อมตะ วีเอ็น เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2569 รายได้รวม 688 ล้านบาท ชี้เหตุจากปัจจัยรอรอบการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินในนิคมฯลองถั่น ขณะที่การลงทุน FDI ชะลอตัวระยะสั้น จากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์เปลี่ยน ต้นทุนพลังงานสูง มั่นใจพื้นฐานทางเศรษฐกิจเวียดนามแกร่ง GDP โต 7.83% สูงสุดในอาเซียน พร้อมขยายพื้นที่ลงทุนแห่งใหม่ “อมตะ ซิตี้ ฟู้เถาะ” (Amata City Phu Tho) กว่า 2,970 ไร่ รองรับเทรนด์อุตสาหกรรมไฮเทคและ ESG
นายโอซามู ซูโด รองประธานเจ้าหน้าที่ บริษัท อมตะ วีเอ็น จำกัด (มหาชน) หรือ AMATAV เปิดเผยถึง ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/ 2569 บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 688 ล้านบาท ลดลง 19% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อนส่งผลให้กำไรขาดทุนสุทธิราว 2 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากรายได้จากการโอนที่ดินลดลงเป็นไปตามรอบการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน ซึ่งเป็นภาวะปกติที่จะมียอดการโอนที่ดินต่ำ อย่างไรก็ตามการดำเนินงานในภาพรวมยังมีรายได้ประจำจากการให้บริการด้านสาธารณูปโภค (Recuring Income) ที่ทำให้เกิดกระแสเงินสดเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นไปตามแผนการขับเคลื่อนธุรกิจ ที่ยังต้องเผชิญกับความท้าท้ายจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ทางเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลง ต้นทุนด้านพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น และมีผลต่อการขยายการลงทุนใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงเดินหน้าในการบริหารต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้มีรายได้ทางการเงินเพิ่มขึ้น 30% เป็น 16 ล้านบาท ส่วนฐานะการเงิน ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 ทางบริษัทมีสินทรัพย์รวม 13,887 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 1.98%) ส่วนของผู้ถือหุ้น 6,511 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 3.66%) อัตราหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio): 1.1 เท่า (อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ดี) ทั้งนี้ อมตะ วีเอ็น จึงพัฒนาโครงการ อมตะ ซิตี้ ฟู้เถาะ“Amata City Phu Tho” หรือ Doan Hung Industrial Park บนพื้นที่ 475.67 เฮกตาร์ (ประมาณ 2,970 ไร่) มุ่งเน้นอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและอุตสาหกรรมสีเขียว
สำหรับแผนการพัฒนาโครงการ อมตะ ซิตี้ ฟู้เถาะ แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ โดยระยะที่ 1 (ปี 2568–2572) พื้นที่ 239.43 เฮกตาร์ เริ่มดำเนินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย และระยะที่ 2 (ปี 2572 เป็นต้นไป) พื้นที่ 236.24 เฮกตาร์ หรือ 1,476.5 ไร่ ขยายการรองรับกลุ่มอุตสาหกรรมมูลค่าเพิ่มสูง โครงการดังกล่าวมีอายุสัมปทานการดำเนินงานยาวนานถึง 50 ปี ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อรองรับนักลงทุนจากทั่วโลกโดยเฉพาะกลุ่มในภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้เข้ามาลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม
“จากปัจจัยเศรษฐกิจโลกที่สร้างแรงกดดันทำให้การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ชะลอตัวในระยะสั้น ดังนั้น ในระยะยาวได้ประเมินว่า ยังมีปัจจัยบวกที่จะสามารถขับเคลื่อนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นแนวโน้มการย้ายฐานการผลิตจากจีน ซึ่งมีความต้องการที่ดินนิคมฯ เพื่อพัฒนาเป็นสถานประกอบการ และยังมีรายได้ประจำ (จากการให้บริการธุรกิจสาธารณูปโภค ที่ช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับบริษัทได้อย่างต่อเนื่อง ” นายโอซามู กล่าวเพิ่มเติม
ทั้งนี้ ภาพรวมเศรษฐกิจเวียดนามในไตรมาสแรกยังเติบโต โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมทางเศรษฐกิจ (GDP) ขยายตัว 7.83% สูงสุดในภูมิภาคอาเซียน แม้ยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงาน เงินเฟ้อ และความเสี่ยงด้านมาตรการภาษีสหรัฐฯ ทั้งนี้ ยังพบว่าเม็ดเงินลงทุนโดยตรง FDI ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลกต่อการลงทุนในเวียดนามที่จะเป็นฮับการผลิตแห่งใหม่ของเอเชีย โดยข้อมูลจากหน่วยงานสถิติภายใต้กระทรวงการคลังเวียดนาม ได้มีการระบุว่า มูลค่าการลงทุน FDI ที่เบิกจ่ายจริงในไตรมาส1/69 อยู่ที่ 7.4 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น9.8% และมูลค่า FDI ใหม่ รวมถึงการเพิ่มทุนและเข้าซื้อหุ้น อยู่ที่ 18.24 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นถึง 32% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับเป้าหมายการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมในพื้นที่ลงทุน ในเมืองต่างๆของเวียดนาม อมตะ วีเอ็น ยังคงยึดมั่น ในแนวทางการพัฒนาธุรกิจแบบ “ALL WIN” โดยตั้งเป้าพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมสู่การเป็น Carbon Neutral City ภายในปี 2583 ซึ่งจากปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทประสบความสำเร็จในการลดการปล่อยคาร์บอนลง 9.58% และลดการใช้น้ำได้ถึง 35% ตอกย้ำการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมสมัยใหม่ที่ยั่งยืน