“ทิพยประกันชีวิต” โชว์ผลงานครึ่งปีแรกเบี้ยโต 23% เดินหน้ากลยุทธ์ “Grow together with AI” พลังคนผสานเทคโนโลยี

บริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เผยผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2569 เติบโตอย่างมั่นคงด้วยเบี้ยประกันภัยรับรวมที่ 4,247 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยแบ่งเป็นเบี้ยประกันภัยรับใหม่ 3,391 ล้านบาท เพิ่มถึง 36.5% โดยมีกำไรสุทธิ 504 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 194% และยังสะท้อนความมั่นคงทางการเงินด้วยอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) สูงถึง 313% พร้อมเดินหน้ายกระดับองค์กรผ่านกลยุทธ์ “Grow together with AI” มุ่งเน้นการผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างยั่งยืน

นายนพพร บุญลาโภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 ปรับตัวดีขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีเบี้ยประกันภัยรับรวมที่ 4,247 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% แบ่งเป็นเบี้ยประกันภัยรับใหม่ 3,391 ล้านบาท เพิ่มถึง 36.5% ในขณะที่กำไรสุทธิ 504 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 194% ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนความสำเร็จในครึ่งปีแรกนี้ มาจากการรักษาฐานลูกค้าเดิม และการขยายฐานลูกค้าใหม่ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด กลยุทธ์ในการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ เสริมด้วยผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ที่เราทำขึ้นมาเพื่อรองรับสังคมในอนาคตของประเทศไทย ตนมั่นใจว่าสามารถทำให้ไตรมาส 3 และช่วงครึ่งหลังมีแนวโน้มปรับตัวเป็นบวกเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยที่ภาพรวมทั้งปี 2569 สามารถสร้างเบี้ยและกำไรได้ตามเป้าหมายที่วางไว้อย่างแน่นอน”

การดำเนินธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ “Grow together with AI” เน้นการดึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในหลากหลายมิติ ภายใต้ 4 เสาหลัก

New Product Innovation: มุ่งเน้นการขับเคลื่อนการเติบโตด้วยนวัตกรรมและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของตลาดอย่างตรงจุด โดยสามารถออกแบบความคุ้มครองที่ยืดหยุ่น และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างแม่นยำ

Service Excellence: ยกระดับมาตรฐานการบริการที่รวดเร็ว ฉับไว และส่งมอบประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายให้แก่ลูกค้าในทุกช่องทาง

AI-Driven Workspace: ผสานเทคโนโลยีและเครื่องมือ AI อัจฉริยะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับกระบวนการทำงานในทุกมิติ ช่วยลดขั้นตอนที่ซับซ้อน เพิ่มความแม่นยำ และเปิดโอกาสให้พนักงานใช้เวลากับงานเชิงกลยุทธ์มากขึ้น

Employee Engagement: สร้างความผูกพันในองค์กรเพื่อขับเคลื่อนศักยภาพสูงสุดของบุคลากร ภายใต้แนวคิด Empowerment & Innovation เปิดพื้นที่แห่งความคิดสร้างสรรค์ พร้อมสนับสนุนให้พนักงานนำเสนอไอเดียใหม่ ๆ เพื่อต่อยอดสู่ผลงานและนวัตกรรมที่ช่วยขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน

 นายนพพร กล่าวว่า กลยุทธ์ “Grow together with AI” คือการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีอัจฉริยะและการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เราสามารถออกแบบความคุ้มครองที่ยืดหยุ่น ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย และสร้างประสบการณ์การบริการที่เหนือความคาดหมาย พร้อมทั้งยังเป็นการลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน ทำให้พนักงานมีเวลาไปทำงานในเชิงกลยุทธ์ได้เพิ่มมากขึ้น สามารถสร้างสมดุลให้กับการทำงานและชีวิตส่วนตัวได้ ซึ่งการที่นำเทคโนโลยี AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนองค์กร เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคที่ผ่านการสรรหามาอย่างดี บวกกับพนักงานของเราที่เข้าใจในธุรกิจ เพื่อเชื่อมต่อให้โครงการต่างๆ สามารถตอบโจทย์การทำงานได้อย่างแท้จริง ภายใต้การทำงานอย่างตระหนักรู้ถึงการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ทิพยประกันชีวิต ดำเนินงานภายใต้ มาตรฐาน ISO27001 ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าเรามีระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศที่เป็นเลิศระดับสากล พร้อมกันนี้ก็ยังได้ปฎิบัติงานภายใต้ “แนวปฏิบัติการกำกับดูแลการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ ” (AI Governance) เน้นย้ำหลัก “Human in the loop” โดยกำหนดให้มนุษย์เข้ามามีส่วนร่วม ตรวจสอบ อนุมัติ หรือตัดสินใจในขั้นตอนสำคัญ เพื่อลดข้อผิดพลาดและควบคุมความปลอดภัยในกิจกรรมเสี่ยงสูงที่กระทบผู้เอาประกันภัยโดยตรง ฉะนั้นจึงอยากให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีข้อมูลสำคัญหรือข้อมูลของลูกค้ารั่วไหลอย่างแน่นอน”

การยกระดับทักษะบุคลากรด้วย In-house AI สร้างระบบการเรียนรู้ที่ปลอดภัยและเข้าถึงได้เท่าเทียม ช่วยลดขั้นตอนการทำงาน ลดช่องว่างทางทักษะ และผลักดันให้ทุกคนในองค์กรเติบโตไปพร้อมกับเทคโนโลยีได้อย่างไร้รอย

นายนพพร กล่าวว่า เราจึงเลือกพัฒนา AI ขึ้นมาเองภายในองค์กร โดยให้ชื่อว่า น้องนุมาน หรือ นุมาน AI โดยจัดเป็น Sandbox หรือพื้นที่ทดลอง ให้ทุกคนได้เข้ามาลองผิดลองถูก ป้อนคำสั่ง (Prompt) ผิดๆ ถูกๆ          ได้เต็มที่โดยไม่มีความผิด การเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือการ Learn by Doing หรือการลุยทำจริง พอเขาเริ่มเห็นว่า AI ช่วยย่อเวลาทำงานได้จริง ทำงานที่ยากให้ง่ายขึ้น เก่งขึ้น ซึ่งเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างพนักงานที่มีทักษะเพิ่มขึ้น เราต้องการให้ AI ตัวนี้เป็นเสมือนโค้ชส่วนตัวและผู้ช่วยอัจฉริยะ ที่พร้อมซัพพอร์ตพนักงานทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ทั้งในด้าน การเข้าถึงเทคโนโลยี (Accessibility) ไม่ว่าคุณจะอยู่ฝ่ายไอที ฝ่ายขาย หรือบัญชี ทุกคนมีสิทธิ์เข้าใช้งานระบบนี้ได้เหมือนกันหมด ผ่านหน้าตาโปรแกรม (Interface) ที่ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน และการเปิดกว้างทางโอกาส (Opportunity) เพื่อลดช่องว่างระหว่างคนเก่งเทคโนโลยีกับคนที่ไม่ถนัดเทคโนโลยี ทุกคนสามารถดึงดาต้า ดึงข้อมูลอินไซต์ หรือสรุปรายงานยาวๆ มาใช้งานได้ในระดับมาตรฐานเดียวกัน เราอยากเห็นพนักงานมีความสุขกับการทำงานมากขึ้น มีเวลาไปคิดสร้างสรรค์มากขึ้น”

 เดินหน้าแนวคิดผู้บริหารที่ให้คุณค่า และพัฒนาคุณภาพชีวิตพนักงานรอบด้าน ด้วยโครงการและนโยบายมากมายที่มุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรบุคคล โดยยึดหลักการทำงานที่มีความยืดหยุ่น และการสร้างสมดุลชีวิตการทำงาน (Work-Life Balance) รวมถึงการจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาทักษะ (Upskill/Reskill) ให้กับพนักงานทุกคนในทุกระดับอย่างเท่าเทียม เพื่อขับเคลื่อนความสำเร็จขององค์กรอย่างยั่งยืน

นายนพพร กล่าวว่าทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของทิพยประกันชีวิตคือ “คน” ไม่ใช่เทคโนโลยีหรือผลกำไร บริษัทจึงมุ่งดูแลและพัฒนาศักยภาพพนักงาน โดยมองว่า AI ไม่ได้เข้ามาแทนที่คน แต่ช่วยเสริมศักยภาพ ลดขั้นตอนการทำงาน และเปิดโอกาสให้พนักงานก้าวสู่บทบาทด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม พร้อมสร้างวัฒนธรรมที่ “คนและ AI เติบโตไปด้วยกัน” เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

กลยุทธ์ “Grow together with AI” ไม่ใช่การทิ้งใครไว้ข้างหลัง ไม่ใช่การนำ AI มาทดแทนคน แต่คือการติดอาวุธให้บุคลากรมีขีดความสามารถที่สูงขึ้น แม่นยำขึ้น และสามารถนำพาบริษัทให้บรรลุเป้าหมายไปด้วยกันอย่างมั่นคง