‘พิพัฒน์’ ประกาศปิดตำนาน ‘ถ.7 ชั่วโคตร’ เตรียมเปิด M82 ‘บางขุนเทียน–บ้านแพ้ว’ ฟรี 24 ชม. ฤกษ์ดี 10 โมงเช้า 28 ส.ค.นี้ เชื่อมทางด่วนพระราม 3 สิ้นปี 69
“พิพัฒน์” ประกาศปิดตำนาน “ถนน 7 ชั่วโคตร” ลงพื้นที่สแกนความพร้อม M82 “บางขุนเทียน–บ้านแพ้ว” 25 กม. เตรียมเปิดทดลองฟรี 24 ชม. ดีเดย์ 28 ส.ค.นี้ เวลา 10 โมงเช้า คาดลดเวลาเดินทางได้ 40–45 นาที บรรเทาจราจรบนถนนพระราม 2 กว่า 20% จ่อเชื่อมทางด่วนพระราม 3-ดาวคะนองภายในสิ้นปี 69 ส่วนเชื่อมต่อด่านดาวคะนอง-สะพานทศมราชันภายใน ก.ย. 70พร้อมกำชับเข้มมาตรฐานความปลอดภัย-ระบบช่วยเหลือประชาชนตลอดเส้นทาง
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า วันนี้ (24 ส.ค. 2569) ได้ลงพื้นที่โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 82 (M82) ช่วงบางขุนเทียน-เอกชัย-บ้านแพ้ว รวมระยะทาง 25 กิโลเมตร (กม.) เพื่อติดตามความคืบหน้าและการเตรียมความพร้อมด้านการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัย ก่อนเปิดทดลองให้ประชาชนใช้บริการเพิ่มเติม ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ในวันศุกร์ที่ 28 ส.ค. 2569 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป
ทั้งนี้ กรมทางหลวง (ทล.) ได้เร่งรัดโครงการมอเตอร์เวย์ M82 ให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ เตรียม ปิดตำนานถนน 7 ชั่วโคตรบนถนนพระราม 2 ตามนโยบาย Quick Win โดยการเปิดทดลองให้บริการเพิ่มเติมช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ระยะทาง 15 กม. ต่อเนื่องจาก M82 ช่วงบางขุนเทียน-เอกชัย ระยะทาง 10 กม. ที่เปิดทดลองให้บริการอยู่แล้ว ซึ่งจะเปิดให้ใช้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง (ชม.) โดยไม่เก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง ทำให้ประชาชนสามารถใช้ทางยกระดับได้ต่อเนื่องตั้งแต่บางขุนเทียน ผ่านเอกชัย ถึงบ้านแพ้ว ช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางบนถนนพระราม 2

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า การเปิดทดลองให้บริการมอเตอร์เวย์ M82 ดังกล่าว จะทำให้ประชาชนที่จะเดินทางเข้า-ออกกรุงเทพมหานคร (กทม.) หรือเดินทางลงสู่ภาคใต้ผ่านถนนพระราม 2 สะดวกมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งช่วยลดระยะเวลาการเดินทางแยกต่างระดับบางขุนเทียนไปจนถึงบ้านแพ้ว เฉลี่ยลดลงถึง 40-45 นาที และจะช่วยลดปริมาณจราจรบนนถนนพระราม 2 กว่า 20% จากปริมาณจราจรเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 100,000-120,000 คันต่อวัน
ขณะเดียวกัน การเชื่อมต่อมอเตอร์เวย์ M82 กับโครงการทางพิเศษ (ทางด่วน) สายพระราม 3 – ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกฯ ด้านตะวันตกของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) จะสามารถเชื่อมต่อการเดินทางกับ M82 ได้ภายในสิ้นปี 2569 นี้ ส่วนตั้งแต่ด่านดาวคะนอง-สะพานทศมราชัน (สัญญาที่ 3) นั้น คาดว่า จะเปิดให้บริการและเชื่อมต่อกับ M82 ได้ในเดือน ก.ย. 2570 ต่อไป

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า ได้กำชับ ทล. ตรวจสอบทุกส่วนที่จะเปิดให้บริการให้เป็นไปตามมาตรฐาน ทั้งโครงสร้าง ผิวทาง ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ป้ายและเครื่องหมายจราจร และอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย พร้อมเปิดทดลองให้บริการ โดยบูรณาการร่วมกับตำรวจทางหลวง ตำรวจภูธร หน่วยกู้ภัย และหน่วยงานในพื้นที่ จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ รถตรวจการณ์ และรถช่วยเหลือให้พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชม. เพื่อให้สามารถเข้าถึงและช่วยเหลือผู้ใช้ทางได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุ
นอกจากนี้ ให้เตรียมแผนบริหารจัดการจราจรบน M82 และถนนพระราม 2 โดยเฉพาะบริเวณทางขึ้น–ลง และจุดเชื่อมต่อบ้านแพ้ว รวมถึงประชาสัมพันธ์ข้อมูลจุดขึ้น–ลง เงื่อนไขการใช้เส้นทาง และข้อจำกัดด้านความเร็วให้ประชาชนรับทราบอย่างชัดเจน โดยย้ำให้ ความปลอดภัย ความพร้อม และความมั่นใจของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด ทุกส่วนที่จะเปิดให้บริการต้องผ่านการตรวจสอบตามมาตรฐาน และพร้อมทั้งด้านเส้นทาง บุคลากร การบริหารจัดการจราจร และการช่วยเหลือฉุกเฉินตั้งแต่วันแรกที่เปิดให้บริการ อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้ ทล. เร่งรัดคืนผิวจราจรบริเวณด้านล่างของมอเตอร์เวย์ M82 ให้ประชาชนได้สัญจรภายในสิ้นปี 2569 ด้วย

ด้านนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดี ทล. กล่าวว่า การเปิดทดลองให้บริการ ตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค. 2569 เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป จะเปิดทดลองให้บริการทางยกระดับ M82 เพิ่มเติม ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว โดยมีทางขึ้น–ลง จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ ด่านพันท้ายนรสิงห์ ด่านมหาชัย 1 ด่านมหาชัย 2 และด่านบ้านแพ้ว ส่วนด่านสมุทรสาคร 1 และด่านสมุทรสาคร 2 ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งการเปิดทดลองครั้งนี้ ฟรี ไม่เก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางและยังไม่มีการเปิดใช้งานระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียม โดย ทล. จะดำเนินงานส่วนที่เหลือให้เป็นไปตามแผน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย เปิดให้บริการ M82 อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมเริ่มจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางในปี 2572
ทั้งนี้ เนื่องจากงานก่อสร้างและระบบบริหารจัดการความปลอดภัยต่างๆ ยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ ทล. จึงกำหนดให้ รถยนต์ 4 ล้อ ใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กม.ต่อชม. ส่วนรถบรรทุกและรถโดยสาร ใช้ความเร็วไม่เกิน 65 กม.ต่อ ชม. ขณะที่คนเดินเท้า รถจักรยาน รถจักรยานยนต์ทุกขนาดเครื่องยนต์ รถสามล้อ และรถล้อเลื่อนทุกประเภท ไม่อนุญาตให้ใช้ทางยกระดับ M82 โดยยังสามารถสัญจรบนถนนพระราม 2 ด้านล่างได้ตามปกติ

นายปิยพงษ์ กล่าวต่อว่า ทล. ได้ดำเนินการตามนโยบายและข้อสั่งการฯ โดยเร่งตรวจสอบและเตรียมความพร้อมก่อนเปิดทดลองให้บริการ โดยเฉพาะโครงสร้างทางยกระดับ ซึ่งเมื่อวันที่ 15 ส.ค. 2569 ทล. ร่วมกับวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) และผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโครงสร้าง ทดสอบความสามารถในการรับน้ำหนักบรรทุกของโครงสร้าง (Load Test) โดยอ้างอิงมาตรฐาน AASHTO และใช้น้ำหนักบรรทุกตามที่กฎหมายกำหนด
ทั้งนี้ ผลการตรวจวัดพบว่า ค่าการตอบสนองของโครงสร้างอยู่ภายในเกณฑ์ที่กำหนด สะท้อนถึงความพร้อมของโครงสร้างในการรองรับน้ำหนักบรรทุกตามเงื่อนไขการออกแบบและการใช้งานที่กำหนด ซึ่งการตรวจวัดครั้งนี้ยังนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ อาทิ เครื่องมือวัดระยะด้วยเลเซอร์ความละเอียดสูง เทคโนโลยี 3D Scanning และอุปกรณ์ตรวจวัดค่าความถี่ธรรมชาติของโครงสร้าง เพื่อเพิ่มความละเอียดในการประเมิน รวมทั้งใช้เป็นข้อมูลสำหรับติดตามสภาพโครงสร้างและวางแผนบำรุงรักษาในอนาคต ซึ่งผลการทดสอบดังกล่าวเป็นอีกส่วนสำคัญในการสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนก่อนเปิดทดลองให้บริการ

นอกจากการตรวจสอบด้านโครงสร้างแล้ว ทล. ยังตรวจสอบความพร้อมของผิวทาง ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ระบบระบายน้ำ ป้ายและเครื่องหมายจราจร รวมถึงอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย พร้อมจัดเตรียมเจ้าหน้าที่และรถช่วยเหลือผู้ใช้ทางตลอด 24 ชม. และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับเหตุฉุกเฉินและบริหารจัดการจราจรในช่วงเปิดทดลองให้บริการ
สำหรับมอเตอร์เวย์ M82 นับเป็นโครงข่ายสำคัญในการเดินทางและขนส่งจากกรุงเทพมหานครสู่ภาคใต้ ช่วยบรรเทาปริมาณการจราจรบนถนนพระราม 2 (ทล.35) เพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์ สนับสนุนภาคการผลิต การค้า การลงทุน และเชื่อมโยงการท่องเที่ยวจากสมุทรสาคร สมุทรสงคราม ไปยังเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดต่าง ๆ ในภาคใต้ ช่วยกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของพื้นที่ตามแนวเส้นทาง เพื่อให้การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม
