ทช. เร่งสร้าง ‘สะพานข้ามคลองพระพุทธ’ @จันทบุรี คาดเสร็จ ก.พ. 70 ร่นระยะทาง 20 กม. เดินทางเชื่อม 2 อำเภอเหลือเพียง 5 นาที
“ทางหลวงชนบท” เร่งสร้างสะพานข้ามคลองพระพุทธ จ.จันทบุรี เชื่อมสองอำเภอ ร่นระยะทางกว่า 20 กม. ใช้เวลาเดินทางเพียง 5 นาที จากเดิมครึ่ง ชม. อัปเดตล่าสุดคืบหน้า 56% คาดแล้วเสร็จ ก.พ. 70 วางรากฐานการคมนาคม บรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม เสริมเศรษฐกิจการขนส่งทุเรียน-ลำไย ในพื้นที่ภาคตะวันออก
นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่า ทช. ได้ดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานข้ามคลองพระพุทธ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้างรวม 43 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันการก่อสร้างในภาพรวมมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 56% ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนของงานก่อสร้างพื้นสะพาน คาดว่าจะดำเนินการเสร็จสมบูรณ์ภายใน ก.พ. 2570 เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมในระดับพื้นที่ให้มีความเชื่อมโยง บรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน
ทั้งนี้ การดำเนินโครงการดังกล่าว เนื่องจากที่ผ่านมาประชาชนในพื้นที่หมู่ที่ 7 บ้านคลองคต ต.บ้านคลองคต อ.โป่งน้ำร้อน และหมู่ที่ 6 บ้านสำโรงล่าง ต.ทรายขาว อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ได้รับความเดือดร้อนในการเดินทาง เส้นทางมีลักษณะอ้อมกว่า 20 กิโลเมตร (กม.) ทำให้การคมนาคมขนส่งต้องใช้ระยะเวลา ใช้พลังงานในการขนส่งสินค้าจำนวนมาก โดยเทศบาลตำบลหนองตาคง จึงได้ขอรับการสนับสนุนจาก ทช. เพื่อดำเนินการก่อสร้างสะพานข้ามคลองพระพุทธ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน

นายพิชิต กล่าวต่อว่า ทช. จึงได้ดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานข้ามคลองพระพุทธ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี เชื่อมระหว่างอำเภอ มีความยาวรวม 100 เมตร รองรับการจราจร 2 ช่องทาง กว้างรวม 9 เมตร ไม่มีทางเท้า พร้อมก่อสร้างถนนเชื่อมต่อรวมระยะทาง 1,930 เมตร โดยมีจุดเริ่มต้นเชื่อมต่อกับแยก ทล.3210 และจุดสิ้นสุดเชื่อมต่อกับถนนท้องถิ่น มีลักษณะผิวทางเป็นแอสฟัลต์คอนกรีต กว้าง 6 เมตร พร้อมไหล่ทางข้างละ 1 เมตร พร้อมติดตั้งระบบไฟฟ้าแสงสว่าง อุปกรณ์ด้านความปลอดภัย เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้ทางให้สัญจรได้อย่างอุ่นใจตลอดสาย
ทั้งนี้ เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ สะพานแห่งนี้จะสามารถร่นระยะทางได้มากถึง 20 กม. จากเดิมที่ใช้เวลาประมาณ 30 นาที เหลือเพียง 5 นาที รวมทั้งยังเป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3210 และ 3193 ตลอดจนช่วยสนับสนุนการขนส่งผลผลิตทางการเกษตร อาทิ ลำไย ทุเรียน และช่วยพัฒนาพื้นที่โดยรอบสายทางให้มีความเจริญ ควบคู่กับการขยายตัวของสาธารณูปโภคที่จะเกิดขึ้นตามแนวเส้นทาง ซึ่งจังหวัดจันทบุรี
ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของภาคตะวันออกและมีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดตราด ระยอง สระแก้ว อันจะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจระดับภาคได้อีกทางหนึ่งด้วย
