“กลุ่มคาเธ่ย์กรุ๊ป”เสริมความแข็งแกร่งเครือข่ายสั่งเครื่องบินขนส่งสินค้า A350F อีก 2 ลำ

 กลุ่มคาเธ่ย์กรุ๊ปของฮ่องกงได้ยืนยันคำสั่งซื้อเครื่องบินขนส่งสินค้ารุ่น เอ350เอฟ (A350F) กับแอร์บัส เพิ่มเติมอีกจำนวน 2 ลำ ทำให้ยอดสั่งเครื่องบินขนส่งสินค้ายุคใหม่รุ่นนี้ของสายการบินเพิ่มเป็นจำนวน 8 ลำ โดย A350F จะปฏิบัติการอยู่กับฝ่ายขนส่งสินค้าของสายการบิน คาเธ่ย์คาร์โก (Cathay Cargo) เพื่อสร้างประสิธิภาพที่เหนือระดับให้แก่เครือข่ายเส้นทางบินอย่างกว้างขวาง

เรายินดีที่จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับฝูงบินของเราให้มากยิ่งขึ้น ด้วยการสั่ง A350F เครื่องบินขนส่งสินค้ามาเพิ่มเติมในครั้งนี้ ซึ่งจะมอบการเชื่อมโยงที่มากยิ่งขึ้นที่ฐานการบินของเราและมอบตัวเลือกที่หลากหลายมากขึ้นแก่ลูกค้าของเรา การลงทุนที่เป็นกลยุทธ์ให้พร้อมสำหรับอนาคตนี้สะท้อนถึงความมั่นใจอย่างแน่วแน่ในการเติบโตระยะยาวที่เรามุ่งหมาย และจะสนับสนุนเป้าหมายของคาเธ่ย์คาร์โกที่จะเป็นสายการบินขนส่งสินค้าที่ดีที่สุดในโลก” โรนัลด์ แลม (Ronald Lam) ประธานบริหารของกลุ่มคาเธ่ย์กรุ๊ปกล่าว

การที่คาเธ่ย์ได้ยอมรับ A350F อย่างต่อเนื่อง เป็นอีกสัญญาณที่ทรงพลังที่จะทำให้ A350F จะนำยุคใหม่ของการขนส่งสินค้าในด้านความจุและประสิทธิภาพ A350F นั้นจะประสานอย่างราบรื่นกับฝูงบินของแอร์บัสที่สายการบินมีอยู่แล้ว ด้วยความคล้ายคลึงกันในด้านการปฏิบัติการและด้านเทคนิคที่ไม่มีใครเทียบ ในขณะเดียวกันก็จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนที่เป็นก้าวย่างของสายการบิน เรานั้นตื่นเต้นที่จะได้ทำให้ความร่วมมือนี้เติบโตขึ้น” เบอนัวต์ เดอแซงต์ซูเปรี (Benoît de Saint-Exupéry) รองประธานบริหารฝ่ายขาย สำหรับเครื่องบินพาณิชย์ของแอร์บัสกล่าว

ด้วยการออกแบบให้เป็นเครื่องบินขนส่งสินค้าที่ก้าวหน้าที่สุดของโลก A350F นั้นตอบโจทย์กับความต้องการที่พัฒนาไปของตลาดการขนส่งสินค้าทางอากาศของโลก เป็นผลจากความสามารถด้านการบินที่มีพิสัยได้สูงสุดถึง 8,700 กิโลเมตร ด้วยระวางบรรทุกสูงสุดได้ถึง 111 ตัน เครื่องบินรุ่นนี้จะนำไปใช้งานในเส้นทางระยะไกลระหว่างประเทศ โดยผลิตจากวัสดุชั้นสูงมากกว่าร้อยละ 70 ทำให้ A350F นั้นมีน้ำหนักเบากว่าเครื่องบินคู่แข่งถึง 46 ตัน

ขับเคลื่อนด้วย เครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์ เทรนท์ เอ็กซดับเบิลยูบี-97 (Rolls-Royce Trent XWB-97) รุ่นใหม่ล่าสุด เครื่องบินรุ่นนี้จะลดทั้งการใช้เชื้อเพลิงและการปล่อยคาร์บอนได้มากถึงร้อยละ 20 เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องบินยุคก่อนหน้า ด้วยความสามารถด้านระวางบรรทุก-พิสัยในระดับเดียวกัน และเป็นเครื่องบินขนส่งสินค้าเพียงรุ่นเดียวที่เป็นไปตามมาตรฐานการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ 2027 ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO’s 2027 CO₂ emission standards) A350F นั้นสามารถปฏิบัติการด้วยเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) ได้มากถึงร้อยละ 50 ตั้งแต่เริ่มเข้าประจำการ และมีเป้าหมายที่จะปฏิบัติการด้วย SAF ให้ได้ร้อยละ 100 ภายในปี 2573 เช่นเดียวกับเครื่องบินแอร์บัสทั้งหมด

ด้วยการเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลเครื่องบินลำตัวกว้างที่ทันสมัยที่สุดของโลก A350F นั้นยังมีความคล้ายคลึงกับ A350 สำหรับเครื่องบินโดยสารในระดับสูง ส่งผลดีต่อสายการบินที่มีเครื่องบินในตระกูลนี้ประจำการอยู่แล้ว

เมื่อนับถึงสิ้นเดือนเมษายน 2569 A350F ได้รับคำสั่งซื้อที่ยืนยันแล้ว จำนวน 101 ลำ จากลูกค้า 14 รายทั่วโลก