‘พิพัฒน์’ การันตี พร้อม 100% เปิดใช้ฟรี M6 บางปะอิน-โคราช วิ่งยาวทุกสุดสัปดาห์ เริ่ม 21 ส.ค.นี้ เปิด 24 ชม. วันคริสต์มาส 69

“พิพัฒน์” สแกนความพร้อมเปิดใช้มอเตอร์เวย์ M6 สายบางปะอิน-นครราชสีมา 196 กม. เตรียมเริ่มวิ่งฉิวเที่ยง 21 ส.ค.นี้ ฉลุยทุกศุกร์-อาทิตย์ ย้ำมาตรการความปลอดภัย อนุญาตเฉพาะรถยนต์ 4 ล้อ วิ่งความเร็วไม่เกิน 80 กม./ชม. ตั้งเป้าเปิดตลอด 24 ชม.  “วันคริสต์มาส” 2569 ก่อนเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ-เก็บเงิน เม.ย. 70 เร่งประสาน Google Maps นำทางถูกต้อง-อำนวยความสะดวกประชาชน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจติดตามความคืบหน้าโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 6 (M6) สายบางปะอิน–นครราชสีมา ระยะทาง 196 กิโลเมตร (กม.) เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดทดลองให้บริการเพิ่มเติมช่วงบางปะอิน–ปากช่อง วันนี้ (19 สิงหาคม 2569) ว่า กรมทางหลวง (ทล.) พร้อม 100% ที่จะเปิดทดลองให้บริการ M6 เพิ่มเติมช่วง บางปะอิน–ปากช่อง ระยะทางประมาณ 110 กม. โดยไม่เก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 21 ส.ค. 2569 เวลา 12.00 น. และจะเปิดทุกวันศุกร์ เวลา 12.00 น. ต่อเนื่องถึงวันอาทิตย์ เวลา 24.00 น. ซึ่งจะเชื่อมต่อกับช่วงปากช่อง–ทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมา ระยะทาง 86 กม. ที่เปิดทดลองให้บริการอยู่แล้ว ทำให้ประชาชนสามารถใช้ M6 ได้ต่อเนื่องมากขึ้นในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์

สำหรับเป้าหมายระยะต่อไป ได้สั่งการให้ ทล. เร่งรัดงานที่เหลือ เพื่อให้สามารถเปิดทดลองให้ประชาชนใช้ M6 ตลอดสายบางปะอิน–นครราชสีมา ระยะทาง 196 กม. โดยไม่เก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางตลอด 24 ชั่วโมงในวันที่ 25 ธ.ค. 2569 ก่อนเข้าสู่การทดสอบระบบและการปฏิบัติงานเสมือนจริง (Trial Run) เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดให้บริการเต็มรูปแบบและเก็บค่าผ่านทางในช่วง เม.ย. 2570 ต่อไป

ทั้งนี้ ในช่วงทดลองให้บริการ คือความปลอดภัย เนื่องจาก M6 เป็นเส้นทางที่มีมาตรฐานสูง ถนนกว้าง ราบเรียบ และมีช่วงทางตรงยาว ซึ่งอาจทำให้ผู้ขับขี่ใช้ความเร็วสูงโดยไม่รู้ตัว จึงกำหนดให้ช่วงทดลองเปิดบริการ อนุญาตเฉพาะรถยนต์ 4 ล้อ และจำกัดความเร็วไม่เกิน 80  กม.ต่อชั่วโมง (ชม.) เนื่องจากบางพื้นที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินงานก่อสร้างและติดตั้งระบบ

อย่างไรก็ตาม ขอความร่วมมือประชาชนไม่จอดรถบนเส้นทางหรือบริเวณที่ไม่ได้จัดไว้เป็นจุดพัก ไม่ใช้ไหล่ทางโดยไม่มีเหตุจำเป็น และขอให้ประชาชนปฏิบัติตามป้าย เครื่องหมายจราจร และคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด พรัอมได้เน้นย้ำการบังคับใช้กฎหมายกับรถที่ใช้ความเร็วเกินกำหนดหรือขับขี่ในลักษณะเสี่ยงอันตราย พร้อมให้ตำรวจทางหลวงและเจ้าหน้าที่เพิ่มการเฝ้าระวังตลอดเส้นทาง

ด้านนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดี ทล. กล่าวว่า ทล. ได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านเส้นทาง การจราจร บุคลากร และระบบช่วยเหลือฉุกเฉิน รองรับการเปิดทดลองช่วงบางปะอิน–ปากช่อง โดยจัดเจ้าหน้าที่และรถช่วยเหลือผู้ใช้ทางตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมประสานตำรวจทางหลวง ตำรวจภูธร หน่วยกู้ภัย และหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สระบุรี และนครราชสีมา เพื่อบริหารจัดการจราจรและรับมือเหตุฉุกเฉิน

ทั้งนี้ ตลอดเส้นทาง มีการติดตั้งป้าย VMS หรือป้ายปรับเปลี่ยนข้อความ เพื่อแจ้งข้อมูลและสภาพการจราจรแก่ผู้ใช้ทาง พร้อมประชาสัมพันธ์ข้อมูลจุดเข้า–ออก เงื่อนไขการใช้เส้นทาง และสถานการณ์จราจรผ่านช่องทางของกรมทางหลวง ทั้งสื่อออนไลน์ วิทยุออนไลน์ DOH Highway Radio ( https://highwaytraffic.go.th/radio) และช่องทางประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนการเดินทางล่วงหน้าได้

นายปิยพงษ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบัน M6 ช่วงปากช่อง – โคราช มีปริมาณจราจรเฉลี่ยช่วงวันศุกร์-อาทิตย์ ประมาณ 28,700 คัน/วัน ทั้งนี้ เมื่อเปิดให้บริการ M6 ช่วงบางปะอิน-โคราช คาดว่า จะมีปริมาณจราจรเฉลี่ยช่วงปากช่อง-โคราช เพิ่มขึ้นเป็น 30,000 คัน/วัน และมีปริมาณจราจรเฉลี่ยช่วงบางปะอิน-ปากช่อง ประมาณ 32,500 คัน/วัน

ในส่วนของการค้นหาเส้นทางนั้น ตอนนี้เส้นทาง M6 ได้อยู่ในเส้นทางของ Google Maps แล้ว แต่ในช่วงเปิดทดลองใช้ที่กำหนดให้บริการเฉพาะวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ จึงยังไม่สามารถนำทางได้ ดังนั้น ทล.จะประสานบริษัท Google ประเทศไทย เพื่อแจ้งกำหนดเวลาเปิดและปิดเส้นทางที่ชัดเจน เพื่อให้ระบบสามารถแสดงข้อมูลการเดินทางได้อย่างถูกต้อง และช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนวางแผนการเดินทางได้เหมาะสมต่อไป

สำหรับความคืบหน้าภาพรวมโครงการ ณ เดือน ก.ค. 2569 งานก่อสร้างโยธามีความก้าวหน้าสะสม 99.37% จากทั้งหมด 40 สัญญา ก่อสร้างแล้วเสร็จ 38 สัญญา เหลือ 2 สัญญา ได้แก่ สัญญาที่ 4 และสัญญาที่ 21 โดยตั้งเป้าให้งานโยธาทั้งหมดแล้วเสร็จภายใน ธ.ค. 2569 ส่วนงานออกแบบและก่อสร้างด่านเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง พร้อมติดตั้งระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียม ระบบควบคุมและบริหารจัดการจราจร ระบบอำนวยความปลอดภัย และอาคารควบคุมต่าง ๆ ซึ่งดำเนินการในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) ณ เดือน ก.ค. 2569 มีความก้าวหน้าสะสม 92.32% โดย ทล. จะเร่งดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนต่อไป