วิกฤติการบินปี 2026 เขย่าพฤติกรรมนักท่องเที่ยว Gother จับมือ HTS ส่งโซลูชัน “Flight Disruption Care” บุกตลาดไทย

อุตสาหกรรมการบินโลกในปี 2026 เผชิญความผันผวนจากสงครามและความขัดแย้ง กระทบเส้นทางบินอย่างหนัก โดยช่วงมีนาคม 2569 มีเที่ยวบินทั่วโลกถูกยกเลิกกว่า 40,000 เที่ยว กระทบผู้โดยสารนับล้าน สะท้อนความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น Gother จึงร่วมกับ Hopper Technology Solutions เปิดตัว “Flight Disruption Care” ช่วยรับมือเที่ยวบินล่าช้าหรือยกเลิก เสริมความมั่นใจนักเดินทางไทย

เมื่อ “ความชัวร์” สำคัญกว่าราคา

สถานการณ์ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางการบินของโลกที่เชื่อมต่อเส้นทางระหว่างเอเชีย ยุโรป และอเมริกา การปิดน่านฟ้าและข้อจำกัดด้านการบินในหลายประเทศ ทำให้สายการบินจำนวนมากต้องยกเลิกเที่ยวบิน ปรับเส้นทาง หรือหลีกเลี่ยงเส้นทางบินสำคัญ ผลกระทบดังกล่าวก่อให้เกิด “แรงกระเพื่อม” ต่อระบบการบินทั่วโลก ทั้งในด้านระยะเวลาเดินทาง ต้นทุน และความน่าเชื่อถือของตารางบิน แม้ผู้โดยสารที่ไม่ได้เดินทางไปยังภูมิภาคดังกล่าวโดยตรง ก็ยังได้รับผลกระทบผ่านการต่อเครื่องและการเปลี่ยนแปลงของเครือข่ายการบิน

ขณะเดียวกัน ต้นทุนการบินที่เพิ่มขึ้นจากราคาพลังงานและการปรับเส้นทางบิน ทำให้หลายสายการบินต้องปรับค่าโดยสารขึ้นสูงขึ้นกว่า 70%* หรือแม้กระทั่งต้องยกเลิกไฟลท์บางเส้นทางเพื่อบริหารจัดการต้นทุน ทำให้การวางแผนการเดินทางมีความซับซ้อนและคาดการณ์ได้ยากยิ่งขึ้น

ท่ามกลางความไม่แน่นอนดังกล่าว พฤติกรรมนักเดินทางทั่วโลกกำลังเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่ให้ความสำคัญกับ “ราคาที่ดีที่สุด” สู่การให้ความสำคัญกับ “ความมั่นใจว่าจะเดินทางได้จริง” ความกังวลเรื่องเที่ยวบินล่าช้า การยกเลิก หรือการไม่สามารถเดินทางได้ตามแผน กลายเป็น pain point สำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มนักเดินทางระยะไกล นักธุรกิจ และผู้ที่ต้องพึ่งพาการต่อเครื่องผ่านเส้นทางหลักของโลกส่งผลให้ความยืดหยุ่นและความสามารถในการจัดการความเสี่ยงกลายเป็นปัจจัยใหม่ในการตัดสินใจเลือกบริการด้านการท่องเที่ยว

แนวโน้มนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จากการแข่งขันด้านราคา ไปสู่การบริหารจัดการความไม่แน่นอน ซึ่งนักเดินทางยุคใหม่ต้องการเครื่องมือที่ช่วยให้สามารถควบคุมสถานการณ์ได้แม้ในช่วงเวลาที่ไม่คาดคิด

Gother x HTS: ยกระดับการเดินทาง ด้วยบริการ Flight Disruption Care
เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ Gother จึงประกาศความร่วมมือกับ Hopper Technology Solutions (HTS) ผู้นำด้านเทคโนโลยีการท่องเที่ยวระดับโลก เปิดตัวบริการ “Flight Disruption Care” เป็นครั้งแรกในประเทศไทย

บริการดังกล่าวพัฒนาจากผลิตภัณฑ์ “Disruption Assistance for Any Reason” ของ HTS ซึ่งใช้เทคโนโลยี AI และข้อมูลเชิงลึกในการช่วยจัดการความไม่แน่นอนของการเดินทางแบบเรียลไทม์ โดยออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนช่วงเวลาที่ตึงเครียดที่สุดของการเดินทางให้กลายเป็นประสบการณ์ที่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บริการ Flight Disruption Care ถูกออกแบบให้เป็นบริการเสริมหรือ Ancillary Add-on ที่สามารถเลือกซื้อเพิ่มเติมได้ระหว่างการจองตั๋วเครื่องบินผ่านแพลตฟอร์มแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ของ Gother รวมถึงขยายการให้บริการผ่านช่องทางพันธมิตรของ Gother อาทิ แอปพลิเคชันธนาคาร K PLUS, Krungthai NEXT และเป๋าตัง ซึ่งช่วยให้บริการด้านการดูแลเมื่อเกิดความไม่แน่นอนของเที่ยวบินเข้าถึงนักเดินทางชาวไทยและทั่วโลกได้ในวงกว้าง

โดยบริการดังกล่าวมีจุดเด่นสำคัญ ได้แก่
1. การแจ้งเตือนทันที (Real-time Notification) เมื่อเกิดเหตุการณ์เที่ยวบินถูกยกเลิกภายใน 24 ชั่วโมงก่อนเดินทาง หรือเที่ยวบินล่าช้าเกิน 2 ชั่วโมง ระบบจะทำการแจ้งเตือนทันทีเมื่อเกิดความผิดปกติของเที่ยวบิน

2. ทางเลือกการจองเที่ยวบินใหม่ (Rebooking options) ผู้โดยสารสามารถเลือกเที่ยวบินใหม่จากหลากหลายสายการบิน ภายใต้วงเงินตามแผนเดิมที่เคยเลือกไว้ และไม่ต้องสำรองจ่ายเอง ช่วยเพิ่มโอกาสในการเดินทางต่อได้อย่างรวดเร็ว

3. ทางเลือกการคืนเงินเต็มจำนวน (Full Refund Option) หากผู้โดยสารไม่ต้องการเปลี่ยนเที่ยวบิน สามารถเลือกรับเงินคืน 100% ของมูลค่าตั๋วเครื่องบินและภาษี แต่ไม่รวมบริการเสริม (ตามเงื่อนไขที่กำหนด) ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินจากการเดินทางที่ไม่เป็นไปตามแผน

คุณอนุพงษ์ เกรียงไกรลิปิกร ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Gother กล่าวว่า “Gother มุ่งมั่นยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้สะดวก ราบรื่น และอุ่นใจยิ่งขึ้นสำหรับนักเดินทางทุกคน เพราะในปัจจุบันผู้โดยสารไม่ได้มองหาเพียงแค่บริการจองตั๋วเครื่องบินเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับความมั่นใจและการดูแลเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิดระหว่างการเดินทาง

บริการ Flight Disruption Care จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของ Gother ในการต่อยอดบทบาทจากแพลตฟอร์มจองตั๋วเครื่องบินและกิจกรรมท่องเที่ยว สู่การเป็น Digital Concierge หรือผู้ช่วยดิจิทัลที่พร้อมดูแลและให้ความช่วยเหลือลูกค้าอย่างทันท่วงที เมื่อแผนการเดินทางเกิดการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้นักเดินทางสามารถเดินทางได้อย่างมั่นใจในทุกสถานการณ์

Raphael Lanfant รองประธานฝ่าย APAC และ META ของ HTS กล่าวเพิ่มเติมว่า “เรารู้สึกภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับผู้นำด้านนวัตกรรมในตลาดไทยเพื่อยกระดับประสบการณ์การเดินทาง ด้วยผลิตภัณฑ์ที่สามารถเปลี่ยนช่วงเวลาที่ตึงเครียดให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ราบรื่น โดย Gother กำลังนำเสนอโซลูชันที่ทันสมัยและแตกต่างให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยด้วยบริการ Flight Disruption Care ที่พร้อมมอบประสบการณ์ระดับพรีเมียมให้นักเดินทางกลับมาท่องเที่ยวอย่างมั่นใจได้อีกครั้ง”

นิยามใหม่ของการเดินทางในปี 2026

ท่ามกลางความไม่แน่นอนของอุตสาหกรรมการบินในปัจจุบัน หนึ่งในบทเรียนสำคัญสำหรับนักเดินทางอาจไม่ใช่การวางแผนให้สมบูรณ์แบบที่สุด แต่คือการ “เตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่ไม่คาดคิด”เมื่อการเดินทางไม่สามารถรับประกันได้เหมือนในอดีต “ความยืดหยุ่น” และ “ความสามารถในการจัดการความเสี่ยง” จึงไม่ใช่เพียงทางเลือกอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของประสบการณ์การเดินทางของนักท่องเที่ยวยุคปัจจุบัน

และเพื่อให้ทุกการเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่น การมีตัวช่วยอย่าง Flight Disruption Care จาก Gother จึงไม่ใช่เพียงตัวเลือกเสริม แต่เป็นการสร้างความมั่นใจที่นักเดินทางยุคใหม่เลือกให้กับตัวเอง