‘พิพัฒน์’ เปิดแคมเปญ ’Smart Travel สงกรานต์ 69‘ วางเป้าอุบัติเหตุเป็น ‘ศูนย์’ ด้าน ขบ.-สตช. จับมือลดขั้นตอนทำใบขับขี่สาธารณะ
“พิพัฒน์” เปิดแคมเปญ “Smart Travel สงกรานต์ 69“ ยกระดับการเดินทางของประชาชน คาดมีผู้ใช้ขนส่งสาธารณะใน กทม. กว่า 18.58 ล้านคน-เที่ยว ส่วนต่างจังหวัด 3.45 ล้านคน-เที่ยว ยันตรึงราคาโดยสารถึง 19 เม.ย.นี้ ด้าน ขบ. ผนึก สตช. บูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลแบบอิเล็กทรอนิกส์ ลดขั้นตอนทำใบขับขี่สาธารณะ
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดกิจกรรมการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ภายใต้แคมเปญ “ออกเวลาไหนก็ถึงบ้านเหมือนกัน Smart Travel Songkran 2569” วันนี้ ( 9 เม.ย. 2569) พร้อมด้วยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ, นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ และนายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมว่า รัฐบาลมีนโยบายที่มุ่งยกระดับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ให้ได้รับความสะดวกและปลอดภัยประทับใจการใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะ
สำหรับในปีนี้ คาดการณ์ว่า ตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะมีปริมาณผู้ที่ใช้บริการขนส่งสาธารณะในกรุงเทพมหานคร (กทม.) จำนวน 18.58 ล้านคน-เที่ยว และต่างจังหวัด จำนวน 3.45 ล้านคน-เที่ยว โดยกระทรวงคมนาคมจึงเดินหน้าแคมเปญรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ภายใต้แนวคิด “ออกเวลาไหนก็ถึงบ้านเหมือนกัน Smart Travel Songkran 2569” เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้อย่างอุ่นใจ โดยระบบคมนาคมขนส่ง 4 มิติ ทั้งทางถนน ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ สามารถเลือกเดินทางได้อย่างสบายแบบไร้รอยต่อ กระจายเวลาเดินทาง ลดการแออัด และลดอุบัติเหตุ ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสำคัญของกระทรวงคมนาคม โดยอุบัติเหตุต้องเป็น “ศูนย์”

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมดำเนินมาตรการอย่างเข้มข้น ทั้งมิติด้านการอำนวยความสะดวกและลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับประชาชน อาทิ จัดหารถเสริมให้เพียงพอประชาชนต้องมีรถโดยสารสาธารณะกลับภูมิลำเนา การยกเว้นค่าทางด่วน 3 สายทาง (ทางพิเศษเฉลิมมหานคร, ศรีรัช, และอุดรรัถยา) รวม 63 ด่าน และการเชื่อมต่อระบบโดยสารสาธารณะ ทั้งรถไฟฟ้า รถประจำทาง ขสมก.
ขณะที่ มิติด้านความปลอดภัย เช่น การตรวจความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะที่จะนำมาให้บริการประชาชนตรวจสอบสภาพรถตั้งแต่ต้นทาง ระหว่างทางและ ปลายทาง และเข้าจุด Check Point รวมถึงบูรณาการการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านการขนส่งทุกภาคส่วน ในการอำนวยความสะดวก ดูแลพี่น้องประชาชนผู้เดินทางให้ถึงที่หมายโดยปลอดภัย ในส่วนของอัตราค่าโดยสารรถโดยสารประจำทาง ให้ตรึงราคาค่าโดยสาร ในราคาเดิม ถึงวันที่ 19 เม.ย. 2569 ส้วนมาตรการปรับอัตราค่าโดยสารหลังจากนั้น จะต้องรอมติคณะรัฐมนตรี (ครม.)
นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า นอกจากกระทรวงคมนาคม จะให้ความสำคัญกับการอำนวยความสะดวก และความปลอดภัย ในการเดินทางของประชาชน ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 แล้ว ยังได้วางแนวทางการขับเคลื่อน กระทรวงคมนาคมสู่ “ระบบราชการยุคดิจิทัล” โดยเน้นการนำเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) บูรณาการร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เชื่อมโยงข้อมูลประวัติอาชญากรรมแบบอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการคัดกรองผู้ขับรถสาธารณะ ลดขั้นตอนการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ของผู้ที่ขอรับ หรือต่ออายุใบอนุญาตขับรถสาธารณะ และใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ ให้ประชาชนได้รับการบริการที่รวดเร็ว

ด้านพล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ในด้านการอำนวยความสะดวกของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 สตช. ได้บูรณาการข้อมูลกับ ขบ. นำข้อมูลสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ทั่วประเทศ มาใส่ไว้ในแอปพลิเคชัน Police Care เพื่อให้ประชาชนติดต่อนำรถเข้าตรวจสภาพก่อนเดินทางในช่วงเทศกาลฯ รวมทั้งข้อมูลแนะนำเส้นทางจราจร คำแนะนำการขับขี่ปลอดภัย ข้อมูลจุดบริการทางหลวง และช่องทางการลงทะเบียนร่วมโครงการฝากบ้านกับตำรวจ บริการตรวจสอบข้อมูลสถานีตำรวจที่รับผิดชอบ เพื่อตรวจสอบว่าที่เกิดเหตุอยู่ในพื้นที่สถานีตำรวจใด พร้อมข้อมูลเบอร์โทรศัพท์เพื่อแจ้งเหตุได้ทันที เป็นการช่วยดูแลประชาชนในเดินทางกลับภูมิลำเนา
อีกทั้งได้จัดกำลังตำรวจทั่วประเทศ ช่วยดูแลการจราจรและความปลอดภัยของประชาชนตลอดช่วงเทศกาลฯ นอกจากนี้ สตช. ได้เตรียมพร้อมในการประสานข้อมูลประวัติอาชญากรรมระหว่าง 2 หน่วยงานผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้นายทะเบียนประกอบการพิจารณาการออกหรือต่อใบอนุญาตขับรถสาธารณะ และใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ โดยประชาชนสามารถยื่นคำร้องขอตรวจสอบประวัติและจองคิวเพื่อพิมพ์ลายนิ้วมือ ผ่านเว็บไซต์ของ สตช. สำหรับผู้ขอทำใบอนุญาตครั้งแรก
ทั้งนี้ ผู้ขอต่ออายุอายุใบอนุญาตสามารถยื่นคำร้องขอตรวจสอบประวัติโดยไม่ต้องพิมพ์ลายนิ้วมือ ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเช่นกัน โดยใช้ข้อมูล ชื่อ-นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก เนื่องจากเคยเก็บประวัติลายนิ้วมือมาก่อนแล้ว ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะส่งผลการตรวจ ไปยังกรมการขนส่งทางบกโดยตรง อันเป็นการช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ลดขั้นตอนการติดต่อราชการ ซึ่งระบบนี้คาดว่าจะเริ่มงานได้ภายใน 90 วัน หลังจากที่ทั้งสองหน่วยงานลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกันในวันนี้

ขณะที่ นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดี ขบ. กล่าวว่า ขบ. ได้รับข้อสั่งการและดำเนินมาตรการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ช่วงก่อนเทศกาลได้จัดเจ้าหน้าที่ตรวจความพร้อมรถโดยสาร ณ สถานประกอบการตามแบบ Checklist เช่น ตัวรถต้องมีความสมบูรณ์มั่นคงแข็งแรงทั้งภายในและภายนอก มีการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยครบถ้วน (ถังดับเพลิง ค้อนทุบกระจก ฯลฯ) ผู้ขับรถมีใบอนุญาตขับรถที่ถูกต้อง ตรวจความพร้อมด้านร่างกาย และการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจ ช่วงระหว่างเทศกาล ตรวจเข้มความพร้อมของรถโดยสารและพนักงานขับรถแบบ 100% ตาม Checklist ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดจอดรถจำนวน 176 แห่ง จุด Checking Point 26 จังหวัด 28 จุด และจุด Rest Area 13 จังหวัด 15 จุด
พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความเร็วรถ เฝ้าระวังการใช้ความเร็ว ผ่านศูนย์บริหารจัดการเดินรถระบบ GPS ของกรมการขนส่งทางบก ทั้งส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงมีระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติผ่านแอปพลิเคชัน DLT GPS Notice แจ้งเตือนพนักงานขับรถเพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ กำชับผู้ประกอบการ และ TSM ให้บริหารจัดการขนส่งให้มีความปลอดภัย และรายงานการตรวจความพร้อมของตัวรถและพนักงานขับรถก่อนออกเดินทางผ่านระบบ “เช็กชัวร์ ready to go”

นอกจากนี้ ขบ. ยังได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายจัดกิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” ตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค.-15 เม.ย. 2569 บริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฟรี 20 รายการ เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง และบูรณาการร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา ตั้งจุดบริการ “อาชีวะ – ขนส่ง อาสาช่วยประชาชน” อำนวยความสะดวกร่วม 150 จุด บริเวณถนนสายหลักและสายรอง ให้บริการตรวจเช็กสภาพรถเบื้องต้น ช่วยเหลือกรณีฉุกเฉินตลอดช่วงเทศกาล ทั้งนี้ การดำเนินการในทุกมาตรการ จะเป็นไปด้วยความเข้มข้น รอบคอบ โดยยึดหลักสำคัญ คือ รถพร้อม คนขับพร้อม และการบริการพร้อม เพื่อร่วมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนว่าการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะเป็นไปด้วยความสะดวกและปลอดภัย
ในส่วนของความร่วมมือการประสานข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ในส่วนของประวัติอาชญากรรมของผู้ขอรับหรือขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถสาธารณะและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ ระหว่าง ขบ. กับ สตช. ในครั้งนี้ ได้มีการปรับเปลี่ยนกระบวนการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของผู้ที่ขอรับหรือขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถสาธารณะและใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถจากเดิมต้องมาที่ ขบ. เพื่อขอทำใบอนุญาตขับรถสาธารณะแล้ว จึงส่งตัวบุคคลไปตรวจสอบประวัติอาชญากรรมที่ สตช. ซึ่งต้องใช้หนังสือนำส่งและต้องใช้เวลาในการเดินทางไปตรวจสอบประวัติอาชญากรรม เปลี่ยนเป็นตรวจสอบผ่านระบบฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์โดยตรง โดยไม่ต้องมีหนังสือนำส่งจาก ขบ. ทั้งในกรณีผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถสาธารณะ (ขอใหม่) ที่ต้องตรวจสอบประวัติเพื่อพิมพ์ลายนิ้วมือ และกรณีผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถสาธารณะ ที่ต้องตรวจสอบประวัติโดยไม่ต้องพิมพ์ลายนิ้วมือ
โดยเมื่อผลการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมถูกส่งให้ ขบ. ประชาชนสามารถมายื่นคำขอรับหรือต่ออายุใบอนุญาตขับรถสาธารณะหรือใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย อบรมออนไลน์ ทดสอบข้อเขียน ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ แล้วเสร็จภายใน 1 วัน ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอน ลดภาระของประชาชน และสร้างความโปร่งใสในกระบวนการตรวจสอบที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าสู่อาชีพขับรถสาธารณะได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
