เปิดสโลแกน ’คมนาคมพลัส‘ ยุค ’พิพัฒน์-สิริพงศ์-ภัทรพงศ์-สรรเพชญ‘ ดันขนส่งสร้างมูลค่าเพิ่ม ลุยสร้างผลงานจับต้องได้

“พิพัฒน์-3 รมช.คมนาคม” เปิดสโลแกนใหม่ “คมนาคมพลัส” ดันยุคขนส่งสร้างมูลค่าเพิ่ม เร่งปิดจ๊อบโปรเจกต์ค้างท่อ เชื่อมต่อ “ล้อ-ราง-เรือ-อากาศ” ไร้รอยต่อ ลดต้นทุนโลจิสติกส์ ลุยสร้างผลงานที่จับต้องได้ มุ่งเน้นความคุ้มค่า-โปร่งใส-ไม่เพิ่มภาระประชาชน หวังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ-กระจายความเจริญทั่วประเทศ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงข้อซักถามของผู้สื่อข่าว เมื่อถามถึงสโลแกนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมในยุคปัจจุบันมีสโลแกนอะไร หลังจากในยุคที่ผ่านมา ได้มีการตั้งสโลแกน อาทิ คมนาคมยูไนเต็ด และคมนาคมทีมเวิร์ค โดยระบุว่า ในยุคที่ตนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมอีก 3 ท่าน ประกอบด้วย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ และนายสรรเพชญ บุญญามณี ได้ตั้งสโลแกน โดยกำหนดชื่อว่า “คมนาคมพลัส”

ทั้งนี้ “คมนาคมพลัส” สอดคล้องกับสโลแกนของพรรคภูมิใจไทยที่ในช่วงการเลือกตั้งได้ใช้สโลแกนว่า “พูดแล้วทำพลัส” เช่นเดียวกับสโลแกนนโยบายด้านเศรษฐกิจที่มีชื่อว่า “10 พลัส” โดยคมนาคมพลัสนั้น จะเป็นการยกระดับการทำงานของกระทรวงคมนาคม จากเดิมที่มุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพียงอย่างเดียว ไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม ให้กับระบบคมนาคมทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางของประชาชน การลดต้นทุนโลจิสติกส์ของภาคธุรกิจ และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจในทุกมิติให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า หัวใจสำคัญของ “คมนาคมพลัส” คือ การเร่งรัดโครงการค้างท่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม พร้อมต่อยอดโครงการใหม่ที่ตอบโจทย์อนาคต โดยเฉพาะการเชื่อมต่อโครงข่ายล้อ-ราง-เรือ-อากาศให้เป็นระบบเดียวกันอย่างไร้รอยต่อ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเดินทางและการขนส่งสินค้า ขณะเดียวกันยังเน้นการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาปรับใช้ เพื่อยกระดับคุณภาพบริการให้ทันสมัยและแข่งขันได้ในระดับสากล

นอกจากนี้ แนวคิด “พลัส” จะสะท้อนผ่านการทำงานของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมทั้ง 3 คน ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลหน่วยงานสำคัญในแต่ละด้าน โดยจะต้องสร้างผลงานเชิงประจักษ์ในระยะเวลาอันรวดเร็ว สอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาลที่ต้องการให้ประชาชนเห็นการเปลี่ยนแปลงภายในระยะสั้น ไม่ใช่เพียงแผนงานในกระดาษ อีกทั้ง “คมนาคมพลัส” ยังมุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างการลงทุนและภาระของประชาชน โดยทุกโครงการต้องคำนึงถึงความคุ้มค่า โปร่งใส และไม่เพิ่มภาระงบประมาณโดยไม่จำเป็น พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้น

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า ในยุคที่เศรษฐกิจโลกมีความผันผวน การพัฒนาระบบคมนาคมจะเป็นกลไกหลักที่สำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ ดังนั้น “คมนาคมพลัส” จึงไม่ใช่เพียงการพัฒนาเส้นทางหรือโครงสร้างพื้นฐาน แต่คือการสร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ การกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาค และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในภาพรวม

เราจะไม่หยุดแค่การทำให้มี แต่ต้องทำให้ดีขึ้น เร็วขึ้น และคุ้มค่ามากขึ้น นี่คือความหมายของคำว่า ‘พลัส’ ในยุคคมนาคมวันนี้ พร้อมยืนยันว่า ทุกนโยบายจะต้องแปรเปลี่ยนเป็นผลงานที่ประชาชนสัมผัสได้จริงในระยะเวลาอันใกล้“ นายพิพัฒน์ กล่าว