าผ่านทาง ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและบำรุงรักษาที่พักริมทาง ตลอด 30 ปี มูลค่า 441 ล้านบาท ด้านรายได้เชิงพาณิชย์ของที่พักริมทาง ตลอด 30 ปี มูลค่า 878 ล้านบาท แบ่งเป็น รายได้จากพื้นที่เช่า 748 ล้านบาท และรายได้จากพื้นที่โฆษณา 130 ล้านบาท

สำหรับที่พักริมทาง ได้จัดสรรพื้นที่แบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก คือ 1.พื้นที่เชิงพาณิชย์ (Commercial Area) รวมทั้ง 2 ทิศทาง ประกอบด้วย ศูนย์อาหารและร้านค้า พื้นที่รวมประมาณ 1,600 ตารางเมตร (ตร.ม.), Kiosk : จำนวน 8 บูธ พื้นที่รวมประมาณ 80 ตร.ม. และพื้นที่ Drive-thru : พื้นที่รวมประมาณ 800 ตร.ม. 2.พื้นที่ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวก (รวมทั้ง 2 ทิศทาง) ประกอบด้วย ห้องสุขาสาธารณะ พื้นที่จอดรถยนต์ส่วนบุคคล 120 คัน พื้นที่จอดรถยนต์สำหรับผู้พิการและผู้สูงอายุ 4 คัน พื้นที่จอดรถโดยสารและรถขนาดใหญ่ (มากกว่า 6 ล้อ) 10 คัน พื้นที่จอดรถส่งของสำหรับผู้ประกอบกิจการ