ไทวัสดุ และ บีเอ็นบี โฮม ขับเคลื่อนโลจิสติกส์พลังงานสะอาดเต็มรูปแบบ เสริมรถบรรทุกไฟฟ้า EV Truck จัมโบ้ รองรับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่เน้นส่งเร็ว ส่งไว และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ไทวัสดุ และ บีเอ็นบี โฮม ผู้นำธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและสินค้าเพื่อบ้าน ภายใต้บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าขับเคลื่อนระบบขนส่งสินค้ากรีนโลจิสติกส์ โดยการนำ รถบรรทุกไฟฟ้า EV Truck 4 ล้อจัมโบ้ มาเสริมศักยภาพบริการเดลิเวอรีรองรับงานขนส่งแบบ Last Mile ที่ขนส่งจากศูนย์กระจายสินค้าไปยังบ้านของลูกค้า (Home Delivery) ทั้ง Same Day Delivery และ Next Day Delivery ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดใกล้เคียง มีระยะทางวิ่งเฉลี่ยประมาณ 200 กิโลเมตรต่อวัน รองรับน้ำหนักบรรทุกเฉลี่ย 0.5–0.8 ตันต่อเที่ยว และมีต้นทุนพลังงานเพียงราว 0.95 บาทต่อกิโลเมตร ช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ ลดการใช้น้ำมัน ซึ่งการนำ EV Truck จัมโบ้มาใช้งานนี้ มีเป้าหมายในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดส่งสินค้าให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความรวดเร็ว สะดวก และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในระยะยาว
นายธนวัฒน์ จิรังคพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า การนำรถบรรทุกไฟฟ้า EV Truck จัมโบ้ เข้ามาใช้ครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มศักยภาพโลจิสติกส์ของไทวัสดุ ให้สอดรับกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กร โดยคาดว่าจะสามารถช่วยประหยัดต้นทุนการจัดส่งสินค้าต่อเที่ยวได้ประมาณ 12-14% อีกทั้งช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องความผันผวนของราคาน้ำมัน และลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงในระยะยาว นอกจากนี้ไทวัสดุ ยังตั้งเป้าหมายลดการใช้น้ำมันราว 930,000 ลิตรต่อปี รวมทั้งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เทียบเท่าคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 2,550 ตัน(tCO₂e) ต่อปี ซึ่งไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นการยกระดับคุณภาพการให้บริการด้านการจัดส่งสินค้าด้วยรถบรรทุกที่ใช้พลังงานสะอาดแก่ลูกค้าอีกด้วย

นอกจากนี้ การนำรถบรรทุกไฟฟ้า EV Truck จัมโบ้มาเสริมทัพยังช่วยแก้ Pain point สำคัญของลูกค้าในมิติประสบการณ์ใช้งานจริง ด้วยการลดเสียงรบกวนและลดควันจากการจัดส่ง ทำให้การขนส่งในย่านชุมชนและพื้นที่เมืองเป็นมิตรต่อผู้อยู่อาศัยมากขึ้น ควบคู่กับการเพิ่มความเสถียรของระบบเดลิเวอรี ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันและต้นทุนขนส่งที่อาจกระทบต่อความต่อเนื่องของการให้บริการ สะท้อนแนวทางการดำเนินงานที่คำนึงถึงคุณภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมในเมืองไปพร้อมกับความสะดวกของลูกค้าอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ EV Truck จัมโบ้ที่ไทวัสดุนำมาใช้งาน ยังถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การขนส่งวัสดุก่อสร้างและสินค้าเพื่อบ้านที่มีขนาดใหญ่และน้ำหนักมากโดยเฉพาะ ตั้งแต่วัสดุตกแต่งบ้านไปจนถึงอุปกรณ์ช่างที่ต้องการความระมัดระวังในการขนส่ง ช่วยให้กระบวนการจัดส่งถึงบ้านลูกค้ามีความคล่องตัวและเป็นระบบ ทั้งในพื้นที่เมืองและชานเมืองที่มีข้อจำกัดด้านการจราจรและสภาพแวดล้อม
ในขณะเดียวกัน ไทวัสดุ ยังตอกย้ำบทบาทผู้นำกรีนโลจิสติกส์รายแรกของอุตสาหกรรมค้าปลีกวัสดุก่อสร้างไทย ด้วยการพัฒนาและใช้ EV Truck รถพ่วงแม่ลูกขนาดใหญ่ในระบบขนส่งหลักทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ที่สามารถขนส่งสินค้าได้ 24 พาเลทและมีสมรรถนะเทียบเท่ากับรถเครื่องยนต์ดีเซล ระยะทางในการเดินรถต่อการชาร์จ 1 ครั้งจะอยู่ที่ 250 – 400 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับน้ำหนักในการบรรทุกสินค้า นอกจากนี้ยังได้มีการติดเซนเซอร์รอบคันเพื่อส่งสัญญาณเตือน เมื่อเดินรถด้วยความเร็วไม่เกิน 30 กม./ชม. เพื่อให้คนโดยรอบทราบว่ามีรถกำลังเคลื่อนที่มาเพื่อป้องกันอันตรายจากความเงียบของเสียงเครื่องยนต์ โดยในปี 2568 ได้เพิ่มรถบรรทุกพลังงานสะอาด EV Truck เข้าสู่ระบบรวม 10 คัน ทำให้ปัจจุบันมีรถพ่วงแม่ลูกไฟฟ้าใช้งานรวมทั้งสิ้น 22 คัน สามารถลดการใช้น้ำมันได้กว่า 587,946 ลิตร พร้อมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเทียบเท่าคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 1,611 ตัน (tCO₂e)
“การขยายบริการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุกไฟฟ้า EV Truck จัมโบ้ และรถพ่วงแม่ลูก ถือเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานโลจิสติกส์คาร์บอนต่ำ และสนับสนุนเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero Emissions ของไทวัสดุอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนวิสัยทัศน์ของซีอาร์ซี ไทวัสดุ ในการเติบโตทางธุรกิจควบคู่ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้ปรัชญา CRC CARE ของเซ็นทรัล รีเทล ในมิติ CRC for the Environment” นายธนวัฒน์ กล่าว