เริ่ม 6 ก.ค.นี้ บขส. เร่งจ่ายเงินเยียวยาผู้ประกอบการ 75 ราย รวม 60 ล้าน หลังได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันช่วงสงกรานต์ 69

BKS” หารือรถร่วมฯ เร่งจ่ายเงินเยียวยาผลกระทบจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ช่วงสงกรานต์ 69 ตั้งแต่วันที่ 6-19 เม.ย. ที่ผ่านมา รวมผู้ประกอบการ 75 ราย วงเงิน 60 ล้านบาท ดีเดย์! เริ่มจ่าย 6 ก.ค.นี้ เป็นต้นไป

นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. (BKS) เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับผู้ประกอบการรถร่วมฯ ประเด็นข้อร้องเรียนการจ่ายเงินชดเชยค่าโดยสารค้างจ่ายจากมาตรการตรึงราคาช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 วันนี้ (3 ก.ค. 2569) ว่า BKS ได้รับทราบประเด็นปัญหาข้อกังวลของผู้ประกอบการรถร่วมฯ และได้มีการทำความเข้าใจ เพื่อชี้แจงแนวทางดำเนินการ

สำหรับประเด็นขอให้เร่งรัดมาตรการเยียวยาผลกระทบจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ขอให้ผู้ประกอบการรถโดยสารซึ่งยังไม่มีการจ่ายเงินช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการรถร่วมฯ นั้น จากนโยบายช่วยเหลือผลกระทบจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ขอให้ตรึงราคาค่าโดยสารในราคาเดิมไปก่อน ตั้งแต่วันที่ 6 – 19 เม.ย. 2569 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 โดยกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) จะนำเงินกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) มาชดเชยส่วนต่างให้นั้น

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้สรุปการขอรับเงินชดเชยของผู้ประกอบการรถร่วมฯ จำนวน 75 ราย เป็นเงินประมาณ 60 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ จะเริ่มทยอยจ่ายเงินให้ผู้ประกอบการตั้งแต่วันที่ 6 ก.ค. 2569 เป็นต้นไป โดยที่ผ่านมาเกิดปัญหาล่าช้า เนื่องจากเอกสารหลักฐานที่ผู้ประกอบการนำมาส่งไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้อง บริษัทฯ จึงต้องดำเนินการตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียดและรอบคอบมากที่สุด เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่ กปถ. กำหนด

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้มีมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการรถร่วมฯ จากผลกระทบวิกฤตราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และบรรเทาผลกระทบต้นทุนของผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง 4 มาตรการ คิดเป็นเงินที่บริษัทฯ จ่ายไปกว่า 12 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.จัดเก็บค่าธรรมเนียมปล่อยรถ (ค่าขา) ตามที่วิ่งจริง วันที่ 1 – 30 เม.ย. 2569 2.จัดเก็บค่าธรรมเนียมรถเสริมในอัตราเดียวกับเที่ยววิ่งปกติ วันที่ 6 – 19 เม.ย. 2569 3.ปรับลดค่าธรรมเนียมปล่อยรถ (ค่าขา) ร้อยละ 35 และ 4.ปรับลดค่าเข้าใช้สถานีขนส่งฯ ของรถโดยสารขนาดใหญ่ จาก 50 บาท เป็น 30 บาท วันที่ 9 – 19 เม.ย. 2569

ส่วนประเด็นที่ผู้ประกอบการเรียกร้องกรณีรถร่วมฯ กระทำผิดมีการปรับสูงสุด 50,000 บาท และขอให้ปรับลดอัตราค่าปรับนั้น บริษัทฯ ขอชี้แจงว่า กรณีที่ผู้ประกอบการกระทำผิดเกี่ยวกับฐานความผิดด้านความปลอดภัยของผู้โดยสาร เช่น คิดค่าโดยสารเกินกว่ากฎหมายกำหนด, บรรทุกผู้โดยสารเกินกว่ากำหนด และทิ้งผู้โดยสารไว้กลางทาง ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับความปลอดภัยและการเอารัดเอาเปรียบผู้โดยสาร บริษัทฯ ต้องดำเนินการตามระเบียบ เพื่อป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ แต่หากเป็นการกระทำความผิดที่ไม่เกี่ยวกับผู้โดยสาร เช่น พนักงานแต่งกายไม่สุภาพ บริษัทฯ ไม่ได้มีการปรับสูงสุด 50,000 บาท แต่จะปรับประมาณ 200-500 บาทเท่านั้น แต่ในเมื่อผู้ประกอบการมีข้อเสนอแนะ บริษัทฯ พร้อมรับฟัง และจะทบทวนอัตราค่าปรับ เพื่อให้มีความเหมาะสมและเป็นธรรมกับผู้ประกอบการ

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการรถร่วมฯ ขอปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารให้สอดคล้องกับต้นทุนการเดินรถตามจริง ซึ่งบริษัทฯ ในฐานะที่กำกับดูแลขอให้ผู้ประกอบการรถร่วมฯ ทำข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนการเดินรถจริงให้เข้าสถานการณ์ปัจจุบัน และขอเป็นตัวกลางในการรวบรวมข้อมูลนำเสนอคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางที่กำกับดูแลเรื่องอัตราค่าโดยสาร เพื่อให้พิจารณาอัตราค่าโดยสารให้เกิดความเป็นธรรมทั้งผู้ประกอบการและผู้โดยสารต่อไป