‘สิริพงศ์’ โต้ ‘ศุภณัฐ’ ปม ทช. ผุดแผนลดใช้ไฟฟ้าบางเส้นทาง ยันมีเงื่อนไขความปลอดภัย-ช่วยประหยัดไฟ แนะควรค้านอย่างสร้างสรรค์

“สิริพงศ์” โต้ “ศุภณัฐ” ปม ทช. ผุดแผนลดใช้ไฟฟ้าบางเส้นทาง หวังสนองนโยบายรัฐ ช่วยประหยัดไฟ ระบุเป็นการเมือง ชี้นโนบาย “คมนาคม” ลุยลดการใช้พลังงาน แนะควรค้านให้สร้างสรรค์-ทันสถานการณ์โลก พร้อมสั่ง ทช. หันมาใช้หลอดไฟ LED-ติด Solar Cell

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดถึงกรณีที่นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน ออกมาวิจารณ์กรมทางหลวงชนบท (ทช.) เอาใจรัฐมนตรี โดยการลดการใช้ไฟฟ้าแสงสว่างถนนเส้นทางที่มีความเสี่ยงต่ำ เพื่อประหยัดพลังงานว่า ในช่วงสถานการณ์วิกฤตตะวันออกกลางนั้น

กระทรวงคมนาคมมีนโยบายลดการใช้พลังงาน ซึ่งการดำเนินการของ ทช. ให้คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก อาทิ ในบางสายทางหลักที่มีไฟแสงสว่างมาก หรือในเส้นทางต่างจังหวัดที่มีปริมาณการใช้เส้นทางในช่วงเวลากลางคืนน้อย ก็อาจพิจารณาใช้วิธีการเปิดสลับ ส่วนบางสายทางที่มีไฟแสงสว่างน้อย ก็ไม่จำเป็นต้องปิดเพื่อให้ประชาชนสัญจรได้อย่างปลอดภัย

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ ทช. ไปจัดทำแผนปรับเปลี่ยนชนิดหลอดไฟให้เป็น LED เพื่อให้มีความสว่างสูง หรือมากขึ้นกว่าเดิม พร้อมทั้งให้พิจารณาการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) เพื่อประหยัดพลังงาน อย่างไรก็ตาม ยังได้กำชับ ทช. ว่า หากสายทางไหนไม่มีไฟฟ้าแสงสว่าง ให้หน่วยงาน ทช. ในพื้นที่ แจ้งเข้ามายังกระทรวงคมนาคม เพื่อเร่งจัดสรรงบประมาณนำไปดำเนินการต่อไป

เรื่องแบบนี้ ไม่ควรต้องหยิบยกมาเป็นประเด็นการเมือง กล่าวหาข้าราชการเอาใจนาย ในเมื่อเรื่องประหยัดพลังงาน ก็เป็นเรื่องที่ต้องมีการดำเนินการในภาวะเช่นนี้อยู่แล้ว เพราะปกติค่าไฟสาธารณะ ก็จะถูกนำไปบวกกับหน่วยการใช้ไฟของประชาชน ก็จะเป็นภาระของประชาชนอีก ยิ่งถ้าเราไม่ทำ ไม่ตัดส่วนที่ไม่จำเป็น ก็จะยิ่งซ้ำเติมประชาชนในสถานการณ์นี้ และการเปลี่ยนหลอดไฟ ใช่ว่าจะทำทั้งหมดได้ในเวลาสั้น ๆ ดังนั้น ทำอะไรได้ พวกเราก็ควรดำเนินการไปก่อน รวมถึงท่านผู้วิจารณ์ ก็ควรค้านแบบสร้างสรรค์ ดูสถานการณ์โลก ไม่ใช่ค้านแบบมุกเดิม ๆ ที่ไม่ทันกับสถานการณ์แล้ว” นายสิริพงศ์ กล่าว

ด้านนายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดี ทช. กล่าวก่อนหน้านี้ว่า เนื่องจากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตและขนส่งพลังงานที่สำคัญของโลก รัฐบาลจึงได้ให้ความสำคัญในการบริหารจัดการพลังงานของประเทศอย่างเข้มข้น ทั้งนี้ ทช. ได้ขานรับนโยบายของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมดำเนินการตามมาตรการประหยัดพลังงานของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด และให้พิจารณาแนวทางการลดการใช้พลังงาน

โดยในส่วนของ ทช. ให้ลดการใช้พลังงานบนถนนทางหลวงชนบท ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่กระทบต่อมาตรฐานความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การดำเนินการใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นไปอย่างเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุด ทช. จึงกำหนดมาตรการลดการใช้ไฟฟ้าแสงสว่างบนถนนทางหลวงชนบทในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่ำ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้ทางและความมั่นคงของประเทศเป็นสำคัญ จึงขอให้หน่วยงานภายใต้สังกัด ปฏิบัติตามวิธีการปฏิบัติ ดังนี้

ข้อ 1 ให้ดำเนินการปรับลดการใช้ไฟฟ้าแสงสว่างบนถนนทางหลวงชนบทในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่ำ โดยพิจารณาจากปัจจัย ดังนี้

  • มีปริมาณการใช้เส้นทางในช่วงเวลากลางคืนน้อย
  • ไม่มีจุดเสี่ยงอันตราย เช่น ทางแยก ทางโค้งอันตราย บริเวณคอขวด หรือพื้นที่ชุมชนหนาแน่น
  • ไม่มีประวัติการเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนในพื้นที่ดังกล่าว

ข้อ 2 แนวทางปฏิบัติในการลดการใช้ไฟฟ้าแสงสว่าง ซึ่งจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2569 เป็นต้นไป ให้ดำเนินการดังนี้ – ใช้วิธีการปิดไฟฟ้าแสงสว่างบางดวงในช่วงเวลากลางคืนในจุดที่สามารถดำเนินการได้ ยกเว้นพื้นที่จุดเสี่ยง อาทิ ทางแยก ทางโค้งอันตราย สะพาน พื้นที่ชุมชน หรือพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น เป็นต้น ให้เปิดไฟฟ้าแสงสว่างได้ตามปกติ

  • กำหนดช่วงเวลาปิดไฟฟ้าตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่
  • การดำเนินการต้องไม่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศและความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้เส้นทาง

ข้อ 3 ให้หน่วยงานภายในสังกัดกรมทางหลวงชนบทสำรวจ วิเคราะห์ และประเมินความเหมาะสมของพื้นที่ ก่อนดำเนินการ พร้อมทั้งติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง

ข้อ 4 หากพบว่าพื้นที่ดังกล่าวมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ให้สามารถกลับมาเปิดไฟฟ้าแสงสว่างตามปกติได้ทันที

ข้อ 5 ให้ดำเนินการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานทางหลวงชนบทที่ 1 – 18 และแขวงทางหลวงชนบททั่วประเทศ หรือสายด่วนกรมทางหลวงชนบท โทร. 1146