‘สรรเพชญ’ ดัน ‘ท่าเรือระนอง’ สู่ประตูการค้า ‘อันดามัน’ เชื่อมเอเชียใต้-BIMSTEC เผย 7 เดือน ตู้สินค้าผ่านท่าฯ โต 55%
“สรรเพชญ” มอบนโยบาย “การท่าเรือฯ“ ดัน “ท่าเรือระนอง” สู่ประตูการค้าอันดามัน เชื่อมเอเชียใต้–BIMSTEC ด้าน กทท. โชว์ผลงาน 7 เดือน ตู้สินค้าผ่านท่าฯ พุ่งกว่า 55% เร่งเพิ่มศักยภาพบริการ ลุยโครงสร้างพื้นฐาน
นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า วันนี้ (12 มิ.ย. 2569) ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการดำเนินงาน ณ ท่าเรือระนอง จังหวัดระนอง เพื่อติดตามผลการดำเนินงานและแผนพัฒนาศักยภาพท่าเรือระนอง ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงการค้าฝั่งทะเลอันดามัน รองรับการขนส่งสินค้าไปยังประเทศในเอเชียใต้ กลุ่มประเทศ BIMSTEC และเส้นทางการค้าหลักในมหาสมุทรอินเดีย
ทั้งนี้ ท่าเรือระนองเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของกระทรวงคมนาคมในการพัฒนาเป็นประตูการค้าฝั่งอันดามัน เพื่อเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ของไทยไปยังกลุ่มประเทศ BIMSTEC และภูมิภาคเอเชียใต้ สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งท่าเรือระนองมีศักยภาพสูง ทั้งด้านการขนส่งสินค้าและการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำ จึงต้องเร่งพัฒนาขีดความสามารถให้รองรับปริมาณสินค้าที่เพิ่มขึ้นในอนาคต พร้อมบูรณาการกับโครงข่ายคมนาคมอื่น ๆ เพื่อให้การขนส่งมีความต่อเนื่อง ไร้รอยต่อ และช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ได้อย่างแท้จริง

ด้านว่าที่ร้อยตรี รัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการ กทท. สายบริหารการเงินและกลยุทธ์องค์กร รักษาการแทนผู้อำนวยการ กทท. กล่าวว่า ท่าเรือระนองมีจุดแข็งจากทำเลที่ตั้งบนฝั่งทะเลอันดามัน สามารถเชื่อมการขนส่งจากอ่าวไทย ภาคใต้ตอนบน และพื้นที่เศรษฐกิจของประเทศไปยังเส้นทางเดินเรือในมหาสมุทรอินเดีย ได้โดยตรง กทท. จึงเดินหน้าพัฒนาทั้งโครงสร้างพื้นฐาน การให้บริการ และความร่วมมือกับท่าเรือคู่ค้า เพื่อให้ท่าเรือระนองเป็นทางเลือกที่ใช้งานได้จริงสำหรับผู้ประกอบการ ลดระยะทางบางเส้นทาง เพิ่มความคล่องตัวในการขนส่ง และสร้างโอกาสทางการค้าใหม่ให้กับประเทศ
สำหรับท่าเรือระนอง ปัจจุบันมีท่าเทียบเรือหลัก 2 ส่วน ได้แก่ ท่าเทียบเรืออเนกประสงค์ ความยาว 134 เมตร รองรับเรือสินค้าไม่เกิน 500 ตันกรอส และท่าเทียบเรือตู้สินค้า ความยาว 150 เมตร รองรับเรือสินค้า 8,000 ตันกรอส หรือไม่เกิน 12,000 เดดเวทตัน พร้อมร่องน้ำการเดินเรือลึก 8 เมตร กว้าง 120 เมตร ระยะทาง 28 กิโลเมตร โดยมีพื้นที่รองรับการให้บริการทั้งโรงพักสินค้า ลานวางตู้สินค้า พื้นที่จอดรถบรรทุก และพื้นที่สำหรับกิจกรรมด้านโลจิสติกส์ รวมถึงอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เช่น รถเครนเคลื่อนที่ (Mobile Harbour Crane) รถหัวลาก รถยก และจุดให้บริการตู้ควบคุมอุณหภูมิ ฯลฯ

ด้านผลการดำเนินงานของท่าเรือระนองในรอบ 7 เดือนของปีงบประมาณ 2569 ตั้งแต่ ต.ค. 2568–เม.ย. 2569 เติบโตในทุกมิติเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แสดงให้เห็นถึงทิศทางการใช้บริการท่าเรือระนองที่ขยายตัวมากขึ้น โดยมีปริมาณตู้สินค้าผ่านท่าเพิ่มขึ้นเป็น 7,000 ทีอียู (+55.56%) มีสินค้าผ่านท่าเพิ่มขึ้นเป็น 106,000 ตัน (+7.07%) และเรือผ่านท่าเพิ่มขึ้นเป็น 217 เที่ยว (+38.22%) นอกจากนี้ กทท. ยังผลักดันความร่วมมือด้านการตลาดภายใต้กรอบ MOU กับท่าเรือพันธมิตรในบังกลาเทศ อินเดีย และศรีลังกา โดยมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและประชุมร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายโอกาสทางการค้า เปิดเส้นทางขนส่งใหม่ และเพิ่มทางเลือกด้านโลจิสติกส์ให้แก่ผู้ประกอบการไทยในการเชื่อมโยงตลาดฝั่งอันดามัน มหาสมุทรอินเดีย และกลุ่มประเทศ BIMSTEC ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ กทท. มีแนวทางพัฒนาศักยภาพท่าเรือระนองอย่างต่อเนื่อง โดยจะเพิ่มจำนวนและประสิทธิภาพเครื่องมือทุ่นแรง เพื่อยกระดับความพร้อมด้านบริการ ความปลอดภัย และการรองรับปริมาณสินค้าที่มีแนวโน้มเติบโตในอนาคต เพื่อผลักดันท่าเรือระนองสู่การเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการค้าและโลจิสติกส์ไทยบนฝั่งทะเลอันดามันอย่างเป็นรูปธรรม
