ครม. ไฟเขียว ‘คมนาคม’ ตั้งงบปี 70 ดัน 19 โปรเจกต์งบเกิน 1 พันล้าน 4 หน่วยงาน รวมกว่า 4.5 หมื่นล้าน ‘สร้างถนน-เช่ารถเมล์ EV-รีโนเวทหมอชิต 2’
ครม. ไฟเขียว “คมนาคม” ตั้งงบปี 70 ดัน 19 โปรเจกต์งบเกิน 1 พันล้าน รวมกว่า 4.5 หมื่นล้าน สอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติ “ทางหลวง” จัดเต็ม เข็น 14 โครงการ 2.7 หมื่นล้าน ลุยสร้างมอเตอร์เวย์ M9 แนวใหม่ ส่วน ทช. ชง 3 โครงการ ยันพร้อมดำเนินการก่อสร้าง ด้าน ขสมก. เสนอแผนเช่ารถเมล์ EV 800 คัน มูลค่า 8.1 พันล้าน แทนรถเมล์แอร์เก่าวิ่งมาแล้วกว่า 30 ปี ฟาก บขส. เตรียมพลิกโฉม “หมอชิต 2” วงเงิน 3.5 พันล้าน ทันสมัย-เชื่อมขนส่งสาธารณะแบบไร้รอยต่อ
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน วันนี้ (28 เม.ย. 2569) มีมติอนุมัติตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ของกระทรวงคมนาคม สำหรับรายการงบประมาณที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป จำนวน 19 โครงการ ครอบคลุม 4 หน่วยงาน ประกอบด้วย กรมทางหลวง (ทล.) กรมทางหลวงชนบท (ทช.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ระยะเวลาดำเนินการปี 2570-2577 รวงวงเงินทั้งสิ้น 45,000.5503 ล้านบาท โดยมีวงเงินที่จะขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 จำนวน 6,465.1016 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการที่มีความพร้อมจะเริ่มดำเนินการ และมีความสอดคล้องกับกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของไทย ระยะ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13

ทั้งนี้ ในส่วนของกรมทางหลวง (ทล.) เป็นหน่วยงานที่เสนอโครงการเข้ามามากที่สุดถึง 14 โครงการ วงเงินงบประมาณรวม 27,860 ล้านบาท เช่น การก่อสร้างทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข 230 กับทางหลวงหมายเลข 2131 หรือแยกบ้านสะอาด จ.ขอนแก่น, การสร้างทางแนวใหม่เชื่อมทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 6 กับทางหลวงหมายเลข 32 จ.พระนครศรีอยุธยา, การสร้างมอเตอร์เวย์หมายเลข 9 แนวใหม่เชื่อมต่อวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตกและตะวันออก จ.พระนครศรีอยุธยา, การก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 221 สาย อ.ศรีรัตนะ-แยกการช่างรวมทางแยกต่างระดับ (แยกการช่าง) จ.ศรีสะเกษ, การก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 42 สายบ้านคลองแงะ-จุดผ่านแดนถาวรสุไหงโก-ลก ตอนบ้านโต้นนท์-บ้านควนหมาก จ.สงขลา เป็นต้น
สำหรับกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้เสนอแผนงานจำนวน 3 โครงการ วงเงินรวม 5,498.8 ล้านบาท ซึ่งทุกโครงการเป็นโครงการก่อสร้างที่พร้อมดำเนินการ ประกอบด้วย โครงการถนนสายแยกทางหลวงหมายเลข 34 (กิโลเมตรที่ 26) เชื่อมกับทางหลวงชนบทสาย ฉช.3001 จ.สมุทรปราการ (ตอนที่ 2) ในช่วงที่ 2 และ 3, โครงการถนนสายแยกทางหลวงชนบท ชม.3029-แยกทางหลวงหมายเลข 1006 อ.เมืองเชียงใหม่ และอ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ (ตอนที่ 4 และตอนที่ 5) และโครงการสร้างถนนสาย ฌ13 ตามแผนผังระบบคมนาคมขนส่ง เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ในพื้นที่ จ.ชลบุรี (ตอนที่ 1 และตอนที่ 2)

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้เสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 จำนวน 1 โครงการ คือ โครงการเช่ารถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานสะอาด (EV) จำนวน 800 คัน เพื่อนำมาวิ่งให้บริการทดแทนรถเมล์เดิม (รถเมล์ปรับอากาศเชื้อเพลิงน้ำมันดีเซล) ที่ชำรุดทรุดโทรมและมีอายุการใช้งานมานานกว่า 30 ปี ระยะเวลาดำเนินการ 7 ปี หรือตั้งแต่ปี 2570-2577 วงเงินรวมทั้งสิ้น 8,139.9162 ล้านบาท มี ซึ่งในปี 2570 เสนอขอรับจัดสรร วงเงิน 145.7274 ล้านบาท โดยการดำเนินงานนี้ ขสมก. จะจัดหารถโดยวิธีการเช่า รวมค่าซ่อมแซม บำรุงรักษา พร้อมระบบอัดประจุไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม นอกจากจะช่วยยกระดับบริการขนส่งสาธารณะให้ผู้โดยสารใน 107 เส้นทางเดินรถที่ ขสมก. ได้รับอนุญาตตามแผนปฏิรูปแล้ว รวมถึงยังจะช่วยลดปัญหาฝุ่นมลพิษ PM2.5 ตลอดจนสนับสนุนการก้าวเข้าสู่ยุค Carbon Neutrality ของประเทศอีกด้วย
ขณะที่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ได้เสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 จำนวน 1 โครงการ คือ โครงการก่อสร้างและปรับปรุงสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) หรือสถานีหมอชิต 2 ระยะเวลาดำเนินการปี 2570-2572 วงเงินรวม 3,505.6341 ล้านบาท โดยเป็นงบประมาณปี 2570 จำนวน 900.7742 ล้านบาท โดยโครงการดังกล่าว เป็นการพัฒนาสถานีขนส่งผู้โดยสารให้มีความทันสมัย พัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก ยกระดับความปลอดภัยให่แก่ผู้โดยสาร รองรับปริมาณการเดินทางที่เพิ่มขึ้นในอนาคตด้วยมาตรฐานสากล “International Bus Terminal” รวมทั้งเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะแบบไร้รอยต่อ ทั้งนี้ ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการรอสรุปความเห็นและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)
นายสิริพงศ์ กล่าวอีกว่า การตั้งเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณปี 2570 ในโครงการที่มากกว่า 1,000 ล้านบาท จะย้อนแย้งกับนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งเน้นซ่อมบำรุงเส้นทางเดิม มากกว่าการขยายเส้นทางใหม่นั้น การเนอขอตั้งงบในครั้งนี้ เป็นการเสนอขอตั้งงบประมาณตามกระบวนการจัดทำคำของบประมาณ และเป็นแผนที่เตรียมการไว้ก่อนหน้านี้อยู่แล้ว โดยในส่วนของกระทรวงคมพิจารณาแล้ว เห็นว่า จะดำเนินการสร้างเฉพาะสายทางที่มีความจำเป็น หรือเป็นโครงการที่มีความต่อเนื่อง เพื่อให้การสัญจรแต่ละบริเวณมีความสมบูรณ์ เป็นประโยชน์ในการเดินทางของประชาชน อย่างไรก็ตาม ตามกระบวนการจะมีการปรับลดในชั้นของสำนักงบประมาณอยู่แล้ว เนื่องจากปกติ กระทรวงคมนาคม จะมีกรอบคำขอไปมากกว่าจำนวนงบที่จะได้รับจัดสรรอยู่แล้ว รวมทั้งโครงการที่ได้รับการอนุมัติจาก ครม. ครั้งนี้ ก็อาจจะถูกตัดออกตามความเหมาะสม
