‘พิพัฒน์’ เตรียมตั้งโต๊ะแถลงผลสอบ 2 เหตุ ดีเดย์ 23 ม.ค.นี้ 9 โมงเช้า จ่อเรียกผู้รับเหมามาสอบปากคำภายใน 45 วัน
“พิพัฒน์” เตรียมตั้งโต๊ะแถลงสรุปผลสอบ 2 กรณี “เครนหล่นทับรถไฟ-โครงเหล็กหล่นบนพระราม 2” ดีเดย์ 23 ม.ค. นี้ 9 โมงเช้า ด้าน “คณะกรรมการสอบสวน” เสนอแนวทางป้องกันเหตุในอนาคต “ปิดจราจรเส้นทางที่มีการก่อสร้าง 100%-เพิ่มเงื่อนไขบอกเลิกสัญญาใส่ลงไปใน TOR” พร้อมจ่อเรียกผู้เกี่ยวข้องสอบปากคำให้เสร็จภายใน 45 วัน
นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง เปิดเผยภายหลังเป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง สัญญาที่ 3-4 ช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และช่วงกุดจิก-โคกกรวด โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา ตกทับขบวนรถไฟ และกรณีโครงเหล็กติดตั้งสะพานร่วงหล่นในโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 82 (M82) ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว (ตอน 7) บริเวณ กม.30 ถนนพระราม 2 เปิดเผยว่า การประชุมในวันนี้ (20 ม.ค. 2569) คณะกรรมการฯ ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รายงานผลการลงพื้นที่ เพื่อรวบรวมหลักฐานและข้อมูล นำมาวิเคราะห์หาสาเหตุเชิงวิศวกรรมที่แท้จริงของเหตุการณ์อย่างรอบคอบ และครอบคลุมในทุกมิติว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นได้อย่างไร

ทั้งนี้ จากการรายงานของคณะกรรมการฯ เบื้องต้น ระบุว่า แนวทางการเกิดเหตุการณ์ทั้งเครนหล่นทับขบวนรถไฟ และโครงเหล็กหล่นทับรถยนต์บนถนนพระราม 2 มี 2-3 ประเด็นในแต่ละเหตุการณ์ แต่ยังไม่สามารถแจ้งและฟันธงได้ในวันนี้ จึงได้นัดคณะกรรมการฯ ให้มีการประชุมอีกครั้ง เพื่อพิจารณารายละเอียดข้อเท็จจริงในวันที่ 22 ม.ค. 2569 สรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง และรายงานไปยังนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก่อนจะแถลงต่อสาธารณชนให้รับทราบในวันที่ 23 ม.ค. 2569 เวลา 09.00 น. ต่อไป
นายจิระพงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนหลังจากนี้ จะเข้าสู่ขั้นตอนลงรายละเอียด รวมถึงเรียกผู้ที่เกี่ยวข้อง และผู้ประกอบการเอกชนมาสอบปากคำ โดยจะมีการประชุมทุกๆ 2 สัปดาห์ คาดว่า จะต้องได้ข้อสรุปภายใน 45 วัน อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้กำชับว่า คณะกรรมการฯ จะต้องดำเนินการตามข้อเท็จจริงที่เป็นหลักฐานเป็นประจักษ์ นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังมีข้อเสนอแนะ เพื่อกำหนดแนวทางการป้องกันการเกิดเหตุการณ์ในอนาคต เช่น การปิดการจราจร 100% ในเส้นทางที่มีการก่อสร้างที่มีทางยกระดับอยู่ด้านบน และเพิ่มเงื่อนไขในการประมูลโครงการก่อสร้างหลังจากนี้ลงไปในขอบเขตงาน (TOR) โดยกำหนดว่า หากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงในระหว่างการก่อสร้างจนมีผู้เสียชีวิต เจ้าของสัญญาสามารถบอกเลิกสัญญาได้ เป็นต้น
