KGEN ผงาดเบอร์ 1 กวาดยอดจอง EV มอเตอร์โชว์ 2026 รวม 23,200 คัน แซงหน้าคู่แข่งรายใหญ่ในตลาด ดีเดย์ 20 เม.ย.นี้เปิดโรงงานผลิตย้ำมี Backlog รองรับพร้อมทยอยส่งมอบ ดันรถตู้ FARIZON เจาะตลาด Blue Ocean มั่นใจธุรกิจโตแบบก้าวกระโดด
นายคณิสสร์ ศรีวชิระประภา ประธานที่ปรึกษา บริษัท คิงเจน จำกัด (มหาชน) หรือ KGEN เปิดเผยว่า ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศที่กำลังผันผวน และวิกฤตการณ์พลังงานที่ส่งผลกระทบให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น แต่ภาพรวมธุรกิจของบริษัทเริ่มมีสัญญาณเชิงบวกอย่างชัดเจน เห็นได้จากยอดจองรถยนต์พลังงานไฟฟ้า(EV) ภายในงาน MOTOR SHOW 2026 หลังแบรนด์ 2 ค่ายยักษ์ใหญ่จากจีน ที่ KGEN ร่วมธุรกิจ มียอดจองรวมทั้งสิ้น 23,200 คัน สูงเป็นอันดับ 1 แซงหน้าคู่แข่งรายใหญ่ในตลาด แบ่งเป็น CHERY OMODA และ JAECOO จำนวน 22,597 คัน และรถตู้ไฟฟ้า FARIZON ภายใต้ค่าย GEELY อีก 603 คัน สะท้อนการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค

สำหรับโรงงานผลิตรถยนต์ในประเทศไทย ที่ KGEN ถือหุ้นในสัดส่วน 60% ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่บริษัทไทยถือหุ้นใหญ่ในโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์จีน จะมีการเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 เม.ย.นี้ หลังจากมีการเลื่อนกำหนดการไปก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามบริษัทมี Backlog รองรับการผลิตอย่างต่อเนื่องโดยมีคำสั่งซื้อแล้วอย่างน้อยในช่วงเดือน เม.ย.นี้ หลังเปิดโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจะทำให้บริษัทมีความพร้อมในการทยอยส่งมอบรถให้ลูกค้าได้ทันตามที่กำหนด โดยจะมีกำลังการผลิต 50,000 คันต่อปี อย่างไรก็ตามจากการประเมินตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา คาดว่ากำลังการผลิตจริงในช่วงแรกจะอยู่ที่ 26,000 คัน ขณะที่ยอดความต้องการบางส่วนทะลุ 50,000 คันแล้ว
นายคณิสสร์ กล่าวต่อว่า มองอีกว่าราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มรถที่ใช้งานในภาคครัวเรือนและรถขนส่ง ที่กำลังเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุน ส่งผลให้ผู้ประกอบการหลายรายเร่งเวลาในการเปลี่ยนผ่านมาใช้รถ EV มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ตลาดรถตู้ไฟฟ้า FARIZON มองว่าเป็นเซ็กเมนต์ที่มีศักยภาพสูง และยังมีการแข่งขันไม่มาก โดยเฉพาะรถตู้ 14 ที่นั่งถือเป็นตลาดBlue Ocean ที่ยังไม่มีคู่แข่งหรือถ้ามีก็น้อยมาก เปิดโอกาสให้ขยายตัวได้อีกมาก ปัจจุบันมียอดจองแล้วกว่า 600 คัน และคาดว่าสิ้นปีนี้จะเพิ่มขึ้นแตะ 1,000 คัน ซึ่งจะช่วยหนุนรายได้และอัตรากำไรของบริษัทในอนาคต ส่งผลให้บริษัทมีการเติบโตในลักษณะ New S-Curve ที่ชัดเจนมากขึ้น
