‘เวียตเจ็ทไทยแลนด์’ เผยตั้งแต่ปี 57 ให้บริการผู้โดยสารแล้วกว่า 5 แสนราย จ่อรับมอบเครื่องบินโบอิ้ง 737-8 รวม 50 ลำภายในปี 71
“เวียตเจ็ทไทยแลนด์” ร่วมฉลอง 50 ปี “ไทย-เวียดนาม” ตอกย้ำความสัมพันธ์สองประเทศ เผยแผนรับมอบเครื่องบินโบอิ้ง 737-8 รวม 50 ลำภายในปี 71 ระบุตั้งแต่ปี 57 ให้บริการผู้โดยสารแล้วกว่า 50 ล้านราย คาดแนวโน้มการเดินทางทางอากาศปี 69 โตต่อเนื่อง อวดไตรมาสแรก/69 เดินทางระหว่าง 2 ประเทศโต 40% จากปีก่อน
นายวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ เปิดเผยว่า วันนี้ (28 พ.ค. 2569) สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ ได้เข้าร่วมงาน “Thailand-Vietnam Business Forum 2026” เวทีความร่วมมือครั้งสำคัญที่รวบรวมผู้นำระดับสูงจากภาครัฐและภาคเอกชนของทั้ง 2 ประเทศ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การลงทุน และการเชื่อมโยงระหว่างไทยและเวียดนามในระยะยาว ในวาระครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-เวียดนาม โดยเวียตเจ็ทไทยแลนด์ได้เผยหมุดหมายความสำเร็จทางธุรกิจ พร้อมประกาศแผนการขยายเครือข่ายเส้นทางบินตรงจากประเทศไทยสู่ประเทศเวียดนาม รวมถึงการเปิดให้บริการเชื่อมต่อเที่ยวบินระหว่างเวียตเจ็ทและเวียตเจ็ทไทยแลนด์ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงระหว่าง 2 ประเทศอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ กลุ่มสายการบินเวียตเจ็ทได้เริ่มดำเนินธุรกิจสายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ตั้งแต่ปี 2557 จากการเล็งเห็นศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการเดินทางทางอากาศของภูมิภาค โดยนับตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน สายการบินฯ ได้สร้างหมุดหมายความสำเร็จครั้งสำคัญ ทั้งในด้านการให้บริการผู้โดยสารในประเทศไทยรวมกว่า 50 ล้านคน ตลอดจนการขยายฝูงบินอย่างต่อเนื่อง ผ่านแผนการรับมอบเครื่องบินโบอิ้ง 737-8 จำนวน 50 ลำ ภายในปี 2571 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการ ส่งผลให้เวียตเจ็ทไทยแลนด์เป็นหนึ่งในสายการบินที่มีอัตราการเติบโตเร็วที่สุดในประเทศไทย สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้โดยสารและความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของนักเดินทางยุคใหม่ได้อย่างตรงจุด

นายวรเนติ กล่าวต่อว่า จากความแข็งแกร่งด้านเส้นทางบินระหว่างประเทศไทยและประเทศเวียดนาม เวียตเจ็ทไทยแลนด์จึงมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงภาคเศรษฐกิจการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศ ผ่านเครือข่ายการเดินทางทางอากาศที่ครอบคลุม โดยในปี 2569 แม้อุตสาหกรรมการบินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและทั่วโลกยังเผชิญความท้าทายจากต้นทุนการดำเนินงานและสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่แนวโน้มการเดินทางทางอากาศยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) คาดการณ์ว่า จำนวนผู้โดยสารทางอากาศทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นแตะ 5.2 พันล้านคนในปี 2569 หรือเติบโต 4.4% จากปีก่อนหน้า ขณะเดียวกัน อุปสงค์การเดินทางระหว่างไทยและเวียดนามยังเติบโตต่อเนื่อง จากกระแสการท่องเที่ยวระยะใกล้และการเดินทางเพื่อธุรกิจ สะท้อนจากจำนวนผู้โดยสารในเส้นทางบินระหว่างไทยและเวียดนามของสายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ในไตรมาสแรกของปี 2569 ที่เพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

นายวรเนติ กล่าวอีกว่า ในฐานะศูนย์กลางเชื่อมโยงเศรษฐกิจและการคมนาคมระหว่างไทยและเวียดนาม สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์พร้อมเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนความร่วมมือระดับทวิภาคีตามยุทธศาสตร์ Three Connects ซึ่งครอบคลุมการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน เศรษฐกิจท้องถิ่น และการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยตลอดหลายปี สายการบินฯ ได้เดินหน้ายกระดับเครือข่ายการบินระหว่างประเทศ ด้วยการเปิดให้บริการเส้นทางบินตรงจากประเทศไทยสู่จุดหมายสำคัญในเวียดนาม อาทิ เส้นทางกรุงเทพฯ – ฮานอย กรุงเทพฯ – ดานัง กรุงเทพฯ – โฮจิมินห์ กรุงเทพฯ – ฟูก๊วก และกรุงเทพฯ – ญาจาง เพื่อรองรับความต้องการเดินทางที่เพิ่มขึ้น พร้อมขยายการเชื่อมต่อสู่เมืองศักยภาพทั่วประเทศเวียดนาม
นอกจากนี้ สายการบินฯ ยังเตรียมเปิดให้บริการเชื่อมต่อเที่ยวบินระหว่างสายการบินเวียตเจ็ทและเวียตเจ็ทไทยแลนด์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารในการเดินทางต่อเครื่องสู่จุดหมายปลายทางที่หลากหลายยิ่งขึ้น ผ่านการซื้อบัตรโดยสารเพียงครั้งเดียว พร้อมบริการเช็กอินและขนส่งสัมภาระใต้ท้องเครื่องตรงถึงจุดหมายปลายทางสุดท้าย ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวและกิจกรรมทางธุรกิจระหว่างประเทศไทยและเวียดนามได้อย่างมีนัยสำคัญ
การดำเนินงานตามแผนกลยุทธ์ดังกล่าว ไม่เพียงเสริมศักยภาพการดำเนินธุรกิจของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งเท่านั้น แต่ยังช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงระหว่างประเทศไทยและเวียดนามให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในทุกมิติ” นายวรเนติ กล่าว
