
กระทรวงอุตสาหกรรม โดยดีพร้อม (DIPROM) จัดกิจกรรม “DIPROM PLUS @DC8 เปิดบ้านสุพรรณ ปั้นอุตสาหกรรมคู่ชุมชน” ณ DIPROM Center 8 (DC8) เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมผ่านกลไก DIPROM ITC สนับสนุนผู้ประกอบการให้ทดลอง พัฒนา และต่อยอดผลิตภัณฑ์ในสภาพแวดล้อมจริง ด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และเครื่องจักรสมัยใหม่ พร้อมขยายผลสู่ DIPROM Center ทั่วประเทศ มุ่งเพิ่มมูลค่า ยกระดับมาตรฐาน และขยายตลาดในอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม และเกษตรแปรรูป โดยช่วย SMEs เข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานครบวงจร ลดต้นทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันสู่เชิงพาณิชย์

ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า รัฐบาลได้กำหนดนโยบาย “Thailand 10 Plus” เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยมุ่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ กระทรวงอุตสาหกรรมจึงเร่งนำนโยบายดังกล่าว มาใช้เป็นแนวทางพัฒนาภาคอุตสาหกรรมภายใต้แนวคิด “ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว” เพื่อให้การดำเนินงานทุกภาคส่วนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะด้านการ “เพิ่มมูลค่า” ให้กับสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมของประเทศ โดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูงและเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับในฐานะ “ครัวของโลก” มาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังเป็นฟันเฟืองสำคัญของระบบเศรษฐกิจ โดยมีสัดส่วน GDP ของอุตสาหกรรมอาหารต่อ GDP ประเทศอยู่ที่ร้อยละ 5.9 และมีบทบาททั้งในด้านการส่งออกและการบริโภคภายในประเทศ โดยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยคาดการณ์ว่ามูลค่าการส่งออกอาหารไทยในปี 2569 จะสูงถึง 1.4 ล้านล้านบาท (ที่มาของข้อมูล : https://www.thaichamber.org/tcc-news/arg-food-exports-thailand-2026/ )
“จากศักยภาพดังกล่าว กระทรวงอุตสาหกรรมจึงเดินหน้าวางโครงสร้างการพัฒนาใหม่ โดยเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงพื้นที่ เพื่อให้การส่งเสริมอุตสาหกรรมสามารถตอบโจทย์ศักยภาพของแต่ละภูมิภาคได้อย่างตรงจุดผ่านการบูรณาการวัตถุดิบท้องถิ่น อัตลักษณ์พื้นที่ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เป็นฐานในการสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับคลัสเตอร์อุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูปให้สอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละจังหวัด ควบคู่กับการพัฒนาผู้ประกอบการให้สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครื่องจักรที่จำเป็นในการเพิ่มขีดความสามารถในการผลิต รวมถึงการส่งเสริมการแปรรูปวัตถุดิบในพื้นที่เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้กลับสู่ชุมชน ตลอดจนการเชื่อมโยงเครือข่ายตลาดและพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อขยายโอกาสทางการค้า สนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ และต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์”

นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ได้รับมอบหมายจากกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เร่งแก้ไขข้อจำกัดสำคัญของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงเครื่องจักรและเทคโนโลยีที่มีต้นทุนสูง รวมถึงขาดกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน จึงดำเนินการส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมอาหารชุมชนผ่าน DIPROM ITC ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถเข้ามาทดลองผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ไปจนถึงการยกระดับมาตรฐานการผลิตในระดับสากลให้สามารถต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ได้จริง พร้อมทั้งเชื่อมโยงองค์ความรู้ มาตรฐาน และแหล่งทุนที่จำเป็นต่อการพัฒนาธุรกิจในมิติต่าง ๆ ได้อย่างครบวงจรด้วยกลไก DIPROM PLUS ผ่านการบูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด (สอจ.) ผ่านกลไกเชิงพื้นที่ในการค้นหา คัดกรองผู้ประกอบการรวมถึงการส่งต่อเข้าสู่กระบวนการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม“DIPROM ITC จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ แต่สามารถใช้โครงสร้างพื้นฐานของรัฐที่มีอยู่เพื่อต่อยอดธุรกิจได้ทันที โดยเฉพาะการเข้าถึงเครื่องจักร เทคโนโลยี และกระบวนการผลิตในระยะเริ่มต้นซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และลดความเสี่ยงในการลงทุน พร้อมการสนับสนุนด้านองค์ความรู้ มาตรฐาน และคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญอย่างครบวงจร เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาด และเติบโตได้อย่างยั่งยืน”

นางสาวณัฏฐิญา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการจัดกิจกรรมเปิดบ้านสุพรรณในครั้งนี้ เป็นการสร้างการรับรู้ถึงการให้บริการที่แตกต่างของ DIPROM ITC @DC8 โดยเป็นสถานที่ผลิตต้นแบบแห่งแรกที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP ภายใต้ชื่อ“8-พร้อม-พัฒน์ (8 PROM PLUS)” ซึ่งมีการบ่มเพาะผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่ผ่านกระบวนการพัฒนาด้วยเทคโนโลยีและเครื่องจักรที่ทันสมัย และอยู่ระหว่างการยกระดับสู่มาตรฐานและการขอรับรองที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถต่อยอดสู่การจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ได้จริง โดยมีผลิตภัณฑ์ต้นแบบ 3 รายการ ได้แก่ มะพร้าวน้ำหอมผง แป้งข้าว กข.43และผำผงอบแห้ง ซึ่งสะท้อนศักยภาพของการนำวัตถุดิบท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นสินค้าอาหารมูลค่าสูงที่สามารถแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้อย่างมีศักยภาพ

“การดำเนินงาน DIPROM PLUS เป็นการบูรณาการ “นโยบาย โครงสร้างพื้นฐาน และการปฏิบัติจริง” เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างกลไกใหม่ในการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุน เพิ่มมูลค่า และยกระดับมาตรฐานได้จริง ซึ่งไม่เพียงช่วยยกระดับผู้ประกอบการรายบุคคล แต่ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ช่วยสร้างรายได้ เพิ่มการจ้างงาน และยกระดับห่วงโซ่มูลค่าของอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูปของประเทศให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น อันจะเป็นต้นแบบในการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มไทยตั้งแต่ระดับชุมชนให้ก้าวไปสู่เวทีการค้าโลกได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน” นางสาวณัฏฐิญา กล่าว