ปริญญาอย่างเดียวอาจไม่พอ! PIM เปิดสกิลที่เด็กจบใหม่ต้องมี ย้ำการพัฒนาคนให้ทำงานเป็นตั้งแต่ปี 1 ไม่เตะฝุ่นยุค AI

สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ หรือ PIM กางปัญหาเด็กจบใหม่เตะฝุ่นเฉียด 200,000 คน แม้มีวุฒิ ป.ตรี เผย 6 สกิลที่เด็กยุคนี้ต้องมี รองรับความต้องการโลกยุค AI พร้อมเปิดตัว PIM Skill Transcript “ใบแสดงผลทักษะสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์” การันตีโปรไฟล์ผู้เรียน ครอบคลุมทักษะทั้ง Soft Skills และ Hard Skills มอบให้ “เด็กมีของ” สร้างความมั่นใจองค์กรรับเข้าทำงาน นำร่องกลุ่มแรกปี 2570 ตอกย้ำ PIM The Original ต้นตำรับ “เรียนรู้จากการทำงานจริง” พัฒนาคนให้ทำงานเป็น มีทักษะสูงตั้งแต่ระหว่างเรียน มากว่า 20 ปี  สร้างเด็กจบใหม่ จบแล้วมีงานทำทันทีทะลุ 96%

รศ.ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ หรือ PIM กล่าวว่า สภาพปัญหาของตลาดแรงงานวันนี้ไม่ได้ขาดผู้สมัครงาน แต่โจทย์สำคัญคือการมี “คนที่ใช่”กับ “ทักษะที่ตรงกับงาน” โดย  ไตรมาส 2/2569 ไทยมีผู้ว่างงานประมาณ 400,000 คน ในจำนวนนี้ราว 192,000 คนเป็นผู้ที่ไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานมาก่อน ขณะที่องค์กรต้องการบุคลากรที่สามารถนำความรู้และทักษะไปใช้กับการทำงานจริงได้ทันที ทำให้ “วุฒิการศึกษา” เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป โดยเฉพาะเมื่อ AI เข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการทำงานและความต้องการขององค์กรอย่างรวดเร็ว 

“AI กำลังสร้างปราฏการณ์ครั้งใหญ่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และในช่วง 3-5 ปีข้างหน้าจะเห็นพลวัตของ AI       ที่รวดเร็วมากขึ้น ดังนั้นเด็กยุคใหม่จำเป็นต้องมีทักษะพื้นฐานที่ช่วยให้เข้าใจและรับมือกับโลกที่เปลี่ยนไป เริ่ม ได้แก่ 1.ทักษะรู้เท่าทัน AI (AI Literacy) เข้าใจและสามารถใช้ประโยชน์จาก AI ได้อย่างเหมาะสม               2.ทักษะด้านภาษา (Language Literacy) โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ เพื่อให้สามารถเข้าถึงองค์ความรู้และสื่อสารกับโลกที่กว้างขึ้น และ 3.ทักษะด้านการเงิน (Financial Literacy) เพื่อให้เข้าใจเรื่องการเงินและเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและการทำงาน”

นอกจากนี้ เด็กยุคใหม่ยังจำเป็นต้องพัฒนาอีก 3 ทักษะกลุ่มความสามารถเฉพาะของมนุษย์ (Human Skills)  ซึ่ง AI ยังไม่สามารถทดแทนได้อย่างสมบูรณ์ ได้แก่ 4.ทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) สามารถคิดวิเคราะห์ ตั้งคำถาม และวิพากษ์สิ่งต่างๆ ได้ 5.ทักษะความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ (Creative & Imaginative Thinking) สามารถคิดนอกกรอบ มองเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้อย่างกว้าง ไกล และลึก รวมถึงสร้างแนวคิดใหม่ที่มีความเป็นตัวเอง และ 6.ทักษะมนุษยสัมพันธ์ (Human Relationship) สามารถสื่อสาร ทำงานร่วมกับผู้อื่น สร้างความสัมพันธ์ และมี Human Touch ซึ่งเป็นทักษะสำคัญมากต่อการทำงานร่วมกับคนและองค์กร โดยเฉพาะในโลกที่ AI จะเข้ามาทดแทนงานบางประเภทมากขึ้น”รศ.ดร.สมภพ กล่าว

จากโจทย์ดังกล่าว PIM จึงพัฒนา PIM Skill Transcript หรือ “ใบแสดงผลทักษะสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์” ที่ช่วยสะท้อนความสามารถของนักศึกษาเพิ่มเติมจากวุฒิการศึกษา โดยเป็นข้อมูลที่แสดงให้เห็นถึงทักษะและประสบการณ์ จากการฝึกและทำงานจริงประมาณครึ่งหนึ่งของเวลาหลักสูตรที่นักศึกษาสั่งสมระหว่างการศึกษา เพื่อช่วยให้นักศึกษาจบใหม่ สามารถมีโอกาสได้งานทำได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกัน ก็สร้างความมั่นใจให้กับสถานประกอบการในการมองเห็นศักยภาพของผู้สมัครได้มากกว่าการพิจารณาจากวุฒิการศึกษาเพียงอย่างเดียว

สำหรับ PIM Skill Transcript ของ PIM ครอบคลุมทักษะด้านต่างๆ ทั้ง Soft Skills และ Hard Skills อาทิ  การบริหารจัดการ การสื่อสาร การคิดและแก้ปัญหา การบริหารจัดการตนเอง และยึดมั่นในคุณธรรม  โดยนักศึกษาทุกคน เริ่มทำการเก็บชั่วโมงฝึกประสบการณ์ตั้งแต่เข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย ด้วยหลักสูตรถูกออกแบบร่วมกับภาคธุรกิจ  ให้ผู้เรียนมีทั้งความรู้ทางวิชาการ ทักษะเฉพาะตรงกับความต้องการของสถานประกอบการ     ตลาดงาน เพื่อสะท้อนทักษะที่ผ่านการเรียนรู้ ฝึกปฏิบัติ และพัฒนาทุกชั้นปีจากประสบการณ์จริง เป้าหมายให้นักศึกษาสามารถสะสมและพัฒนาทักษะได้อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาการศึกษา รู้ทักษะที่โดดเด่นและ    ส่วนที่ต้องเร่งพัฒนา ไปพร้อมกับผู้สอน 

PIM Skill Transcript ไม่เป็นเพียงเอกสารที่นักศึกษาใช้ประกอบการสมัครงาน แต่ต้องการให้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาตั้งแต่ปี 1 ถึงปี 4 ให้ได้เรียนรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์อย่างเข้มข้น เพื่อให้เมื่อจบการศึกษาแล้ว สามารถนำสิ่งที่เรียนรู้ไปต่อยอดในการทำงานจริง รวมถึงองค์กรก็สามารถใช้ PIM Skill Transcript เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา เห็นความถนัดและประสบการณ์ของนักศึกษาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น สอดคล้องไปกับนโยบายกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 

ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ หรือ PIM “พัฒนาคน”ตอบโจทย์องค์กรที่ต้องการคนพร้อมทำงานจริงทันทีอย่างไร้รอยต่อ เดินหน้าพัฒนานักศึกษาผ่านการเรียนรู้และประสบการณ์ที่หลากหลาย ภายใต้แนวคิดต้นตำรับ Work-based Educationการเรียนรู้ที่ผสานภาคทฤษฎีกับการฝึกปฏิบัติงานจริง โดยนักศึกษาจะได้เรียนและทำงานควบคู่กัน ซึ่งการทำงานเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรและนับเป็นรายวิชาที่เก็บหน่วยกิต  เพื่อเตรียมความพร้อมสู่โลกการทำงานตั้งแต่ระหว่างเรียน พร้อมสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร ในประเทศกว่า 3,000 แห่ง ต่างประเทศ 900 แห่ง ในการจัดกิจกรรมและเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นให้นักศึกษาระหว่างเรียน สนับสนุนทุนการศึกษาเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษา ส่งผลให้บัณฑิต PIM      มีอัตราการมีงานทำสูงกว่า 96% ขณะเดียวกัน ยังส่งนักศึกษาไปฝึกงานต่างประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา ฟินแลนด์ เยอรมนี สวีเดน ฟินแลนด์ จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และมัลดีฟส์ โดยแนวทางการจัดการศึกษาของ PIM  ยังได้รับความสนใจจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา สถานทูต องค์กรต่างประเทศ ที่เข้ามาศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กว่า 10,000 คน ต่อปี สะท้อนจุดแข็งของ PIM ในฐานะ “PIM The Original”         ต้นตำรับ “เรียนรู้จากการทำงานจริง” ที่เชื่อมโยงภาคการศึกษากับโลกการทำงาน และมุ่งสร้างกำลังคนให้มีทักษะสอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ