’การบินไทย‘ เปิดตัว ‘บวรรังษี’ เครื่องบิน Airbus A321neo ลำแรก เตรียมเทคออฟ 22 ม.ค.-29 มี.ค.นี้ บินตรงจากกรุงเทพฯ สู่ 3 เส้นทาง
”การบินไทย“ เปิดตัวเครื่องบิน “บวรรังษี“ รุ่น Airbus A321neo ลำแรก เตรียมเทคออฟ 22 ม.ค.-28 มี.ค.นี้ บินตรงจากกรุงเทพฯ สู่ 3 เส้นทาง ”ภูเก็ต-สิงคโปร์-เดลี“ พร้อมเผยโฉมห้องโดยสาร & ผลิตภัณฑ์ ออกแบบภายใต้แนวคิด “Your Personal Room Concept” มอบพื้นที่ส่วนตัวที่มากขึ้น มุ่งยกระดับประสบการณ์การเดินทาง
นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า วันนี้ (16 มกราคม 2569) ได้จัดงานเปิดตัวอากาศยานแบบ Airbus A321neo ลำแรก ซึ่งอากาศยานแบบ Airbus A321neo เป็นส่วนหนึ่งของแผนการจัดหาและปรับปรุงฝูงบินของการบินไทย เพื่อรองรับการให้บริการในเส้นทางบินระยะสั้นและระยะกลาง โดยเป็นอากาศยานที่ได้รับการพัฒนาเทคโนโลยีการบินอย่างต่อเนื่อง มีจุดเด่นด้านประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และการลดระดับเสียงรบกวนเมื่อเทียบกับอากาศยานรุ่นก่อนหน้า ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของบริษัทฯ

ทั้งนี้ อากาศยาน Airbus A321neo ลำแรกนี้ ได้รับพระราชทานนามว่า “บวรรังษี” ซึ่งมีที่มาจากชื่อชุมชนบวรรังษี ชุมชนเก่าแก่ในเขตกรุงเทพมหานครที่มีความเชื่อมโยงกับวัดบวรนิเวศวิหาร โดยคำว่า “บวร” มีรากจากบวรสถานสุทธาวาส หรือวังหน้า ซึ่งเป็นศูนย์กลางอำนาจในอดีต ขณะที่คำว่า “รังษี” หมายถึงแสงและความรุ่งเรือง ชื่อ “บวรรังษี” จึงสะท้อนความหมายถึง พื้นที่ที่อยู่ในอิทธิพลและรัศมีแห่งสถาบันสำคัญ อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคลและทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์
นายชาย กล่าวต่อว่า การนำเครื่องบินแบบ Airbus A321neo เข้าเป็นส่วนหนึ่งในฝูงบินของบริษัทฯ ถือเป็นก้าวสำคัญ ที่ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของการบินไทย ที่ไม่เพียงเพื่อพัฒนาและยกระดับประสบการณ์การเดินทางของผู้โดยสารด้วยห้องโดยสารและผลิตภัณฑ์ในห้องโดยสารที่มีความสะดวกสบายและทันสมัย แต่ยังแสดงถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทยและภูมิภาคไปสู่การบินที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

สำหรับอากาศยานลำแรกได้รับการตกแต่งด้วยตราสัญลักษณ์และลวดลายใหม่บนลำตัวอากาศยาน ถ่ายทอดอัตลักษณ์ของการบินไทย โดยโลโก้ A321neo ได้รับการออกแบบเฉพาะ ภายใต้แนวคิด Thai Contemporary เลือกใช้โทนสี Neon Violet เพื่อสื่อถึงนวัตกรรมและความก้าวหน้า พร้อมออกแบบให้สอดคล้องกับโลโก้อากาศยานตระกูล Airbus ของการบินไทย ภายในห้องโดยสาร ประกอบด้วยที่นั่งในชั้นธุรกิจ (Royal Silk Class) จำนวน 16 ที่นั่ง แบ่งเป็นที่นั่งเดี่ยว (Throne Seat) จำนวน 4 ที่นั่ง และที่นั่งคู่ (Double Seat) จำนวน 12 ที่นั่ง
ทั้งนี้ มีการออกแบบภายใต้แนวคิด “Your Personal Room Concept” มอบพื้นที่ส่วนตัวที่มากขึ้นและสามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้อย่างลงตัว ตั้งแต่พื้นที่รับประทานอาหารและทำงาน ไปจนถึงที่นั่งที่สามารถปรับเอนนอนราบได้ 180 องศา เพื่อการพักผ่อนอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมระบบความบันเทิงผ่านจอสัมผัสขนาด 17.3 นิ้ว ในขณะที่ที่นั่งชั้นประหยัด มีจำนวนทั้งหมด 159 ที่นั่ง จัดพื้นที่แบบ 3-3 ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ สามารถปรับเอนได้ 10 องศา พร้อมที่พักศีรษะปรับได้ 6 ทิศทาง และระบบความบันเทิงผ่านจอสัมผัสขนาด 13.3 นิ้ว

ขณะที่ ระบบความบันเทิงบนเที่ยวบินได้รับการพัฒนาให้ทันสมัยด้วยจอภาพความละเอียดระดับ 4K รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ส่วนบุคคล มาพร้อม User Interface (UI) รูปแบบใหม่ที่ใช้งานง่ายและตอบสนองรวดเร็ว ขณะเดียวกันยังติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านเครือข่าย SES Open Orbits แบบหลายวงโคจร (Multi-Orbit) รองรับความเร็วสูงสุด 200–300 เมกะบิตต่อวินาที โดยจะเริ่มให้บริการภายในไตรมาส 1 ของปี 2569
นายชาย กล่าวอีกว่า บริษัทฯ มีกำหนดนำอากาศยาน Airbus A321neo ลำแรกเข้าประจำการในฝูงบิน โดยเริ่มทำการบินระหว่างวันที่ 22 มกราคม – 28 มีนาคม 2569 ในเส้นทางดังต่อไปนี้
- เที่ยวบิน TG413 เส้นทาง กรุงเทพฯ – สิงคโปร์ กำหนดเวลาออก 11.30 – 14.50 น. (เที่ยวบินแรก)
- เที่ยวบิน TG414 เส้นทาง สิงคโปร์ – กรุงเทพฯ กำหนดเวลาออก 15.55 – 17.15 น.
- เที่ยวบิน TG221 เส้นทาง กรุงเทพฯ – ภูเก็ต กำหนดเวลาออก 18.30 – 20.00 น.
- เที่ยวบิน TG222 เส้นทาง ภูเก็ต – กรุงเทพฯ กำหนดเวลาออก 20.40 – 22.15 น.
- เที่ยวบิน TG331 เส้นทาง กรุงเทพฯ – เดลี กำหนดเวลาออก 23.25 – 02.20 น. (วันถัดไป)
- เที่ยวบิน TG332 เส้นทาง เดลี – กรุงเทพฯ กำหนดเวลาออก 03.30 – 09.00 น.
- หมายเหตุ : เวลาตามท้องถิ่น
การบินไทยยังคงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่มีคุณภาพ ความเชื่อมั่นแก่ผู้โดยสาร และเสริมความสามารถในการแข่งขันในตลาดการบินระดับภูมิภาคและระดับโลก”
