‘กรมรางฯ‘ ฟื้นชีพเส้นทางรถไฟไทย-มาเลเซีย ’สุไหงโก-ลก-รันเตาปันจัง‘ หลังหยุดให้บริการไปแล้วกว่า 20 ปี ยกระดับการค้าชายแดนใต้
“กรมรางฯ” เร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เชื่อมโยงระบบรางข้ามพรมแดน จัดประชุมกำหนดท่าทีประเทศไทยต่อความร่วมมือด้านรางไทย-มาเลเซีย รื้อฟื้นเส้นทางประวัติศาสตร์ “สุไหงโก-ลก-รันเตาปันจัง“ หลังหยุดวิ่งให้บริการแล้วกว่า 20 ปี พร้อมเตรียมรองรับโครงการ ECRL & รถไฟทางคู่สายใต้ ยกระดับการค้าชายแดน-โลจิสติกส์ภูมิภาค
นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในการประชุมหารือเพื่อกำหนดท่าทีความร่วมมือด้านระบบรางระหว่างประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย วันนี้ (29 เม.ย. 2569) ว่า การประชุมในวันนี้ เพื่อกำหนดแนวทางที่ชัดเจนในการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมทางรางเชื่อมต่อระหว่างสองประเทศ ประกอบกับสืบเนื่องจากข้อเสนอมาเลเซีย ที่ต้องการให้มีการรื้อฟื้นเส้นทางรถไฟระหว่างสถานีสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส และสถานีรันเตาปันจัง รัฐกลันตัน ซึ่งหยุดให้บริการไปนานกว่า 20 ปี โดยที่ประชุม ได้พิจารณาแนวทางการฟื้นฟูเพื่อกลับมาเชื่อมต่อการเดินทางและขนส่งสินค้าอีกครั้ง ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนใต้ได้

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ติดตามความคืบหน้าโครงการสำคัญที่จะส่งผลต่อโครงข่ายรางในอนาคต ได้แก่ โครงการพัฒนาระบบรางชายฝั่งตะวันออกของมาเลเซีย (East Coast Rail Link: ECRL) ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จใน ม.ค. 2570 โดยมีสถานีโกตาบารู ห่างจากจุดเชื่อมต่อสุไหงโก-ลก เพียง 30 กิโลเมตร (กม.) รวมถึงโครงการรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางหาดใหญ่ – สุไหงโก-ลก ระยะทางประมาณ 215 กม. ของประเทศไทย ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสม เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับปริมาณการขนส่งที่จะเพิ่มขึ้นจากการเชื่อมต่อกับมาเลเซียในอนาคต
นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังได้พิจารณาแนวทางปรับปรุงพื้นที่ตรวจปล่อยสินค้าทางราง ณ ด่านปาดังเบซาร์ โดยมีแผนพัฒนาพื้นที่รองรับการขนส่งสินค้า (Container Yard) เพิ่มเติม เพื่อลดความแออัดและแก้ข้อจำกัดด้านพื้นที่ของสถานีเดิม ซึ่งจะช่วยให้อำนวยความสะดวกด้านการค้าชายแดนได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม การหารือในวันนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่ความร่วมมือที่เกิดผลเป็นรูปธรรม และการเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมข้ามพรมแดนที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการสัญจรของประชาชน แต่ยังเป็นการเพิ่มศักยภาพด้านโลจิสติกส์และการแข่งขันของภูมิภาคในระยะยาว
