‘พิพัฒน์‘ เดินเครื่อง ’แลนด์บริดจ์‘ จ่อบุก ’ชุมพร-ระนอง‘ ฟังเสียงประชาชน พ.ค.นี้ พร้อมเตรียมโรดโชว์ดึงนักลงทุนทั่วทุกภูมิภาคของโลก

“พิพัฒน์” เตรียมลงพื้นที่ “ระนอง-ชุมพร” พ.ค.นี้ เดินเครื่องเมกะโปรเจกต์เรือธง “แลนด์บริดจ์“ รับฟังเสียงสะท้อนประชาชนในพื้นที่ ย้ำต้องทำข้อมูลให้ครบถ้วนรอบด้าน ก่อนชง ครม. ไฟเขียว พร้อมเดินสายโรดโชว์ทั่วทุกภูมิภาคของโลก เล็งถกร่วม “สภาพัฒน์“ รวมโครงการ ”แลนด์บริดจ์-SEC“ เป็นหนึ่งเดียว ครอบคลุมพื้นที่หลายจังหวัด ยกระดับสิทธิประโยชน์การลงทุน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมทะเลอ่าวไทย-อันดามัน หรือแลนด์บริดจ์ (Landbridge) ว่า ตนมีกำหนดการลงพื้นที่จังหวัดระนองและจังหวัดชุมพร ในช่วง พ.ค. 2569 นี้ เพื่อพบปะและรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการสร้างความเข้าใจและเปิดโอกาสให้เจ้าของพื้นที่ได้สะท้อนมุมมองโดยตรง โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ จะถือครั้งแรกของตน ตั้งแต่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แม้ที่ผ่านมาจะเคยมีการรับฟังความคิดเห็นมาแล้วหลายครั้งในหลายรัฐบาล ตั้งแต่ยุคพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่บริบทของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในแต่ละยุคมีความแตกต่างกัน

สำหรับเสียงสะท้อนคัดค้านจากคนในพื้นที่จะชี้แจงอย่างไร นายพิพัฒน์ กล่าวว่า จากการศึกษาของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) พบว่า ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับโครงการ แต่กลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการนั้น ภาครัฐมีหน้าที่ต้องเข้าไปชี้แจงถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นต่อประเทศชาติในระยะยาว โดยเฉพาะการวางรากฐานให้ไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งแห่งใหม่ ที่เชื่อมต่อสองมหาสมุทร ช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเส้นทางเดินเรือหลักเพียงเส้นทางเดียว โดยเฉพาะในท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีความตึงเครียดสูง

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ส่วนขั้นตอนการดำเนินงานหลังจากนี้ จะนำข้อมูลที่ได้รับจากการลงพื้นที่ทั้งหมด มารวบรวมและจัดทำรายละเอียดให้มีความสมบูรณ์ที่สุด ครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งผลกระทบทางสังคม รวมถึงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ก่อนจะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. โดยเร็วที่สุดต่อไป จากนั้นจะเดินสายพบปะเชิญชวนนักลงทุน และนำเสนอรายละเอียดโครงการ (โรดโชว์) จากทั่วทุกภูมิภาคของโลก เพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติมาร่วมลงทุนในโครงการแลนด์บริดจ์ ที่ถือเป็นโครงการเรือธงของรัฐบาล

ทั้งนี้ มีเป้าหมายว่า โครงการดังกล่าว จะเกิดในรัฐบาลชุดปัจจุบัน ขณะเดียวกัน ในระยะต่อไป กระทรวงคมนาคมเตรียมเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือเพิ่มเติม เพื่อรวบรวมผลการศึกษาและข้อมูลเชิงลึก ก่อนนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบายต่อไป โดยยืนยันว่าจะดำเนินการทุกขั้นตอนอย่างรอบคอบ โปร่งใส และคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชนเป็นสำคัญ

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า เตรียมหารือร่วมกับสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เพื่อพิจารณาผนวกโครงการแลนด์บริดจ์ คือ แผนพัฒนาพื้นที่ 2 จังหวัด (ชุมพร, ระนอง) เข้ารวมกับโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (Southern Economic Corridor: SEC) คือ แผนพัฒนาพื้นที่ 4 จังหวัด (ชุมพร, ระนอง, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช) เป็นโครงการเดียวกัน เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น เนื่องจากพื้นที่โครงการมีความคาบเกี่ยวกัน ซึ่งเมื่อรวมโครงการกันแล้ว จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน และยกระดับสิทธิประโยชน์ในการดึงดูดการลงทุน

อย่างไรก็ตาม มองว่า โครงการแลนด์บริดจ์ถือเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยในการพัฒนาเส้นทางขนส่งเชื่อม 2 มหาสมุทร คือ อ่าวไทย และอันดามัน ช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาช่องทางเดินเรือเพียงจุดเดียว โดยเฉพาะในบริบทของสถานการณ์โลก เช่น ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลต่อเส้นทางขนส่งพลังงานและการค้าโลก จากเดิมแนวคิดการพัฒนาโครงการลักษณะนี้ เช่น คลองไทย หรือคอคอดกระ ได้ถูกพูดถึงมานานหลายสิบปี แต่ยังไม่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม