‘เทศบาลนครรังสิต’ จับมือ TSB ขับเคลื่อนสมาร์ตซิตี้ ปั้น ‘รังสิตโมเดล’ พัฒนาขนส่งสาธารณะพลังงานสะอาด

“นายกเทศมนตรีนครรังสิต” จับมือ “ไทย สมายล์ บัส” แลกเปลี่ยนข้อมูลการเดินทางเพื่อเชื่อมโยงแอป “Rangsit City App นำทาง” พร้อมศึกษาระบบขนส่งสาธารณะพลังงานสะอาด ผลักดันสู่เมืองอัจฉริยะเพื่อชาวนครรังสิต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศบาลนครรังสิต ร่วมกับ บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด (TSB) ผู้นำระบบรถโดยสารพลังงานไฟฟ้าพลังงานสะอาด ในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตการเดินทางของประชาชน โดยเมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมา ได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เชื่อมโยงข้อมูลการเดินรถสาธารณะในเขตพื้นที่เทศบาลนครรังสิต ก้าวสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) อย่างยั่งยืน

สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ร้อยตำรวจเอก ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรีนครรังสิต กับนางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด เป็นผู้ลงนาม พร้อมผู้บริหารของทั้งสององค์กรร่วมเป็นสักขีพยาน ซึ่งการเป็นพันธมิตรในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อแบ่งปัน แลกเปลี่ยน เชื่อมโยงข้อมูลของทั้งสององค์กร สามารถนำไปวิเคราะห์ พัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อปรับใช้กับ “Rangsit City App นำทาง” ให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่นครรังสิตสามารถเข้าถึงข้อมูลการเดินทางได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ

ร้อยตำรวจเอก ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง เปิดเผยถึงความร่วมมือครั้งนี้ ว่า นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาเทศบาลนครรังสิตสู่การเป็นสมาร์ตซิตี้ (Smart City) อย่างเป็นรูปธรรม เทศบาลของเรามุ่งมั่นนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตของพี่น้องชาวรังสิต การแชร์ข้อมูลวันนี้จึงเป็นเพียงก้าวแรกของความร่วมมือที่จะพัฒนา ‘เมืองอัจฉริยะ’ ที่จะขับเคลื่อนการบริหารเมืองด้วยข้อมูล ให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงเปิดโอกาสในการศึกษาแผนนำขนส่งสาธารณะพลังงานสะอาด EV 100% เข้ามายกระดับการให้บริการบริเวณพื้นที่นครรังสิตในอนาคต เพื่อก้าวสู่การเป็นต้นแบบเมืองอัจฉริยะ อากาศสะอาด การเดินทางปลอดภัยได้อย่างแท้จริง

ด้านนางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ซีอีโอ ไทย สมายล์ บัส กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นมิติใหม่ของการเชื่อมโยงจากภาคเอกชนกับหน่วยงานท้องถิ่นสำคัญอย่างเทศบาลนครรังสิต ซึ่งจะเพิ่มโอกาสการพัฒนาเมืองในอนาคตได้อีกมหาศาล อาทิ การใช้ข้อมูลป้ายรถอัจฉริยะ, รถ-เรือพลังงานสะอาด EV, การวางแผนการเดินทางของผู้คนในท้องที่ สามารถนำมาต่อยอดปรับปรุงให้ตอบสนองกับโจทย์การใช้งานผู้คนในพื้นที่ได้ตรงจุดมากที่สุด (Localize) นอกจากจะช่วยให้ประชาชนเดินทางได้สะดวกสบายและปลอดภัยขึ้นแล้ว ยังเป็นการช่วยส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะตามนโยบายของรัฐบาลอีกด้วย

ทั้งนี้ บันทึกความเข้าใจฉบับดังกล่าว มีกรอบระยะเวลาความร่วมมือ 3 ปี เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างทั้งสององค์กร ให้เกิดการขับเคลื่อนพัฒนาเมือง ควบคู่กับนโยบาย Net Zero ของภาครัฐ ด้วยฐานข้อมูล (Data-Driven City) อันจะนำไปสู่การสร้าง “นครรังสิต” ให้เป็นต้นแบบเมืองอัจฉริยะที่เดินทางสะดวก ปลอดภัย และไร้มลพิษได้อย่างแท้จริง