SKY ICT ทุ่ม 10 ล้าน เปิดตัว ‘SKY Aviation Lab’ @ม.เกษตรฯ ปั้นคนการบิน รับอุตสาหกรรมโต ยันจบการศึกษามีงานทำทันที

SKY ICT ทุ่ม 10 ล้าน เปิดตัว “SKY Aviation Lab” จำลองสนามบินอัจฉริยะในรั้ว ม.เกษตรศาสตร์ ปั้นบุคลากรการบินยุคดิจิทัล พัฒนาสกิล รองรับดีมานด์อุตสาหกรรมโต ยันจบการศึกษามีงานทำทันที ด้าน กพท. ชี้อุตสาหกรรมการบินฟื้นแรงเทียบเท่าช่วงก่อนโควิด เผยปีนี้สายการบินของไทยเตรียมรับมอบเครื่องบินกว่า 60 ลำ ระบุต้องการบุคลากรจำนวนมาก หนุนไทยก้าวสู่ Aviation Hub ของภูมิภาค

นายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY เปิดเผยว่า วันนี้ (9 มี.ค. 2569) SKY ICT ได้เปิดตัวห้องปฏิบัติการสนามบินอัจฉริยะ ภายใต้ชื่อ “SKY Aviation Lab” ณ อาคาร 11 ชั้น 8 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน โดยใช้งบลงทุน มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท ซึ่งการเปิดตัวในครั้งนี้ เกิดขึ้นภายหลังที่ SKY ICT ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในการร่วมวิจัย สร้างสรรค์นวัตกรรม และพัฒนาศักยภาพบุคลากรเข้าสู่อุตสาหกรรมการบิน

สำหรับ SKY Aviation Lab มุ่งให้นิสิตได้เรียนรู้จากเทคโนโลยีและสถานการณ์จริงกับในสนามบิน เพื่อเตรียมความพร้อมให้บุคลากรรุ่นใหม่สามารถปฏิบัติงานได้ทันที รองรับตลาดแรงงานด้านการบิน ไปจนถึงช่วยสนับสนุนสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการศึกษาและวิจัย ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทย นอกจากนี้ เตรียมต่อยอดการดำเนินการในอนาคต โดยหากมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ของโลก จะใช้ Lab แห่งนี้ ทดลองใช้งานก่อนการใช้กับอุตสาหกรรมการบินของประเทศต่อไป

นายสิทธิเดช กล่าวต่อว่า ห้องปฏิบัติการ SKY Aviation Lab ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่จำลองขั้นตอนผู้โดยสาร (Passenger Journey Simulation Zone) ให้นิสิตระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษาได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติจากสถานการณ์จริงในสนามบิน ด้วยระบบที่ทันสมัย ครอบคลุมทุกขั้นตอนตั้งแต่เช็กอินจนถึงขึ้นเครื่อง ประกอบด้วย Check-In and Boarding System (CUPPS) ระบบเช็กอินที่เชื่อมฐานข้อมูลผู้โดยสารกับสายการบิน และชั่งน้ำหนักกระเป๋า เพื่อบริหารจัดการผู้โดยสารก่อนขึ้นเครื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ยังมีระบบ Self Check-In Kiosk (CUSS) ตู้ออกบัตรโดยสาร (Boarding Pass) อัตโนมัติที่ช่วยเพิ่มความสะดวกรวดเร็วให้ผู้โดยสารสามารถทำรายการได้ด้วยตนเอง, Self Bag Drop บริการโหลดสัมภาระด้วยตนเอง ช่วยลดระยะเวลาการรอคิวบริเวณหน้าเคาน์เตอร์ และ Self Boarding Gate ประตูทางออกขึ้นเครื่องอัตโนมัติด้วยเทคโนโลยีสแกนใบหน้า ให้ผู้โดยสารยืนยันตัวตนและเดินผ่านขึ้นเครื่องได้ทันทีโดยไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารซ้ำอีกทั้ง ยังมีวิดีโอสาธิตระบบครบตั้งแต่เช็กอินจนถึงขึ้นเครื่องและวิดีโอสาธิตระบบ BRS (Baggage Reconciliation System) สำหรับติดตามและจับคู่สัมภาระกับผู้โดยสาร เพื่อให้นิสิตเห็นภาพรวมการบริหารจัดการข้อมูลและขั้นตอนการไหลเวียนของผู้โดยสารภายในสนามบิน

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันระบบเทคโนโลยีสนามบินอัจฉริยะดังกล่าว ได้ถูกนำไปใช้งานจริงในท่าอากาศยานหลักของประเทศไทยภายใต้การบริหารของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ทั้ง 6 แห่ง รวมถึงท่าอากาศยานของกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ที่มีแผนเริ่มนำระบบเทคโนโลยีดังกล่าวไปปรับใช้ในท่าอากาศยานภูมิภาค 7 แห่ง ประกอบด้วย ท่าอากาศยานกระบี่ อุดรธานี ขอนแก่น นครศรีธรรมราช พิษณุโลก ตรัง และอุบลราชธานี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการผู้โดยสาร รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบิน และยกระดับมาตรฐานการให้บริการของสนามบินไทยให้เทียบเท่าสนามบินชั้นนำของโลก

ด้าน ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ม.เกษตรศาสตร์ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ SKY ICT เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาบุคลากร และเข้ามาสนับสนุนการสร้าง SKY Aviation Lab ซึ่งถือเป็นการเติมเต็มระบบนิเวศการเรียนรู้ของนิสิตทั้งระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษาให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยนำเทคโนโลยีที่ใช้จริงในสนามบินมาให้นิสิตได้ฝึกปฏิบัติในสถานการณ์จำลอง ซึ่งจะช่วยยกระดับการเรียนการสอนให้พร้อมสร้างบุคลากรที่มีทักษะสูง (High-Skilled Talent) เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค

ขณะที่ ดร.นวทัศน์ ก้องสมุทร หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมการบินและอวกาศ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า การมีห้องปฏิบัติการ SKY Aviation Lab ที่จำลองระบบปฏิบัติงานจริงในสนามบิน เป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้นิสิตได้เห็นภาพรวมและเข้าใจถึงความเชื่อมโยงของระบบนิเวศการบินอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่กระบวนการจัดการผู้โดยสารในส่วนหน้า ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ไปจนถึงการบริหารจัดการข้อมูลหลังบ้าน ผ่านระบบ APPS, AODB และ BRS ซึ่งทักษะการตัดสินใจบนพื้นฐานของ Big Data ถือเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมการบินในปัจจุบัน ที่จะช่วยพัฒนาและยกระดับสนามบินของไทยให้มีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล ทั้งยังส่งเสริมให้นิสิตมีกระบวนการคิดวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ และพร้อมก้าวเข้าสู่เส้นทางอาชีพในอุตสาหกรรมการบินได้ทันทีที่จบการศึกษา

พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หรือ CAAT กล่าวว่า จากข้อมูลพบว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมการบินกำลังเผชิญกับปัญหาขาดแคลนบุคลากรด้านการบิน ทั้งในส่วนของนักบิน ลูกเรือ ฝ่ายช่าง และพนักงานบริการภาคพื้นดิน เนื่องจากอุตสาหกรรมการบิน มีการเติบโตเทียบเท่ากับช่วงก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19 แล้ว ประกอบกับในปี 2569 สายการบินของไทย มีแผนรับมอบเครื่องบินรวม 60 กว่าลำ ซึ่งเครื่องบิน 1 ลำ มีความต้องการบุคลากรด้านการบิน ไม่น้อยกว่า 20 คน โดยเฉพาะนักบิน ที่เครื่องบิน 1 ลำ จะต้องใช้นักบิน 8-10 คน ดังนั้น สถาบันการศึกษาจำเป็นต้องผลิตบุคลากรด้านการบินที่มีคุณภาพ มุ่งเน้นด้านความปลอดภัย เพื่อป้อนสู่อุตสาหกรรม รองรับกับการขยายตัวของปริมาณผู้โดยสาร เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค (Aviation Hub)