ฤกษ์ดี! AOT ลงนามสัญญา AOTGA ร่วมทุน 2 บิ๊กโปรเจกต์ @สุวรรณภูมิ ‘บริการภาคพื้น & คลังสินค้า’ ยกระดับการขนส่งทางอากาศ
“AOT-AOTGA” ถือฤกษ์ดี เซ็นสัญญาร่วมทุน 2 บิ๊กโปรเจกต์ ผู้ประกอบการรายที่ 3 @สุวรรณภูมิ ลุย “บริการภาคพื้น“ คาดเริ่มให้บริการต้นปี 70 ส่วน “คลังสินค้า” เร่งก่อสร้างเสร็จใน 23 เดือน ชี้ช่วยเพิ่มศักยภาพการให้บริการ-การขนส่งสินค้าทางอากาศ
นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เปิดเผยว่า วันนี้ (8 ต.ค. 2569) AOT ได้ลงนามในสัญญาร่วมกับบริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด (AOTGA) ในการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนในโครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น การให้บริการผู้โดยสารภาคพื้น และกิจการอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง (Ground Support Equipment: GSE) และโครงการให้บริการคลังสินค้า (Cargo) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของผู้ประกอบการรายที่ 3 เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการภาคพื้นและการขนส่งสินค้าทางอากาศ
สำหรับการลงนามในสัญญาการร่วมลงทุนของทั้ง 2 โครงการนดังกล่าว AOT ได้ดำเนินการตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 (พ.ร.บ.การร่วมลงทุนฯ พ.ศ.2562) โดยบริษัท AOTGA เป็นผู้ยื่นข้อเสนอการดำเนินงาน และได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้เข้าดำเนินการทั้ง 2 โครงการดังกล่าว ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2569 ให้ความเห็นชอบผลการคัดเลือกเอกชนและเงื่อนไขสำคัญของสัญญาร่วมลงทุนโครงการ ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ

นางสาวปวีณา กล่าวต่อว่า ความร่วมมือของ 2 หน่วยงานมุ่งเน้นที่จะเพิ่มขีดความสามารถของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อรองรับและเพิ่มทางเลือกให้กับบริการสายการบิน รวมทั้งเตรียมความพร้อมด้านการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ ทำให้การให้บริการภายในท่าอากาศยานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไม่เกิดการหยุดชะงัก ตามแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan: BCP) และสามารถรองรับปริมาณเที่ยวบินและสินค้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้คุณภาพการให้บริการมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เป็นการส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพการให้บริการภาคพื้นและการขนส่งสินค้าทางอากาศ รองรับการขยายตัวของธุรกิจการบินและโลจิสติกส์ของประเทศในอนาคตต่อไป
ทั้งนี้ หลังจากนี้ AOTGA จะมีการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรและอุปกรณ์ เพื่อเข้าดำเนินโครงการ GSE ซึ่งคาดว่าจะสามารถเริ่มให้บริการได้ในปี 2570 สำหรับโครงการ Cargo จะมีการก่อสร้างคลังสินค้า และเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 23 เดือน และมีระยะเวลาดำเนินการตลอดโครงการรวม 25 ปี ซึ่งในสัญญาการร่วมลงทุนดังกล่าว AOT ได้มีการกำหนดประสิทธิภาพการให้บริการเป็นตัวชี้วัดผลงาน (KPI) พร้อมกำหนดเงื่อนไขบทลงโทษและค่าปรับหากไม่สามารถดำเนินการได้ตามที่ระบุในสัญญา
