
ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า การเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริการส่งด่วน EMS ได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของแพลตฟอร์มออนไลน์และภาคค้าปลีก รวมถึงความต้องการความรวดเร็วและความเชื่อมั่นจากผู้ใช้บริการทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ซื้อสินค้า ผู้ประกอบการรายย่อย SME และภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าแฟชั่น เครื่องสำอาง อาหาร สินค้าไลฟ์สไตล์ และสินค้าท้องถิ่น ซึ่งเลือกใช้ EMS เป็นช่องทางหลักในกา
รจัดส่งสินค้าไปยังผู้บริโภคทั่วประเทศ โดยจุดแข็งของ EMS คือความครอบคลุมของเครือข่าย ความแม่นยำ และความสะดวกในการเข้าถึงบริการ ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารการขายและจัดส่งสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในช่วงแคมเปญการตลาดและเทศกาลลดราคาบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ที่บริการส่งด่วน EMS เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการสนับสนุนการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค”
โดยตลอดปี 2568 บริการส่งด่วน EMS ในประเทศยังคงเป็นบริการที่สร้างรายได้สูงสุดให้กับไปรษณีย์ไทย สะท้อนความต้องการใช้บริการที่มีอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอจากทุกภาคส่วน ควบคู่กับศักยภาพในการบริหารจัดการและรองรับปริมาณชิ้นงานจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกช่วงเวลา ตอกย้ำความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน ระบบปฏิบัติการ และเครือข่ายการให้บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับผู้ใช้บริการและตลาดมาโดยตลอด

ทั้งนี้ เพื่อยกระดับบริการส่งด่วน EMS ให้เป็นมากกว่าบริการขนส่ง ไปรษณีย์ไทยได้เดินหน้าพัฒนาโซลูชันและสมาร์ทเซอร์วิสอย่างต่อเนื่อง อาทิ การขยาย EMS Point เพิ่มจุดรับฝากพัสดุให้ครอบคลุมพื้นที่ชุมชนทั่วประเทศ เพิ่มความสะดวกให้ผู้ประกอบการรายย่อย ร้านค้าออนไลน์ และประชาชนทั่วไป พร้อมสร้างรายได้เสริมให้กับร้านค้าที่มีพื้นที่หน้าร้านควบคู่กับการพัฒนา ซูเปอร์แอปฯ แพลตฟอร์มกลางที่รวบรวมบริการด้านพัสดุและดิจิทัลไว้ในช่องทางเดียว ตั้งแต่การจัดการพัสดุ การติดตามสถานะ การเรียกบุรุษไปรษณีย์เข้ารับฝากถึงบ้าน ไปจนถึงโซลูชันด้านเอกสารดิจิทัล ช่วยลดขั้นตอน เพิ่มความแม่นยำ และสนับสนุนการบริหารธุรกิจออนไลน์ได้อย่างครบวงจร
นอกจากนี้ ยังมีการนำบริการ D/ID (Digital Post ID) จ่าหน้าดิจิทัล รหัส 6 ตัว ช่วยลดการกรอกข้อมูลและปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล ใช้กับบริการภาครัฐและเอกชนได้ทั้งระบบ เพื่อเพิ่มความปลอดภัย ลดข้อผิดพลาด และยกระดับมาตรฐานการให้บริการส่งด่วนระดับประเทศ รวมถึงการจัดตั้งทีมแคร์ สำหรับดูแลลูกค้ารายสำคัญและผู้ประกอบการออนไลน์ โดยเฉพาะ เพื่อให้สามารถรับ–แก้ไข–ติดตามปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจและสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้บริการ
“ไปรษณีย์ไทยเชื่อมั่นว่า บริการส่งด่วน EMS จะยังคงเป็นกลไกสำคัญของวิถีชีวิตสมัยใหม่ และระบบเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ ไม่เพียงในฐานะการขนส่งพัสดุ แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับตลาด สนับสนุนการเติบโตของธุรกิจทุกขนาด และเสริมศักยภาพการแข่งขันของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว” ดร.ดนันท์ กล่าวสรุป