แลนด์บริดจ์ : มุมคิดจากคนโลจิสติกส์ ( EP. 1 )

แลนด์บริดจ์” โครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่กำลังถูกจับตามองในขณะนี้ ถูกหยิบกลับมาพูดถึงอีกครั้ง ท่ามกลางความตึงเครียดของสถานการณ์โลกและความเสี่ยงด้านเส้นทางขนส่งระหว่างประเทศ โดย “ยู เจียรยืนยงพงศ์” ในฐานะคนทำงานด้านขนส่งและโลจิสติกส์มายาวนาน ได้ถ่ายทอดมุมมองต่อโอกาสและความจำเป็นเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทย ผ่านบทความจากประสบการณ์คนขนส่ง EP.1

เมื่อช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดล้อม และปิดช่องทางเข้าออก ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสินค้าต้นน้ำ และพลังงานต้องสะดุด เป็นเรื่องสำคัญมากต่อเศรษฐกิจโลก ทุกคนต้องนับวันรอเวลาให้เปิด เพื่อที่จะได้โล่งใจต่อการปิดช่องแคบดังกล่าว เพราะครบรอบ 2 เดือนของสงครามอ่าว

ขณะเดียวกันแลนด์บริดจ์ก็ถูกปลุกกระแสขึ้นมาอีกรอบและรอบนี้เป็นการเอาจริงจังกัน เพราะสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซเป็นตัวเร่ง ทำให้เกิดความคิดว่าถ้าช่องแคบมะละกาถูกปิดล้อมหรือถูกล๊อค โดยอันธพาลตนใดตนหนึ่ง อาจทำให้เกิดความเดือนร้อนไปทั้งภูมิภาค รวมทั้งประเทศไทยก็จะได้รับผลกระทบจากเหตุการร์ดังกล่าวนี้ด้วย

เรื่องนี้คงยังจะต้องใช้เวลาศึกษาและถกแถลงกันอีกเป็นเวลานาน จำเป็นต้องศึกษาความเป็นไปได้ในหลายมิติ มิใช่เพียงแค่ตัวเลขทางเศรษฐศาสตร์ แต่ยังมีมิติที่จะต้องศึกษาอีกนับสิบประเด็น

ผมก็เลยอยากจะนำเสนอสิ่งที่มีอยู่ในประเทศไทย คือเร่งรีบบูรณาการให้แล้วเสร็จพร้อมที่ใช้งานได้ ในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้านี้ ถือว่าเร็วที่สุดสำหรับการเชื่อมโยงโครงข่ายการขนส่งทางบก ทางราง และทางเรือ โดยไม่ต้องผ่านช่องแคบมะละกา

เส้นทางรถไฟ เด่นชัย – เชียงราย – เชียงของ กำลังจะเสร็จปี พ.ศ. 2572 ศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้าเชียงของ ก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมใช้งานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2568 และกำลังก่อสร้าง Phase 2 ลานคอนเทนเนอร์และคลังสินค้าเพิ่มเติมจะเสร็จปี พ.ศ. 2570

ถนนเชื่อมต่อเป็นโครงข่ายใยแมงมุมทางภาคเหนือของประเทศในหลายเส้นทาง ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมใช้งาน ทั้งโครงข่ายเส้นทาง R3 และ R9 ตามกรอบความร่วมมือของระเบียงเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ส่วนที่ยังขาดอยู่คือเส้นทางรถไฟชุมพร – ระนอง ซึ่งยังไม่ได้เร่งรัดลงมือก่อสร้าง มีระยะทางประมาณ 100 กม. ถ้าเร่งดำเนินการก็สามารถที่จะสร้างเสร็จได้พร้อมที่จะใช้งานเชื่อมรถไฟ เด่นชัย – เชียงของ

เมื่อสร้างโครงสร้างของเราพร้อมใช้เส้นทางรถไฟ เด่นชัย – เชียงราย – เชียงของ ข้ามสะพานแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 เข้าเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ใช้ระยะทางวิ่งบนเส้นทางหมายเลข R3 ไปถึงแขวงและลงน้ำทาถึงสามแยกนาเตย ระยะทาง 220 กม. ก็จะถึงบ่อเต็น ด่านชายแดนลาวจีน

เส้นทางสายนี้ควรเป็นเส้นทางขนส่งเรื่องที่จะต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ เพื่อจะได้เชื่อมจากจีนเข้าสู่ฝั่งมหาสมุทรอินเดียเป็นเส้นทางที่จะรองรับการถูกปิดช่องแคบมะละกาได้ จึงถือเป็นหนึ่งในเส้นทางยุทธศาสตร์ของไทยครับ