DMT ยกระดับอาคารสำนักงานใหญ่เดิม สู่มาตรฐานอาคารเขียว TREES–EB ระดับ Gold สะท้อนกลยุทธ์ ESG มุ่งเน้น “ประสิทธิภาพ–ความคุ้มค่า–ผลลัพธ์ที่วัดได้”

ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน (ESG) อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยแนวคิด ความยั่งยืนเริ่มได้จากสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว ผ่านการลงทุนปรับปรุงอาคารสำนักงานใหญ่เดิมให้ใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมดูแลสิ่งแวดล้อมรอบข้างจนได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารเขียว TREES–EB (Existing Building) ระดับ Gold จากสถาบันอาคารเขียวไทย (TGBI)

“มาตรฐาน TREES–EB เป็นเกณฑ์ประเมินความยั่งยืนสำหรับอาคารระหว่างใช้งาน ครอบคลุมการบริหารจัดการอาคาร พลังงาน น้ำ วัสดุ คุณภาพอากาศภายใน ไปจนถึงการปกป้องสิ่งแวดล้อม โดยอาคารสำนักงานใหญ่ DMT มีพื้นที่ใช้สอย 3,178 ตารางเมตร นับเป็น อาคารเก่าแห่งแรก ที่ปรับปรุงและพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงานควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมจนได้รับการรับรอง สะท้อนว่าความยั่งยืนไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการสร้างใหม่เสมอไป”

ดร.ศักดิ์ดา ให้ข้อมูลถึงวิธีการดำเนินงานว่า ในมิติการบริหารจัดการอาคาร DMT จัดตั้งคณะทำงาน พร้อมนโยบาย แผนดำเนินงาน และคู่มือครอบคลุมการใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด การลดของเสียและกำจัดอย่างถูกวิธี รวมถึงการสื่อสารให้พนักงานร่วมมือและประชาชนภายนอกรับทราบ ขณะที่ด้านภูมิทัศน์ รอบอาคารมีพื้นที่เปิดโล่งเชิงนิเวศ และภายในพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สีเขียวถึง 34.6% มีไม้ยืนต้นพันธุ์พื้นถิ่นช่วยให้ร่มเงา และใช้วัสดุปูพื้นกลางแจ้งที่มีค่าการสะท้อนความร้อนได้ดี พร้อมพื้นที่ซึมน้ำช่วยลดปัญหาน้ำท่วม ส่วนด้านการประหยัดน้ำ เปลี่ยนใช้ก๊อกน้ำอัตโนมัติและสุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ ช่วยลดการใช้น้ำได้ถึง 40% และมีมาตรวัดแยกการใช้น้ำรายประเภททั้งภายในอาคารและงานภูมิสถาปัตย์ภายนอก

ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม DMT เปลี่ยนระบบปรับอากาศ ใช้สารทำความเย็นที่ไม่ทำลายชั้นบรรยากาศ และใช้ไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ ส่งผลให้อาคารประหยัดพลังงานได้ 84% สูงกว่าค่าเฉลี่ยฐานข้อมูล Energy Star Portfolio Manager ขณะเดียวกันก็จัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และได้ความร่วมมือจากพนักงาน ช่วยกันแยกขยะ ทำให้รีไซเคิลและจำกัดได้อย่างถูกต้องถึง 41% ของขยะทั้งหมด ด้านคุณภาพสภาวะแวดล้อมภายในอาคารมีการระบายอากาศตามเกณฑ์ ห้องสารเคมีเป็นความดันลบ ไม่หมุนเวียนอากาศกลับ มีพื้นที่สูบบุหรี่เฉพาะ และตรวจวัดคุณภาพอากาศ (CO₂, VOC, ฟอร์มัลดีไฮด์, PM2.5/PM10) อย่างสม่ำเสมอ พร้อมควบคุมอุณหภูมิ-ความชื้นให้เกิดสภาวะน่าสบาย รวมถึงมาตรการป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมรอบข้าง เช่น ไม่ใช้ Halon/CFC/HCFC ในระบบดับเพลิง ใช้กระจกใสให้ค่าสะท้อนแสงไม่เกิน 30% และมีระบบบำบัดน้ำเสียให้ค่า BOD5 ต่ำกว่า 5 มก./ลิตร อีกทั้งนำนวัตกรรม Green Innovation หลายๆอย่าง มายกระดับผลลัพธ์ให้สูงกว่ามาตรฐาน

ผลลัพธ์ที่จับต้องได้อีกส่วนหนึ่งคือการ “ขยายพื้นที่ให้พนักงาน” จากการจัดสรรพื้นที่ห้องเดิมและปรับพื้นที่ห้อง AHU จนได้พื้นที่ทำงานมากขึ้น เข่น ห้องบ Co-working Space 2 ห้อง ห้องประชุมมัลติมีเดีย 2 ห้อง และห้องฟิตเนส พร้อมปรับปรุงห้องทำงานของฝ่ายที่ต้องปฏิบัติงาน 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

ดร.ศักดิ์ดากล่าวทิ้งท้ายว่า “อยากให้อาคารนี้เป็นตัวอย่างว่า การลงทุนคุ้มค่าเริ่มจากการยกระดับอาคารเดิมให้ดีขึ้นทั้งต่อพนักงานและสิ่งแวดล้อมรอบข้าง ลดการใช้ทรัพยากร ลดผลกระทบต่อชุมชน และสร้างความยั่งยืนระยะยาวที่วัดผลได้”