รฟท. ลงนามข้อตกลงคุณธรรม ‘จัดซื้อรถโบกี้บรรทุกตู้สินค้า’ 946 คัน มูลค่า 2.4 พันล้าน เปิดประกวดราคา มิ.ย.นี้ ยันโปร่งใส-ตรวจสอบได้

รฟท. ลงนามบันทึกข้อตกลงด้านคุณธรรม ร่วมกับ “องค์กรต่อต้านคอรัปชั่น” ในโครงการจัดซื้อรถโบกี้บรรทุกตู้สินค้า จำนวน 946 คัน มูลค่า 2.4 พันล้าน ยันความโปร่งใส-ตรวจสอบได้ คาดเปิดประกวดราคา มิ.ย.นี้ ก่อนลงนามสัญญา ก.ย. 69 หนุนการขนส่งสินค้าทางรางโตต่อเนื่อง

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า วันนี้ (19 ก.พ. 2569) รฟท. ได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงด้านคุณธรรม (Integrity Pact) โครงการจัดซื้อรถโบกี้บรรทุกตู้สินค้า จำนวน 946 คัน วงเงินลงทุน 2,459.97 ล้านบาท เพื่อแสดงเจตนารมณ์ในการดำเนินงานด้วยความโปร่งใสและตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน

สำหรับการลงนามในวันนี้ รฟท. ร่วมกับคณะผู้สังเกตการณ์จากคณะกรรมการคุณธรรม องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) โดยได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิร่วมเป็นสักขีพยาน ประกอบด้วย นางสุนันทา เทพมงคล หัวหน้าคณะผู้สังเกตการณ์, นายโชคชัย อลงกรณ์ทักษิณ ผู้สังเกตการณ์, นายประเมิน จิตสาโรจิตโต ผู้สังเกตการณ์, นางสาวณิติญาภรณ์ อิ่มใจ ผอ.กองความร่วมมือและความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ กรมบัญชีกลาง และนายวัฒนา บุญญรักษ์ธัญญา นักวิชาการคลังชำนาญการพิเศษ ผู้แทนจากกรมบัญชีกลาง

นายอนันต์ กล่าวต่อว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงด้านคุณธรรมในครั้งนี้ เป็นการปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต รวมถึงมาตรา 17 และ 18 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 สำหรับ โครงการจัดซื้อรถโบกี้บรรทุกตู้สินค้า จำนวน 946 คัน ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2568

ในส่วนของสาระสำคัญและแผนการดำเนินงานนั้น มีวัตถุประสงค์ เพื่อทดแทนแคร่บรรทุกสินค้าเดิมที่เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน และรองรับปริมาณการขนส่งสินค้าทางรางที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดรับกับการเปิดให้บริการโครงการรถไฟทางคู่ (ระยะที่ 1 และ ระยะที่ 2) รวมถึงโครงการทางรถไฟสายใหม่ คาดการณ์ว่า จะจัดทำเอกสารประกวดราคา (TOR) ในช่วง เม.ย. 2569 จากนั้นจะเปิดประกวดราคาในเดือน มิ.ย. 2569 และพิจารณาผลการประกวดราคา และลงนามในสัญญาภายใน ก.ย. 2569

การรถไฟฯ มีความมุ่งมั่นอย่างยิ่งที่จะขับเคลื่อนโครงการนี้ให้ประสบผลสำเร็จ ปลอดจากการทุจริตหรือการกระทำมิชอบทั้งปวง โดยยึดหลักคุณธรรมเป็นศูนย์กลางในการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้การใช้งบประมาณแผ่นดินเป็นไปอย่างคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง” นายอนันต์ กล่าว