‘กรมรางฯ’ ออกคำสั่ง! ตรวจสารเสพติด-แอลกอฮอล์ ‘พนักงานรถไฟ’ ก่อนวิ่งขบวนรถทุกราย พร้อมสอบวินัยร้ายแรง ’คนขับรถไฟชนรถเมล์‘

“กรมรางฯ” ออกคำสั่งด่วนที่สุด! สั่ง รฟท. ตรวจสอบสารเสพติด-แอลกอฮอล์พนักงานขับรถไฟ-พนักงานควบคุมรถขนส่งทางรางทุกราย 100% ย้ำ! ผลตรวจต้องเป็น “ศูนย์” เท่านั้น พร้อมสั่งตั้งกรรมกาาตรวจสอบวินัยร้ายแรง “ผู้ขับรถไฟเหตุชนรถเมล์” พ่วงพักงานคนขับ-คนคุมไม้กั้น เปิดผลกล่องดำ รถไฟใช้ความเร็วก่อนชน 34 กม./ชม. ลงเบรกฉุกเฉินก่อนถึงจุดเกิดเหตุ 100 ม. ขณะชนใช้ความเร็ว 28 กม./ชม.

นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยว่า วันนี้ (17 พ.ค. 2569) ได้รับข้อมูลจากตำรวจ กรณีตรวจพบการใช้สารเสพติดในปัสสาวะของพนักงานขับรถไฟขบวน 2126 แหลมฉบัง-ชุมทางบางซื่อ ที่ชนกับรถโดยสารประจำทางสาย 3-30 (สาย206) รถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่จอดบริเวณ จุดตัดทางรถไฟถนนอโศก-ดินแดง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 รายและผู้บาดเจ็บ 30 ราย เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมานั้น

ทั้งนี้ ขร. ตระหนักถึงความปลอดภัยของผู้ใช้บริการระบบราง และประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน จึงได้ออกคำสั่งด่วนที่สุดให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จัดให้มีการตรวจคัดกรองสารเสพติดและวัดปริมาณแอลกอฮอล์กับพนักงานที่มีหน้าที่ขับขี่และควบคุมการเดินรถ รวมถึงพนักงานภาคพื้นดินที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย อาทิ พนักงานกั้นถนน พนักงานประแจ ทุกรายก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ในแต่ละผลัด โดยใช้มาตรการ “Zero Tolerance” (ต้องเป็นศูนย์เท่านั้น)

นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า สำหรับพนักงานขับรถไฟ คือ นายสยมพร สอนกูล ยังไม่ได้รับใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่จาก ขร. และสั่งให้ระงับการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานขับรถไฟรายดังกล่าว และให้ รฟท. ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง พร้อมทั้งสั่งการให้ รฟท. พักงานพนักงานขับรถไฟและพนักงานคุมไม้กั้นที่เกี่ยวข้องทันที พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด และสืบสวนเชิงลึกว่าผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง ปล่อยให้ผู้มีสารเสพติดมาปฏิบัติหน้าที่ขับรถไฟ ซึ่งต้องรับผิดชอบชีวิตคนจำนวนมากได้อย่างไรต่อไป

ทั้งนี้ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 มาตรา 90 ระบุว่า “ในกรณีที่มีเหตุอันเชื่อได้ว่า ผู้ประจำหน้าที่ใดมีสารอยู่ในร่างกายอันเกิดจากการเสพสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่น ยาเสพติดให้โทษหรือวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ให้ผู้ตรวจการขนส่งทางรางมีอำนาจตรวจหรือทดสอบหรือสั่งให้รับการตรวจหรือทดสอบว่า ผู้นั้นมีสารนั้น ๆ อยู่ในร่างกายหรือไม่ ทั้งนี้ วิธีการตรวจหรือทดสอบให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในระเบียบที่อธิบดีประกาศกำหนด“ โดย ขร. อยู่ระหว่างออกประกาศ เพื่อใช้บังคับตามกฎหมายต่อไปอีกด้วย การออกคำสั่งนี้เป็นไปเพื่อการสร้างความเชื่อมั่นกับประชาชนและผู้โดยสารว่ากรมการขนส่งทางรางยึดมั่นในหลักการความปลอดภัยสูงสุด

นายพิเชฐ กล่าวอีกว่า ส่วนผลการตรวจกล่องดำ เบื้องต้น พบว่า ขบวนรถสินค้าที่ 2126 (เส้นทางท่าเรือแหลมฉบัง – บางซื่อ) ซึ่งชนกับรถประจำทาง ระหว่างสถานีคลองตัน – มักกะสัน บริเวณทางผ่านเสมอระดับรถไฟ-รถยนต์ แยกอโศก – ดินแดง  ใช้ความเร็วก่อนชน 34 กิโลเมตร (กม.)/ชั่วโมง (ชม.) ลงเบรกฉุกเฉิน (Emergency Brake) ก่อนถึงจุดเกิดเหตุ 100 เมตร (ม.) และขณะชนความเร็ว 28 กม./ชม. ลากไป 80 ม. จึงหยุดความเร็วศูนย์