น้ำมันเดือด! ‘ภาคขนส่งฯ‘ ขึ้นค่าบริการ 10-25% วิกฤตลามทั้งประเทศ ดันค่าครองชีพพุ่งไม่หยุด ลั่น! ไม่เติม B20
สงครามยืดเยื้อ ดันราคาน้ำมันพุ่งไม่หยุด “สหพันธ์ขนส่งฯ” ทนไม่ไหว ประกาศขึ้นค่าขนส่ง 10–25% ดีเดย์ 1 เม.ย. นี้ เตือนลูกโซ่กระทบสินค้าทั่วประเทศ จี้รัฐเร่งแก้ ก่อนวิกฤตลุกลามหนักกว่านี้ พร้อมลั่น! ไม่เติม B20
สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐอเมริกา, อิสราเอล และ อิหร่าน ที่ยืดเยื้อมากว่า 4 สัปดาห์ นับตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ยังไร้สัญญาณยุติ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดพลังงานโลก ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง และเริ่มเกิดภาวะตึงตัวในหลายประเทศที่พึ่งพาการนำเข้า
แรงกดดันดังกล่าวสะเทือนถึงประเทศไทยอย่างชัดเจน โดยเฉพาะภาคขนส่ง ซึ่งต้องแบกรับต้นทุนน้ำมันที่พุ่งขึ้น ล่าสุดการปรับขึ้นราคาน้ำมันอีก 6 บาทต่อลิตร เมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา ได้สร้างแรงกระแทกต่อทั้งผู้ประกอบการและประชาชนในวงกว้าง

แม้ก่อนหน้านี้ สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย จะยื่นข้อเสนอ 8 มาตรการต่อรัฐบาล พร้อมเคลื่อนไหวผ่านกิจกรรม “TRUCK POWER MISSION” เพื่อสะท้อนปัญหา แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีมาตรการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรม และไม่สอดคล้องกับสถานการณ์จริง
ภายใต้แรงกดดันที่ทวีความรุนแรง สหพันธ์การขนส่งฯ นำโดยนายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์ขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย และเครือข่าย 13 สมาคม จึงมีมติ “ยกระดับมาตรการรับมือวิกฤตพลังงาน” โดยประกาศแนวทางสำคัญ ได้แก่
- ปรับขึ้นอัตราค่าขนส่งแบบขั้นบันได 10–20–25% ตามประเภทงานขนส่ง
- แนะนำผู้ประกอบการเจรจาปรับค่าระวางกับผู้ว่าจ้าง โดยอิงราคาน้ำมัน และทำสัญญาผูกพันทางกฎหมาย
- เสนอเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจาก 300 เป็น 400 บาทต่อเดือน เพื่อช่วยกลุ่มเปราะบาง
- เร่งใช้เทคโนโลยีบริหารโลจิสติกส์ ลด “เที่ยวรถเปล่า” ลดต้นทุน และลดการปล่อยคาร์บอนฯ

นายทองอยู่ กล่าวเตือนว่า หากไม่มีมาตรการเร่งด่วนจากภาครัฐ วิกฤตราคาพลังงานครั้งนี้จะไม่หยุดแค่ภาคขนส่ง แต่จะลุกลามไปสู่ราคาสินค้า ค่าไฟฟ้า และค่าครองชีพของประชาชนทั้งประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกำลังสะท้อนชัดว่า “ต้นทุนน้ำมัน” ไม่ใช่แค่ปัญหาของผู้ประกอบการ แต่คือแรงกระเพื่อมใหญ่ที่กำลังเขย่าเศรษฐกิจไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประชุม สหพันธ์การขนส่งทางบก ทั้ง 16 องค์กร มีมติ 7 ข้อดังนี้
- ปรับอัตราค่าขนส่ง ขึ้นแบบขั้นบันได ขั้นแรก 10 % ขั้นต่อไปเป็น 15-20 % และ 20-35 % ตามลำดับ พิจารณาร่วมกับระยะทางว่าระยะทางสั้นหรือไกล มีผล 1 เม.ย. 2569
- กำหนดราคาหน้าปั๊มและจ๊อบเบอร์ใกล้เคียงกัน ปล่อยน้ำมันให้ครบตามโควตา
- จะไม่ใช้ B20 ไม่เหมาะกับรถบรรทุก นำของแพงผสมถูกไม่คุ้ม
- เปลี่ยนคณะกรรมการบริหาร ศบก.ทั้งคณะ เนื่องจากมีผลประโยชน์ทับซ้อน
- ปรับราคาโครงสร้างทั้งระบบ
- ขอให้รัฐบาลจัดเก็บภาษีลาภลอย
- รณรงค์ให้ผู้ประกอบการใช้เทคโนโลยีจัดการรับส่งสินค้า ลดรถเที่ยวเปล่า ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ ลดปล่อยคาร์บอน
