สลีค อีวี ชี้ “วิกฤตพลังงานโลก” สร้าง “จุดเปลี่ยน” ส่งสัญญาณความพร้อมรับมือระบบพลังงานที่ควบคุมไม่ได้ ยืนยัน! มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า สะดวก ปลอดภัย คุ้มค่าระยะยาว
สลีค อีวี (SLEEK EV) มองเห็นสัญญาณการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ มุ่งเป้าแก้ปัญหาการพึ่งพาระบบพลังงานที่ควบคุมไม่ได้ ท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ดัน ‘โอกาส’ มอเตอร์ไซค์อีวี สร้างความยั่งยืนทั่วประเทศ
คุณกันตินันท์ ตันวีนุกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท สลีค อีวี จำกัด กล่าวว่า “ทุกครั้งที่เกิดวิกฤตพลังงานโลก ผู้บริโภคจะเริ่มตั้งคำถามถึงความไม่แน่นอนของน้ำมัน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีจำกัดและผันผวนตามปัจจัยเศรษฐกิจและการเมือง สิ่งที่เห็นได้ชัดในวันนี้คือ คนไม่ได้มองหาแค่ทางเลือกที่ประหยัดกว่า แต่กำลังมองหาทางเลือกที่ไม่ต้องพึ่งพาความผันผวนอีกต่อไป มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจึงกลายเป็นคำตอบสำคัญ แม้ค่าไฟฟ้าในไทยยังมีความเชื่อมโยงกับต้นทุนเชื้อเพลิงฟอสซิลอยู่บ้าง แต่เมื่อเทียบต้นทุนต่อระยะทาง ยังต่ำกว่ารถน้ำมันหลายเท่าตัว โดยสามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 70–80% ขณะเดียวกันยังเป็นพลังงานที่ต่อยอดสู่ความยั่งยืนได้จากแหล่งพลังงานหมุนเวียน ทั้งหมดนี้สะท้อนชัดว่า เรากำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนที่ผู้บริโภคพร้อมจะก้าวออกจากการพึ่งพาระบบพลังงานที่ควบคุมไม่ได้ ไปสู่ทางเลือกที่มั่นคงกว่าในระยะยาว”

จากข้อมูลยอดจดทะเบียนมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในช่วง Q1 ปี 2569 สะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างชัดเจน โดย SLEEK EV เติบโตต่อเนื่องจากฐานที่ปัจจุบันมีรถบนท้องถนนกว่า 4,000 คัน ผ่านเครือข่ายดีลเลอร์กว่า 80 แห่งใน 22 จังหวัด ทั่วประเทศ รวมไปถึงข้อบ่งชี้ที่เห็นว่าเป็นอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้นของภาพรวมตลาดมอเตอร์ไซค์อีวี อาทิ การเข้ามาของคู่แข่งรายใหม่ ๆ ในตลาด และการตั้งเป้ารายได้ยอดขายของแต่ละแบรนด์ที่สูงขึ้นอย่างน่าจับตามอง
ทั้งนี้ สลีค อีวี ตระหนักดีว่าการตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าไม่ใช่แค่เรื่องราคา แต่คือความมั่นใจในระยะยาว บริษัทจึงพัฒนาและขยาย Ecosystem ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความกังวล ด้วยเครือข่ายศูนย์บริการที่มีกระจายอยู่ครอบคลุมทั้ง 22 จังหวัด พร้อมทีมช่างที่ผ่านการอบรมมาตรฐานจาก SLEEK EV โดยตรง รองรับทั้งการซ่อมบำรุงทั่วไปและการอัปเดตซอฟต์แวร์ระบบของรถ รวมไปถึงการเร่งสร้าง Ecosystem ที่ครอบคลุมทุกมิติของการเดินทางด้วยพลังงานสะอาด ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบเพื่อเมืองไทยโดยเฉพาะ เครือข่าย S-CHARGE ไปจนถึงแอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อกับรถแบบเรียลไทม์ พร้อมขยายจุดชาร์จอย่างต่อเนื่องทั่วกรุงเทพฯ และหัวเมืองหลัก โดยมีเป้าหมายให้การชาร์จไฟเป็นเรื่องปกติในทุกที่ที่ผู้ใช้จอดรถ ไม่จำเป็นต้องวางแผนการชาร์จล่วงหน้า

ผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าชั้นนำของไทย มองว่าปัญหาพลังงานที่เรากำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ไม่ใช่วิกฤต แต่คือ “โอกาส”ในการเข้าต่อสู้ในตลาดอีกครั้งเพื่อยกระดับสินค้า และการให้บริการที่จะเปลี่ยนโลกไปในรูปแบบที่ดีขึ้นกว่าเดิม ปรับมุมมอง เปลี่ยนมุมคิดให้กับการใช้พลังงานทางเลือกที่ยั่งยืน และพึ่งพาทรัพยากรภายในประเทศ ตลอดจนการใช้พลังงานสะอาด ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษทางอากาศได้โดยตรง
“นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์และบริการ ในด้านความแข็งแกร่งขององค์กร บริษัทประสบความสำเร็จในการระดมทุนรอบ Series A มูลค่า 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงต้นปี 2569 ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นจากนักลงทุนต่อศักยภาพการเติบโตของธุรกิจและทิศทางของตลาดมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในประเทศไทย ทั้งนี้เพื่อต่อยอดงานด้านการผลิต และสานต่อเทคโนโลยีที่ทันสมัย ยกระดับมาตรฐานโครงสร้างพื้นฐานสำหรับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน โดยจะมุ่งพัฒนามาตรฐานและวางรากฐานแบบยั่งยืนทั้งระบบ อาทิ หัวชาร์จ Ecosystem โครงข่ายประสิทธิภาพสูงเพื่อการใช้งานของลูกค้า” คุณกันตินันท์กล่าวเสริม