“พิพัฒน์” หารือ “ทูตจีน” ประสานพร้อมร่วมมือแก้ปัญหาเมกะโปรเจกต์ ดันไฮสปีดเทรน-แหลมฉบังเฟส 3 พ่วงโชว์โครงการแลนด์บริดจ์ มั่นใจไทยผงาดศูนย์กลางคมนาคมภูมิภาค
วันนี้ (21 พ.ค. 2569) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้การต้อนรับและหารือทวิภาคีร่วมกับ นายจาง เจี้ยนเว่ย (H.E. Zhang Jianwei) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และนายเจียง เวย (Mr. Jiang Wei) อัครราชทูต เพื่อกระชับความสัมพันธ์และเดินหน้าความร่วมมือด้านคมนาคมขนส่งระหว่างไทย-จีน โดยบรรยากาศการหารือเป็นไปอย่างชื่นมื่น ทั้งสองฝ่ายต่างแสดงเจตนารมณ์ที่ตรงกันในการร่วมมือแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆ เพื่อให้โครงการระดับประเทศเดินหน้าต่อไปได้

นายพิพัฒน์ เปิดเผยว่า ความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทย แบะกระทรวงคมนาคมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้หารือกับฝ่ายจีน ที่จะขับเคลื่อนโครงการสำคัญ โดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 (กรุงเทพฯ – นครราชสีมา) ให้บรรลุผลสำเร็จ ตลอดจนความร่วมมือในโครงการฯ ระยะที่ 2 (นครราชสีมา-หนองคาย) และการก่อสร้างสะพานมิตรภาพ ไทย – ลาว หนองคาย – เวียงจันทน์ แห่งที่ 2 เพื่อให้การดำเนินงานเดินหน้าต่อไปได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ ยังได้หารือถึง โครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge) ซึ่งจะเป็นเส้นทางเดินเรือสายใหม่ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการขนส่งสินค้าจากจีนตอนใต้และลุ่มแม่น้ำโขงออกสู่ทั่วโลกด้วย

ด้านเอกอัครราชทูต จาง เจี้ยนเว่ย และผู้แทนฝ่ายจีน กล่าวว่า ฝ่ายจีนยืนยันความพร้อมในการสนับสนุนประเทศไทยอย่างเต็มที่ ผ่านกลไกการทำงานของคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน (JC) เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการต่างๆ เดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่า ไทยสามารถเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ภูมิภาคได้ โดยจีนให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานร่วมกับไทย ทั้งโครงการรถไฟความเร็วสูง รวมถึงโครงการก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) ระยะที่ 3 ซึ่งมีบริษัทจากประเทศจีนเข้าร่วมดำเนินการ อย่างไรก็ตาม จีนมีความเชื่อมั่นว่า หากโครงการดังกล่าวเสร็จสมบูรณ์ จะเป็นการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน และผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านการคมนาคมขนส่ง ที่สำคัญในภูมิภาคนี้อย่างแน่นอน

ขณะเดียวกันได้เสนอให้กระทรวงคมนาคมเพิ่มการกำกับดูแลและติดตามการทำงานของโครงการต่างๆ อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ยินดีที่จะเป็นสื่อกลางในการประสานงานและทำความเข้าใจกับกลุ่มบริษัทจีนฯ ที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อและตรงตามเป้าหมายของรัฐบาลไทย
