‘ไทย สมายล์ บัส‘ ส่งสัญญาณถึงรัฐบาลใหม่ ’ช่วยสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรท‘ วางเป้าปี 69 โกยกำไรครั้งแรก 200 ล้าน
“ไทย สมายล์ บัส” เปิดแผนปี 69 ตั้งธงให้บริการผู้โดยสารวันละ 4.7 แสนคน ครองสัดส่วนการตลาด 48-50% พร้อมรุกตลาด B2B & B2G ต่างจังหวัด จ่อร่วมประมูลวิ่งรถโดยสาร ประเดิม “ลำพูน” วางเป้าฟันกำไร 200 ล้าน ครั้งแรกตั้งแต่เปิดให้บริการกว่า 3-4 ปี ลุยส่งสัญญาณถึง “รัฐบาลใหม่” ช่วยสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม-ลดภาษีพลังงาน-ปราบรถผิด กม.
นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด หรือ TSB เปิดเผยว่า ภาพรวมการดำเนินธุรกิจในปี 2568 ที่ผ่านมา แม้ TSB จะได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย แต่ในไตรมาส 4/2568 ไทย สมายล์ บัสมีผลการดำเนินงาน EBITDA พลิกกลับมาเป็นบวกได้เป็นครั้งแรก โดยปัจจุบันมีรถให้บริการ 2,350 คัน รวมรถหมุนเวียน ซึ่งใช้งานให้บริการต่อวันประมาณ 1,600 คัน จำนวนผู้โดยสารเฉลี่ย 3.5 แสนคนต่อวัน และแตะระดับ 3.7-4 แสนคนในวันธรรมดา

ขณะเดียวกัน ยอมรับว่า TSB ได้รับผลกระทบจากนโยบายรัฐพอสมควร อาทิ การใช้นโยบายอุดหนุนราคาขนส่งมวลชนประเภทอื่นๆ ทำให้จำนวนผู้โดยสารลดลง, การยื่นขอปรับปรุงใบอนุญาตเส้นทางที่ยังล่าช้า ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายจำนวน 16 เส้นทาง เพื่อเน้นการเชื่อมต่อ (Feeder) ปรับเส้นทางให้เหมาะสมกับการเดินทางของผู้โดยสารที่เปลี่ยนแปลงไป ระหว่างย่านที่อยู่อาศัยพร้อมกับการเชื่อมต่อกับระบบรางให้เกิดความเป็นโครงข่ายที่สะดวกขึ้นสำหรับประชาชน
นางสาวกุลพรภัสร์ กล่าวต่อว่า สำหรับยุทธศาสตร์ปี 2569 นั้น เป้าหมายของ TSB ไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้บริการเดินรถ แต่กำลังก้าวสู่การเป็น Tech Company ด้านขนส่งที่ขับเคลื่อนด้วยความยั่งยืน (Sustainability) ทุกมิติ โดยมีหัวใจสำคัญ คือ แนวคิด IDG หรือ เป้าหมายการพัฒนาภายใน คือ “Mindset” พฤติกรรมการขับรถ การให้บริการ และความรับผิดชอบต่อสังคม ให้กัปตันเมล์ไทยภูมิใจในอาชีพ อยากออกไปให้บริการด้วยรอยยิ้มเหมือนที่คนไทย ชื่นชมประเทศญี่ปุ่น ดังนั้นอาชีพกัปตันเมล์ของไทย จะได้รับเกียรติและคุณค่าเช่นเดียวกัน

อีกทั้ง ใช้เทคโนโลยี เข้ามาสร้างการเดินทางที่สะดวกสบาย ด้วยแอปพลิเคชัน TSB Go Plus+ เวอร์ชันใหม่ ที่จะเปิดตัวภายใน มี.ค. 2569 โดยแอปฯ ดังกล่าว จะมีความแม่นยำกว่าเดิม เพิ่มฟังก์ชันใหม่ สร้างประสบการณ์ที่ผู้ใช้ขนส่งสาธารณะจะสามารถบริหารจัดการการเดินทางได้สะดวกมากยิ่งขึ้น พร้อมระบบ Loyalty Program นำระบบสะสมแต้มรักษ์โลกเข้ามาใช้ ให้ผู้โดยสารสามารถนำสิทธิประโยชน์ไปใช้กับพาร์ทเนอร์อื่นๆ สร้างความคุ้มค่ามากกว่าแค่การเดินทาง
นางสาวกุลพรภัสร์ กล่าวอีกว่า ด้านการขยายฐานธุรกิจ B2B และ B2G เป็นอีกก้าวสำคัญของ TSB ที่กำลังปรับโครงสร้างรายได้ให้มั่นคงขึ้น ลดการพึ่งพาค่าโดยสารเพียงอย่างเดียว ซึ่งมีความผันผวนตามนโยบายรัฐ โดยรุกงานบริหารจัดการเดินรถให้องค์กรต่าง ๆ อาทิ สถาบันการศึกษา ที่เราสามารถคว้างานบริการรถ Shuttle ของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา พร้อมกับขยายงาน ต่างจังหวัด รถขนส่งประจำจังหวัดกับ อบจ. ต่างๆ เช่น เชียงใหม่, น่าน และลำพูน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม จะนำร่องเข้าร่วมประมูลที่ จ.ลำพูน เป็นจังหวัดแรกภายในเดือนนี้

นางสาวกุลพรภัสร์ กล่าวต่ออีกว่า ในด้านของอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ขนส่งมวลชนไทยยังไม่ไปถึงจุดสูงสุด คือ ต้นทุนที่สวนทางกับราคาค่าโดยสาร จึงอยากส่งสารถึงรัฐบาลใหม่ใน 3 ประเด็น คือ 1.การแข่งขันที่เป็นธรรม TSB ไม่เคยมองว่าขนส่งมวลชนทุกบริษัท ทุกประเภท เป็นคู่แข่ง เพราะต้องการเป็นโครงการเดินทาง ให้ประชาชนได้เดินทางต่อกันอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ขณะเดียวกันรัฐต้องดูแลให้เกิดการแข่งขันที่เสมอภาค โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการอุดหนุนงบประมาณจากภาษี (Subsidy) ที่อาจทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำด้านราคา เพราะเมื่อใดเกิดความต่างด้านราคา แต่ไร้ซึ่งคุณภาพการให้บริการ ปัญหาต่างๆ จะตามมามากขึ้น
นอกจากนี้ 2.ในฐานะผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะ จึงหวังเห็นการลดภาระต้นทุน เสนอให้รัฐพิจารณาลดภาษีพลังงาน หรือค่าธรรมเนียม พรบ. สำหรับผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะ เพื่อให้มีงบประมาณไปพัฒนาคุณภาพรถได้โดยไม่ต้องขึ้นค่าโดยสาร และ 3.การจัดการรถผิดกฎหมาย เร่งจัดการปราบปรามรถเถื่อนหรือรถที่ไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งตัดราคาผู้ประกอบการที่เข้าระบบอย่างถูกต้อง

เราไม่ได้มองใครเป็นคู่แข่ง แต่เรามองว่าระบบขนส่งคือโครงสร้างพื้นฐานที่ทุกคนควรเข้าถึงอย่างเท่าเทียม ปี 69 จะเป็นปีที่เราพิสูจน์ว่า รถเมล์ไฟฟ้าไทยสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตคนรุ่นใหม่ได้อย่างยั่งยืน หากได้รับการสนับสนุนนโยบายที่ชัดเจนจากภาครัฐ” นางสาวกุลพรภัสร์ กล่าว
ด้านนายวรวิทย์ ชาญชญานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายปฏิบัติการและกลยุทธ์ บริษัท ไทย สมายล์ บัส กล่าวว่า ในปี 2569 มีแผนปรับจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 2,000 คัน เพื่อเพิ่มความถี่ให้บริการผู้โดยสารได้มากยิ่งขึ้น คาดการณ์ว่า จะมีจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยวันละ 4.7 แสนคน มีสัดส่วนทางการตลาด (Market Share) 48-50% จากปัจจุบันอยู่ที่ 40% โดยสัดส่วนเป้าหมายสัดส่วนรายได้ปี 2569 พอร์ตของ TSB จะแบ่งเป็น ตั๋วโดยสาร 80%, งานจ้างเหมาบริการ (B2B/B2G) 12% และโฆษณา 8% ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายไว้ว่า ตั้งเป้ามีรายได้ ประมาณ 2,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% จากปีที่แล้วที่มีรายได้ประมาณ 2,200 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายจะมีกำไร ประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งจะถือเป็นกำไรครั้งแรกนับตั้งแต่เปิดให้บริการมากว่า 3 ปี ก้าวเข้าสู่ปีที่ 4
